Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3766/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

++ เรื่อง ละเมิด ขับไล่ (ชั้นบังคับคดี) ++ โปรดดูย่อจากหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา สำนักงานศาลยุติธรรม ++ เล่มที่ 8 หน้า 147 ++ ++ ขอดูชุดพิเศษโปรดติดต่อห้องบริการเอกสารสำเนาคำพิพากษา (ห้องสมุด) ชั้น 4, 5 ++

คำฟ้องและคำให้การ

เรื่อง ละเมิด ขับไล่ (ชั้นบังคับคดี) จำเลย ฎีกาคัดค้าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ลงวันที่ ๙ เดือน มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๑ ศาลฎีกา รับวันที่ ๒ เดือน มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยอยู่อาศัยในที่ดินของโจทก์ทั้งสองโดยไม่มีสัญญาเช่า โจทก์ทั้งสองแจ้งให้จำเลยออกไปจากที่ดินแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้ขับไล่จำเลย และให้ใช้ค่าเสียหาย

จำเลยให้การว่าจำเลยอาศัยอยู่ในบ้านนายฉิวบิดาจำเลยซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินโจทก์ เมื่อนายฉิวตายจำเลยกับพวกก็ได้ครอบครองต่อมาจนได้กรรมสิทธิในที่ดินพิพาทแล้วด้วยการครอบครองปรปักษ์ ขอให้ยกฟ้องต่อมาโจทก์ทั้งสองและจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมว่า โจทก์ทั้งสองตกลงยกที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๘๕๔๕เลขที่ดิน ๖๘ ตำบลทุ่งขวาง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ทางด้านทิศเหนือโดยวัดจากกึ่งกลางถนน เป็นเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ ๓ งาน ๗๘ ตารางวาให้จำเลย โจทก์ทั้งสองจะรังวัดแบ่งแยกโฉนดที่ดินดังกล่าวให้จำเลยและจะโอนกรรมสิทธิ์ให้จำเลยหรือบุคคลอื่นตามความประสงค์ของจำเลยภายใน ๑ เดือน นับแต่วันที่ได้รับโฉนดที่ดิน ในการรังวัดแบ่งแยกโฉนดที่ดินโจทก์ทั้งสองและจำเลยตกลงที่จะออกค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการรังวัดคนละครึ่ง ส่วนค่าธรรมเนียมและค่าภาษีในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้จำเลย ฝ่ายจำเลยเป็นผู้ชำระ โจทก์ทั้งสองและจำเลยตกลงที่จะกันที่ดินเป็นทางสาธารณประโยชน์โดยวัดจากกึ่งกลางถนนออกไปด้านละ ๔ เมตรจำเลยตกลงที่จะให้ความร่วมมือและไม่คัดค้านในการรังวัดที่ดิน

หากจำเลยและโจทก์ทั้งสองไม่ปฏิบัติตามสัญญาให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ต่อมาจำเลยยื่นคำแถลงว่า เมื่อถึงกำหนดโจทก์ทั้งสองไม่โอนที่ดินให้จำเลยขอให้นัดพร้อมเพื่อสอบถามโจทก์ทั้งสองเพื่อให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมต่อไป ศาลชั้นต้นนัดพร้อมและมีคำสั่งว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความคู่ความตกลงกันโดยโจทก์ทั้งสองจะยกที่ดินโฉนดเลขที่๘๕๔๕ ดังกล่าว ด้านทิศเหนือโดยวัดจากกึ่งกลางถนนเป็นเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ ๓ งาน ๗๘ ตารางวา ให้จำเลย โดยโจทก์ทั้งสองและจำเลยต้องกันที่ดินเป็นทางสาธารณประโยชน์วัดจากกึ่งกลางถนนออกไปด้านละ ๔ เมตร ตามสัญญาประนีประนอมยอมความจึงหมายความว่า โจทก์ทั้งสองจะยกที่ดินด้านทิศเหนือให้จำเลยเป็นเนื้อที่ไม่น้อยกว่า๔ ไร่ ๓ งาน ๗๘ ตารางวา

เมื่อการรังวัดที่ดินในส่วนที่โจทก์ทั้งสองจะยกให้ดังกล่าวปรากฏว่าได้ถึง ๖ ไร่เศษ คดีจึงต้องมีการรังวัดใหม่เพื่อให้ได้ที่ดินที่โจทก์ทั้งสองจะยกให้มีเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ ๓ งาน๗๘ ตารางวา ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองเป็นฝ่ายผิดสัญญา ให้คู่ความไปดำเนินการตามสัญญาประนีประยอมความต่อไป

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาว่า ตามที่สัญญาประนีประนอมยอมความระบุว่า โจทก์ทั้งสองตกลงยกที่ดินพิพาททางด้านทิศเหนือโดยวัดจากกึ่งกลางถนน เป็นเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ ๓ งาน ๗๘ ตารางวา ให้แก่จำเลย รายละเอียดปรากฏตามรูปแผนที่แนบท้ายสัญญาประนีประนอมยอมความ ย่อมมีความหมายว่า จำนวนเนื้อที่ดินที่ระบุไว้เป็นเพียงการประมาณการที่ดินที่จำเลยได้ครอบครองไว้ ส่วนที่ดินจะมีจำนวนเท่าใดเป็นที่แน่นอนจะต้องทำการรังวัดว่าที่ดินที่จำเลยครอบครองมีเพียงใด เมื่อการรังวัดได้ความว่าที่ดินที่จำเลยครอบครองมีเนื้อที่ ๖ ไร่เศษ โจทก์จึงต้องโอนที่ดินจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความได้ระบุข้อตกลงไว้โดยชัดเจนว่าโจทก์จะยกที่ดินพิพาทด้านทิศเหนือโดยการวัดจากกึ่งกลางถนน เป็นเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ ๓ วา๗๘ ตารางวา

แสดงว่าคู่ความทำสัญญาโดยมุ่งที่จะรังวัดที่ดินเพื่อยกให้แก่จำเลยในจำนวนดังกล่าว เพราะหากโจทก์ต้องการจะยกที่ดินที่จำเลยครอบครองทั้งหมดโดยไม่คำนึงถึงเนื้อที่ คู่ความก็ไม่จำต้องระบุเนื้อที่โดยละเอียดลงไว้ในสัญญา ส่วนการที่คู่สัญญาใช้ถ้อยคำว่า"ประมาณ" ก็เพียงเพื่อในกรณีที่ลักษณะของที่ดินไม่อาจรังวัดแบ่งแยกออกได้เนื้อที่แน่นอนในจำนวนดังกล่าวก็ให้รังวัดให้ได้เนื้อที่ที่ใกล้เคียงกับจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญาให้มากที่สุด ดังนั้น เมื่อการรังวัดยังไม่ได้ตำแหน่งและเนื้อที่ดินตามสัญญา แม้โจทก์ทั้งสองยังมิได้โอนที่ดินให้แก่จำเลยตามยอมก็ไม่อาจฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสองผิดสัญญา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นนั้น ชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ในการระบุให้มีการรังวัดที่ดินตามสัญญาก็เพียงเพื่อประสงค์จะแบ่งแยกที่ดินออกเป็น ๔ แปลง นั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลล่าง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กนก พรรณรักษา · ชวเลิศ โสภณวัต · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้