Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3766/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยพรากผู้เยาว์ไปครั้งแรกแล้ววันรุ่งขึ้นมารดาผู้เยาว์พาผู้เยาว์กลับมา จำเลยหาได้ดำเนินการขอขมาหรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามประเพณีเพื่อจะอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้เยาว์ หลังจากนั้นอีกประมาณ 5 วันจำเลยยังขืนพรากผู้เยาว์เร่ร่อนไปพักอาศัยบ้านผู้อื่นหลายแห่งหลายจังหวัดเป็นเวลานานประมาณ 1 เดือน โดยไม่ส่งข่าวให้บิดามารดาผู้เยาว์ทราบเลย ทั้ง ๆ ที่บิดามารดาผู้เยาว์ได้กำชับมิให้จำเลยยุ่งเกี่ยวกับผู้เยาว์อีก หลังจากนั้นจำเลยจึงพาผู้เยาว์กลับมาที่บ้านจำเลย แต่จำเลยก็หาได้แจ้งบิดามารดาผู้เยาว์ทราบว่าจำเลยกับผู้เยาว์กลับมาอยู่ที่บ้านจำเลย และมีความประสงค์จะอยู่กินฉันสามีภริยา อีกทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยได้พาผู้เยาว์ไปพบหรือแจ้งให้บิดามารดาและญาติผู้ใหญ่ของจำเลยทราบเลยว่าผู้เยาว์เป็นภริยาของตน ตามพฤติการณ์ดังกล่าวประกอบกับผู้เยาว์มีอายุเพียง 16 ปีเศษ กำลังศึกษาเล่าเรียน จำเลยยังขืนพรากผู้เยาว์ไปในที่ต่าง ๆ เพื่อมิให้บิดามารดาผู้เยาว์ขัดขวางการกระทำของจำเลย ย่อมเห็นได้ชัดว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะพาผู้เยาว์ไปอยู่กินฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุข แต่เป็นเรื่องที่จำเลยพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319จำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา นายทองใบ สิงห์พรหม ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319 วรรคหนึ่ง จำคุก 3 ปี

จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุนางสาวณัฐพร สิงห์พรหม ผู้เสียหายมีอายุ 16 ปี 6 เดือนกำลังศึกษาและอยู่ในความปกครองของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นบิดาและนางสมจิตรมารดา จำเลยได้พาผู้เสียหายไปจากความปกครองของบิดามารดา 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2539 จำเลยพาผู้เสียหายไปค้างคืนที่บ้านนางจันทร์ ปิ่นสอาด อาจำเลยที่อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี รุ่งเช้ามารดาผู้เสียหายตามไปพบและพาผู้เสียหายกลับบ้านพร้อมทั้งห้ามจำเลยมิให้ยุ่งเกี่ยวกับผู้เสียหายอีก ครั้งที่สองวันที่ 23 มกราคม 2539 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุจำเลยพาผู้เสียหายไปค้างบ้านเพื่อนจำเลยที่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ต่อจากนั้นไปพักที่บ้านนางหมูที่อำเภอตากฟ้า

จังหวัดนครสวรรค์ นานประมาณ 1 สัปดาห์ จึงพาผู้เสียหายกลับไปอยู่ที่บ้านเพื่อนอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท อีก 1 สัปดาห์แล้วจึงพากันมาอยู่ที่บ้านจำเลย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2539 จนกระทั่งวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2539 เจ้าพนักงานตำรวจจึงจับกุมจำเลยได้ ในระหว่างที่จำเลยพาผู้เสียหายไปอยู่ตามที่ต่าง ๆ นั้น จำเลยกับผู้เสียหายได้สมัครใจร่วมประเวณีกันมาตลอด

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่าจำเลยได้พรากผู้เสียหายไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารหรือไม่

จำเลยฎีกาอ้างว่าผู้เสียหายกับจำเลยรักใคร่กันจึงสมัครใจหนีบิดามารดาไปเป็นสามีภริยากันแล้วจะแต่งงานตามประเพณีและจดทะเบียนสมรสกันในภายหลัง การกระทำของจำเลยจึงหาใช่เป็นการพรากผู้เสียหายไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารไม่ เห็นว่า การที่จำเลยพรากผู้เสียหายไปครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2539 วันรุ่งขึ้นมารดาผู้เสียหายพาผู้เสียหายกลับมาแล้ว จำเลยหาได้ดำเนินการขอขมาหรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามประเพณีเพื่อจะอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้เสียหาย หลังจากนั้นอีกประมาณ 5 วัน จำเลยยังขืนพรากผู้เสียหายเร่ร่อนไปพักอาศัยบ้านผู้อื่นหลายแห่งหลายจังหวัดเป็นเวลานานประมาณ 1 เดือน โดยไม่ส่งข่าวให้บิดามารดาผู้เสียหายทราบเลย

ทั้ง ๆ ที่บิดามารดาผู้เสียหายได้กำชับมิให้จำเลยยุ่งเกี่ยวกับผู้เสียหายอีก หลังจากนั้นจำเลยจึงพาผู้เสียหายกลับมาที่บ้านจำเลย แต่จำเลยก็หาได้แจ้งให้บิดามารดาผู้เสียหายทราบว่า จำเลยกับผู้เสียหายกลับมาอยู่ที่บ้านจำเลยแล้วและมีความประสงค์จะอยู่กินฉันสามีภริยา อีกทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยได้พาผู้เสียหายไปพบหรือแจ้งให้บิดามารดาและญาติผู้ใหญ่ของจำเลยทราบเลยว่าผู้เสียหายเป็นภริยาของตน จนกระทั่งวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2539 บิดามารดาผู้เสียหายสืบทราบว่าจำเลยพาผู้เสียหายไปอยู่ที่บ้านจำเลยจึงไปแจ้งความและจับจำเลยได้ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2539 จำเลยเพิ่งจะอ้างในชั้นสอบสวนว่า ต้องการผู้เสียหายเป็นภริยาและจะดำเนินการตามประเพณีต่อไปตามพฤติการณ์การกระทำต่าง

ๆ ของจำเลยดังกล่าวมา ประกอบกับผู้เสียหายมีอายุเพียง 16 ปีเศษ กำลังศึกษาเล่าเรียน จำเลยยังขืนพรากผู้เสียหายไปในที่ต่าง ๆ เพื่อมิให้บิดามารดาผู้เสียหายขัดขวางการกระทำของจำเลย ย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่เห็นได้ชัดว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะพาผู้เสียหายไปอยู่กินฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุข แต่เป็นเรื่องที่จำเลยพรากผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร ข้ออ้างของจำเลยที่ว่าจะไปขอขมาบิดามารดาผู้เสียหายและจะอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้เสียหายจึงเป็นเรื่องที่ยกขึ้นแก้ตัวในภายหลังเพื่อให้จำเลยพ้นผิดเท่านั้น ข้ออ้างดังกล่าวจึงรับฟังไม่ได้ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นอย่างไรก็ตาม คำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยที่ยอมรับว่าพรากผู้เยาว์ไปยังสถานที่ต่าง ๆ และได้เสียกับผู้เยาว์จริงนั้น นับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างจึงเป็นเหตุบรรเทาโทษ แม้จำเลยไม่ได้ฎีกาข้อนี้มา ศาลฎีกาก็มีอำนาจลดโทษให้จำเลยได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · มงคล คุปต์กาญจนากุล · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้