Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2520 (เลขอ้างอิง 37643)

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คชำระหนี้แก่ผู้เสียหายแยกเป็นรายฉบับรวม 17 ฉบับ ลงวันที่ในเช็คต่างกันไปฉบับละ 1 เดือน โดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คเมื่อเช็คเหล่านี้ถึงกำหนดชำระเงินและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเช่นนี้ จำเลยมีเจตนาที่จะให้ธนาคารใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แตกต่างแยกจากกันได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2520)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองสำนวนว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2516 จำเลยทั้งสองสำนวนร่วมกันสั่งจ่ายเช็คเงินสดของธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขามหาพฤฒาราม ตั้งแต่ฉบับเลขที่ BBC 145921 ถึงเลขที่ BBC 145937 รวม17 ฉบับ เป็นเงินฉบับละ 4,000 บาท แต่ละฉบับลงวันที่สั่งจ่ายทุกวันที่ 1 ของเดือน โดยฉบับแรกลงวันที่สั่งจ่าย 1 มกราคม 2517 และฉบับสุดท้ายลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2518 รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 68,000 บาท ให้แก่นายบุญชัย บรรพาวาณิชย์ เพื่อเป็นการชำระหนี้ค่าต่อตัวถังรถยนต์ ครั้นเมื่อถึงกำหนดตามวันที่สั่งจ่ายในเช็คแต่ละฉบับ นายบุญชัย บรรพวาณิชย์ได้นำเช็คดังกล่าวไปขึ้นเงินต่อธนาคาร แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทุกฉบับ ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสองได้บังอาจร่วมกันออกเช็คทุกฉบับโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้วางโทษจำคุกจำเลยทั้งสองไว้คนละ 8 เดือน

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดรวม 17 กรรม ขอให้ลงโทษจำเลยทุกรรมเป็นกระทงคววามผิดไป

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 (แก้ไขโดยฉบับที่ 8 พ.ศ. 2517 มาตรา 6) ไม่รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองว่าจ้างให้ผู้เสียหายต่อตัวถังรถยนต์โดยสารเป็นเงิน 120,000 บาท ครั้นเมื่อทำเสร็จแล้ว นายสุวิชาจำเลยชำระค่าจ้างให้ 52,000 บาท และขอรับไปใช้ก่อน ต่อมาผู้เสียหายไปทวงถามค่าจ้างที่ค้างจำเลยว่าจะสั่งจ่ายเช็คให้ แต่ก็ขอผัดผ่อนเรื่อยมา ผู้เสียหายจึงออกอุบายว่า รถยนต์ยังทำไม่เรียบร้อยให้นำมาซ่อมแซมใหม่ เมื่อคนขับรถของจำเลยนำรถยนต์ไปให้ซ่อมแซมผู้เสัยหายจึงยึดรถยนต์ไว้ วันที่ 4 ธันวาคม 2516 ตอนเช้า

นายชูชัย จำเลยได้เบิกเช็คมาจากธนาคารเล่นหนึ่ง ต่อมาไม่ถึงชั่วโมงนายชูชัยได้แจ้งอายึดเช็คทั้งเล่มนั้นต่อธนาคารอ้างว่าหายไป เย็นวันเดียวกันนั้นเอง จำเลยทั้งสองใช้เช็ค 17 ฉบับตามฟ้องอันเป็นเล่นเดียวกับที่ได้แจ้งอายัดต่อธนาคารไว้ สั่งจ่ายเงินชำระหนี้ค่าจ้างต่อตัวถังรถยนต์ที่ยังค้างอยู่แก่ผู้เสียหายโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คเมื่อถึงกำหนดชำระเงินตามเช็ค 17 ฉบับนั้น ผู้เสียหายนำเช็คไปเบิกเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ว่าได้พิจารณาแล้ว แม้จำเลยจะได้แจ้งอายัดเช็คทุกฉบับไว้ต่อธนาคารแล้วก่อนที่จะสั่งจ่ายเช็ครายนี้ชำระหนี้ก็ตาม แต่ปรากฏว่าจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คชำระหนี้แก่ผู้เสียหายแยกเป็นรายฉบับรวม 17 ฉบับ โดยลงวันที่ในเช็คต่างกันไปฉบับละ 1 เดือน

เมื่อเช็คเหล่านี้ถึงกำหนดชำระเงินและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเช่นนี้ ศาลฎีกาโดยมติของที่ประชุมใหญ่เห็นว่าจำเลยมีเจตนาที่จะให้ธนาคารใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แตกต่างแยกจากกันได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่ตามพฤติการณ์ของคดีสมควรวางโทษจำคุกจำเลยทั้งสองกระทงความผิดละ 1 เดือน รวม 17 กระทงเป็น 17 เดือนพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 คงจำคุกคนละ 1 ปี 5 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ ไวกาสี · ชุ่ม สุนทรธัย · สมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 273575)

แม้ เช็คพิพาท 2 ฉบับที่จำเลยสั่งจ่ายชำระหนี้รายเดียวกัน โดยลงวันที่เดียวกัน และธนาคารปฏิเสธการ จ่ายเงินทั้งสองฉบับในวันเดียวกัน แต่การออกเช็คเป็นการสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามจำนวนในเช็ค ณ วันที่ที่ลงในเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4411/2536

แม้เช็คพิพาท 2 ฉบับที่จำเลยสั่งจ่ายชำระหนี้รายเดียวกัน โดยลงวันที่เดียวกันและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งสองฉบับในวันเดียวกัน แต่การออกเช็คเป็นการสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามจำนวนในเช็ค ณ วันที่ที่ลงในเช็ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6440/2534

ในคดีอาญาศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาและนัดสืบพยานโจทก์ ให้โจทก์นำส่งหมายภายใน7 วัน หากไม่นำส่งให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง โจทก์ทราบคำสั่งแล้วทนายโจทก์นำเงินค่าส่งหมายไปวางต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2534

แม้เช็คพิพาททั้งหกฉบับที่จำเลยสั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์จะลงวันออกเช็ควันเดียวกัน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเช็คทุกฉบับในวันเดียวกันก็ตาม การออกเช็คพิพาทดังกล่าวจำเลยอาจมีเงินจ่ายตามเช็คหรือมีเจตนาให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4707/2534

โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทในขณะที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายย่อมมีอำนาจที่จะนำเช็คพิพาทมาฟ้องดำเนินคดีแก่จำเลยผู้ออกเช็คพิพาทได้ หลังจากโจทก์มอบอำนาจให้ฟ้องคดีแล้ว ส.ได้ชำระเงินตาม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้