Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3766/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน การที่จำเลยได้ที่ดินพิพาทมาอยู่ในโฉนดที่ทำขึ้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยชอบหรือมิชอบของโจทก์ หรือเจ้าพนักงานผู้ที่เกี่ยวข้องก็ตามและแม้จำเลยจะได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวเป็นเวลานานเท่าใด เมื่อมิใช่เป็นการได้มาโดยอำนาจแห่งกฎหมายเฉพาะ หรือพระราชกฤษฎีกาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1305 แล้ว จำเลยก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ ทั้งไม่อาจอ้างสิทธิใด ๆ ขึ้นมาเป็นข้อต่อสู้กับโจทก์ผู้ดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดินได้ ไม่ว่าในทางใด การออกโฉนดของจำเลยส่วนที่ทับที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินจึงเป็นการออกไม่ชอบ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ ๒๘๔๘ จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ ๒๘๔๗ ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ ๒๘๙๗ จากจำเลยที่ ๑ เดิมที่ดินโฉนดที่ ๒๘๔๘ จังหวัดธนบุรี ซื่อมาเพื่อใช้ตัดถนนสายดาวคนอง - จอมทอง แต่มิได้ใช้เนื้อที่ดินทั้งแปลง เมื่อตัดถนนเสร็จแล้วยังมีที่ดินเหลืออีก ๑๓๘ ตารางวา ซึ่งจะต้องใช้ไว้เป็นที่จอดรถสำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน และในกรณีจำเป็นจะใช้เป็นที่สาธารณะสายดาวคนอง - จอมทองต่อไป ที่ดินดังกล่าวของโจทก์ทั้งแปลงจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน แต่ก่อนที่โจทก์จะนำที่ดินส่วนที่เหลือมาใช้ประโยชน์

ห้างหุ้นส่วนจำกัดวัจนะกุลขนส่งโดยจำเลยที่ ๑ ได้ขอเช่าที่ดินส่วนที่เหลือซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของจำเลยที่ ๑ จำนวน ๒๖ ตารางวา เพื่อใช้เป็นทางเข้าออกสำหรับรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้รังวัดที่ดินโฉนดที่ ๒๘๔๗ แล้วเบียดบังเอาที่ดินบริเวณที่ได้เช่าและที่ดินต่อเนื่องของโจทก์ไปเป็นเนื้อที่ ๖๖ ตารางวา และเข้าครอบครองที่ดินของโจทก์โดยมิชอบ เมื่อจำเลยที่ ๑ โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวให้จำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ จึงไม่มีกรรมสิทธิ์เหนือที่ดินของโจทก์ในส่วนที่จำเลยที่ ๑ เบียดบังไป ขอให้ศาลมีคำสั่งว่า การรังวัดสอบเขตที่ดินโฉนดที่ ๒๘๔๗ เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๙ เป็นโมฆะและมีคำสั่งให้เพิกถอนการรังวัดที่ดินของจำเลยที่ ๑ ครั้งดังกล่าวเสีย กับมีคำสั่งว่าการซื้อขายที่ดินโฉนดที่ ๒๘๔๗ ระหว่างจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ เป็นโมฆะเฉพาะส่วนที่ดินของโจทก์ให้จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินพิพาทของโจทก์ และขอให้เจ้าพนักงานที่ดิน

สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาธนบุรี ดำเนินการรังวัดและกำหนดแนวเขตที่ดินของโจทก์ต่อไป จำเลยที่ ๑ ให้การว่า บุตรจำเลยซื้อที่ดินโฉนดที่ ๒๘๔๗ ตั้งแต่ปี ๒๕๐๙ ผู้ขายนำชี้เขตที่ดินและมีการรังวัดสอบเขตปักหลักใหม่แล้ว ที่ดินโฉนดที่ ๒๘๙๘ ของโจทก์เป็นโฉนดเก่า ยังไม่มีการปักหลักใหม่ จึงต่างครอบครองกันตามสภาพที่ดินที่เจ้าของที่ดินเดิมชี้เขตตลอดมา ต่อมาบุตรจำเลยโอนขายที่ดินโฉนดที่ ๒๘๔๗ ให้จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ จึงเข้าครอบครองสืบต่อมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ยื่นขอสอบเขตเพื่อแบ่งหักที่ดินเป็นสาธารณประโยชน์ทางทิศตะวันออกตลอดแนวซึ่งได้ใช้เป็นทางกันมาช้านานแล้วนั้นออกเพื่อทราบจำนวนที่ดินที่เหลือเพื่อขายให้จำเลยที่ ๒ เจ้าพนักงานได้นัดไปทำการรังวัดในวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๙ ได้ปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย

เมื่อเจ้าพนักงานขึ้นรูปแผนที่และคำนวณเนื้อที่ตามขอบเขตที่ทำการรังวัดได้เนื่อที่ ๒ งาน ๑๖ ตารางวา ลดลงจากเนื้อที่ซึ่งแก้ไขใหม่แล้วดังกล่าวอีก ๒ ตารางวา จำเลยที่ ๑ จึงได้ไปจดทะเบียนแบ่งหักเป็นทางสาธารณประโยชน์ ๒ ตารางวา และเจ้าพนักงานได้แก้เนื้อที่ที่เหลือเป็น ๒ ไร่ ๑๔ ตารางวา แล้วจำเลยที่ ๑ ขายให้จำเลยที่ ๒ ไป จำเลยที่ ๑ เคยทำสัญญาเช่าที่ดินของจังหวัดธนบุรีเพื่อใช้ทำถนนแยกจากถนนดาวคนอง - จอมทอง เข้าที่ดินจำเลยที่ ๑ แต่ตอนนั้นถนนสายดาวคนอง - จอมทอง ยังมีแนวถนนไม่สมบูรณ์เรียบร้อย ต่อมาทางราชการได้ปรับปรุงแนวถนนให้กว้างขึ้นตามสภาพที่เป็นอยู่ปัจจุบัน แผนที่สังเขปตามเอกสารท้ายฟ้องจึงไม่ถูกต้องตามความจริง

