Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3760/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 5 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้จากจำเลยที่ 1 ตามกรมธรรม์ประกันภัยระบุเรื่องการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกไว้ว่า การคุ้มครองผู้ขับขี่ บริษัทจะถือว่าบุคคลใดซึ่งขับขี่รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง ซึ่งหมายความว่าจำเลยที่ 5 ในฐานะผู้รับประกันภัยจะเป็นผู้ใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามผู้ขับขี่เสมือนหนึ่งผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ขับขี่เอง เมื่อ ป. ขับขี่รถคันเกิดเหตุโดยได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 5 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตามนัยแห่งกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าว แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุมา และได้ให้ ป. ขับก็ตาม แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมรถยนต์คันดังกล่าวในขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่รถยนต์ ดังนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 ทายาทผู้รับมรดกของผู้ตายต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกในความเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากการกระทำละเมิดของผู้ตาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ๒ น - ๖๖๐๓ กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ ๑ เป็นภริยาของนายเปรมศักดิ์ สุขจิตภิญโญ และเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์หมายเลขทะเบียน ๔ ก - ๐๖๕๓ กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นบุตรของนายเปรมศักดิ์กับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๔ เป็นมารดาของนางเปรมศักดิ์ นายเปรมศักดิ์ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๒๖ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ เป็นทายาทโดยธรรม ผู้รับมรดกของนายเปรมศักดิ์ จำเลยที่ ๕ เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๔ ก - ๐๖๕๓ กรุงเทพมหานคร ไว้จากจำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดต่อความเสียหายจากการที่รถคันดังกล่าวก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๒๖ นายเปรมศักดิ์ได้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๔ ก

ภ ๐๖๕๓ กรุงเทพมหานคร ด้วยความเร็วสูง และออกนอกช่องทางล่วงล้ำเข้าไปในช่องทางเดินรถด้านขวามือ เป็นเหตุให้รถพุ่งเข้าชนรถยนต์บรรทุกของโจทก์คันหมายเลขทะเบียน ๒ บ - ๖๖๐๓ กรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้นายเปรมศักดิ์ถึงแก่ความตาย และรถของโจทก์ล้อหน้าหลุดเสียการทรงตัวพลิกคว่ำลงข้างถนนได้รับความเสียหาย นายเปรมศักดิ์ในฐานะผู้ทำละเมิดจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ เมื่อนายเปรมศักดิ์ถึงแก่ความตายไปแล้ว จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ในฐานะทายาทโดยธรรมผู้รับมรดกของนายเปรมศักดิ์ จำเลยที่ ๑ ในฐานะเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๔ ก - ๐๖๕๓ กรุงเทพมหานคร และจำเลยที่ ๕ ในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าว จึงต้องรวมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์

ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระค่าเสียหาย พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ถึงจำเลยที่ ๔ ให้การในทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ ๑ มิได้เป็นภริยาของนายเปรมศักดิ์ และมิได้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๔ ก - ๐๖๕๓ กรุงเทพมหานคร นายเปรมศักดิ์ เป็นผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว จำเลยที่ ๒ ถึงจำเลยที่ ๔ มิได้เป็นทายาทโดยธรรมหรือผู้รับมรดกของนายเปรมศักดิ์ ความเสียหายที่เกิดขึ้นเกิดจากความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างของโจทก์แต่ฝ่ายเดียว ความเสียหายของโจทก์สูงเกินความเป็นจริง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๕ ให้การว่า โจทก์มิได้เป็นเจ้าของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๒ น - ๖๖๐๓ กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ ๑ เป็นเพียงเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๔ ก - ๐๖๕๓ กรุงเทพมหานคร เท่านั้น มิได้ครอบครอง จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๕ รับประกันภัยรถคันดังกล่าวไว้จากจำเลยที่ ๑ จริง แต่กรณีนี้จำเลยที่ ๑ ไม่มีหน้าที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๕ จึงไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ในฐานะทายาทโดยธรรมของนายเปรมศักดิ์ สุขจิตภิญโญ ร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๑ และที่ ๕ โจทก์ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๕ ใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๕ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๕ ฎีกาว่า จำเลยที่ ๕ ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์นั้น เห็นว่า แม้จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงก็ได้ความว่าจำเลยที่ ๑ เป็นภริยาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายเปรมศักดิ์ การที่นายเปรมศักดิ์เป็นผู้ขับรถคันเกิดเหตุจึงเชื่อได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ยินยอมให้นายเปรมศักดิ์ซึ่งเป็นสามีขับรถคันเกิดเหตุ ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.๕, จ.๖ หรือ ล.๓ ซึ่งเป็นกรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดียวกัน ที่จำเลยที่ ๕ ออกให้แก่จำเลยที่ ๑ ในการรับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุจากจำเลยที่ ๑ ในสัญญาหมวดที่ ๒ การคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ข้อ ๒.๘ ระบุว่า การคุ้มครองผู้ขับขี่ บริษัทจะถือว่าบุคคลใดซึ่งขับขี่รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง

ฯลฯ ซึ่งหมายความว่า จำเลยที่ ๕ ในฐานะผู้รับประกันภัยจะเป็นผู้ใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามผู้ขับขี่เสมือนหนึ่งผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ขับขี่เอง เมื่อนายเปรมศักดิ์ขับขี่รถคันเกิดเหตุโดยได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นภริยา จำเลยที่ ๕ จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตามนัยแห่งกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าว

ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ ๑ ผู้เช่าซื้อรถคันเกิดเหตุที่นายเปรมศักดิ์ขับมาจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์อินเตอร์เครดิตแอนด์ทรัสต์ จำกัด มีเจตนาเป็นเจ้าของรถคันดังกล่าว ทั้งเป็นผู้ครอบครองรถคันดังกล่าวด้วย จึงต้องรับผิดต่อโจทก์นั้น เห็นว่าแม้รถคันดังกล่าวจำเลยที่ ๑ จะได้เช่าซื้อมาและได้ให้นายเปรมศักดิ์ขับก็ตาม แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมรถคันดังกล่าวในขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิดเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่รถคันดังกล่าวนั้น ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๓๗ การที่จำเลยที่ ๑ เป็นเพียงผู้เช่าซื้อรถคันดังกล่าวไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ว่าผู้เป็นเพียงเจ้าของหรือผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นในเมื่อมีผู้ขับรถไปเกิดเหตุ

เว้นแต่ผู้ขับจะเป็นลุกจ้างหรือตัวแทนของเจ้าของหรือผู้เช่าซื้อเท่านั้น จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ในความเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากความประมาทของนายเปรมศักดิ์ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายเปรมศักดิ์ผู้ตายได้รับรองแล้ว จึงมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายและเป็นทายาทของผู้ตาย ส่วนจำเลยที่ ๔ เป็นมารดาของผู้ตาย จึงเป็นทายาทของผู้ตาย ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายนั้น ได้ความว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นบุตรผู้ตาย จำเลยที่ ๔ เป็นมารดาผู้ตาย แต่ตามข้อเท็จจริงไม่พอฟังว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นบุตรนอกกฎหมายของผู้ตายที่ผู้ตายได้รับรองแล้ว จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตาย ส่วนจำเลยที่ ๔ เป็นมารดาของผู้ตายจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมผู้รับมรดกของผู้ตาย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นางจู แซ่เตีย จำเลยที่ ๔ ในฐานะทายาทโดยธรรมของนายเปรมศักดิ์ สุขจิตภิญโญ ผู้ตาย ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๕ ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เธียร ยูงทอง · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายโสภณ จันเทรมะ
ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ ฉิมพาลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้