การที่โจทก์ขอรังวัดตรวจสอบที่ดินเป็นการยอมรับอยู่แล้วว่า โจทก์ไม่ทราบว่าเขตที่ดินของโจทก์อยู่แค่ไหน จำเลยที่ ๑ ไม่ได้คัดค้านการรังวัดที่ดินของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ ๒ ซื้อที่ดินจากจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๑ นำชี้แนวเขตซึ่งมีหลักเขตอยู่ในที่ดิน จำเลยที่ ๒ เชื่อโดยสุจริตว่าที่ดินตามแนวเขตที่จำเลยที่ ๑ นำชี้เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑ โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงรับซื้อและครอบครองด้วยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว จำเลยที่ ๒ ได้ยื่นคำขอรังวัดรวมโฉนดที่ ๒๘๔๗ กับที่ดินโฉนดที่ ๒๘๙๒ เข้าด้วยกันแล้วแบ่งแยกออกเป็น ๒๗ แปลง เจ้าพนักงานนัดออกไปทำการรังวัดและจำเลยที่ ๒ ได้นำชี้เขตรอบที่ดินตามหลักเขตที่มีอยู่ในที่ดินครบทุกหลัก แต่ผู้แทนโจทก์ไม่ลงนามรับรองเขต

ทำให้จำเลยที่ ๒ ได้รับความเดือดร้อนและสียหาย เมื่อโจทก์ขอให้รังวัดตรวจสอบที่ดินโฉนดที่ ๒๘๔๘ อีกครั้ง ผู้แทนโจทก์ได้นำรังวัดรุกล้ำแนวเขตเข้าไปในที่ดินของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ จึงคัดค้าน ขอให้ยกฟ้องโจทก์ และพิพากษาว่าที่ดินโฉนดที่ ๒๘๔๗ เป็นไปตามขอบเขตตามแผนที่หลังโฉนดดังกล่าวซึ่งเจ้าพนักงานทำการรังวัดสอบสวนเขตเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๙ และเขตที่ดินโฉนดที่ ๒๘๔๘ เป็นไปตามที่นำทำการรังวัดปักหลักเขตไว้เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๑๓ ห้ามโจทก์และบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินของจำเลยที่ ๒ อีกต่อไป และให้ถือว่าการนำรังวัดรวมโฉนดและแบ่งแยกที่จำเลยที่ ๒ นำรังวัดไว้ สำหรับด้านติดกับที่ดินโฉนดที่ ๒๘๔๘ ถูกต้องแล้ว

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ขอให้การปฏิเสธฟ้องแย้งเสียทั้งสิ้น ขอถือเอาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามฟ้องเดิมของโจทก์เป็นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๒

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การรังวัดที่ดินของจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๙ เป็นโมฆะ ให้เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาธนบุรี เพิกถอนการรังวัดสอบเขตที่ดินโฉนดที่ ๒๘๔๗ เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๙ และพิพากษาว่า การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ ๒๘๙๗ ระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ เป็นโมฆะ เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินของโจทก์ คำขออื่นให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ที่ดินพิพาทตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จล.๑ เป็นของจำเลยที่ ๒ ห้ามโจทก์เข้าเกี่ยวข้อง คำขอของจำเลยที่ ๒ นอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินของจำเลยที่ ๒ ตามที่ปรากฏในแผนที่ในโฉนดที่ทำขึ้นใหม่รุกล้ำที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ ๒๘๔๘ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แล้ววินิจฉัยว่าข้อที่จำเลยกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้เป็นประการสำคัญคือ ข้อที่ว่าเจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้มีการรับรองแนวเขตถูกต้องและเจ้าพนักงานที่ดินได้ทำแผนที่ตามโฉนดขึ้นโดยถูกต้องนั้น ในเมื่อที่พิพาทเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินดังที่กล่าวข้างต้นแล้ว การที่จำเลยได้ที่ดินที่พิพาทมาอยู่ในโฉนดนั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำโดยชอบหรือมิชอบของโจทก์หรือเจ้าพนักงานผู้ที่เกี่ยวข้องก็ตาม และแม้จะได้ครอบครองที่สาธารณประโยชน์หรือไม่อย่างไรเป็นเวลานานเท่าใด เมื่อมิใช่เป็นการได้มาโดยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๕ แล้ว

จำเลยก็หาได้กรรมสิทธิ์ในสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นแต่ประการใดไม่ ทั้งไม่อาจอ้างสิทธิอย่างใด ๆ ขึ้นมาเป็นข้อต่อสู้กับโจทก์ผู้ดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดินได้ไม่ว่าในทางใด การออกโฉนดของจำเลยส่วนที่ทับที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินจึงเป็นการออกไม่ชอบ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้