Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2520 (เลขอ้างอิง 37533)

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 มีสิทธิได้รับมรดกที่ดินมือเปล่าตามพินัยกรรมตามส่วนของตน แต่ได้แสดงเจตนายกที่ดินมรดกส่วนของตนตีใช้หนี้ ส. แล้วโจทก์ที่ 1 ย่อมหมดสิทธิในที่ดินมรดก ส. ได้สิทธิครอบครอง ถือว่าโจทก์ที่ 1 ได้รับมรดกตามพินัยกรรมแล้ว และกรณีไม่ใช่เรื่องสละมรดกจึงไม่ต้องทำตามแบบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 โจทก์ ที่ 1 ไม่มีอำนาจมาฟ้องเรียกเอาที่ดินมรดกอีก การแบ่งที่ดินมรดกให้แก่ทายาทได้แบ่งในคราวเดียวกันโจทก์ที่ 2 ได้รับเอาที่ดินมรดกมา 3 งานเศษ ยังขาดอยู่ 80 ตารางวาเศษ ทั้งๆ ที่รู้ข้อความในพินัยกรรมดี แต่ก็ไม่ทักท้วง และได้ขายส่วนของตนที่ได้รับมาทั้งหมดให้แก่ ส. ในวันเดียวกันนั้น ทายาททุกคนพอใจในการแบ่งมรดกและได้ถือเอาที่ดินมรดกส่วนแบ่งที่ได้รับมาเป็นของตนแล้วจึงถือว่าผู้จัดการมรดกได้จัดแบ่งที่ดินมรดกเสร็จโดยสมบูรณ์ โจทก์ที่ 2 พอใจในการแบ่งมรดกแล้ว จึงไม่มีอำนาจมาฟ้องเอาส่วนแบ่งอีกมิใช่เรื่องการสละมรดกเช่นเดียวกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกันสำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีส่วนได้รับมรดกที่ดินตามพินัยกรรมของนายเฟื่องบิดา นางสท้านผู้จัดการมรดกได้รับโอนที่ดินมาและแบ่งให้แก่ทายาทอื่นแล้วเว้นแต่โจทก์กับจำเลย นางสท้านถึงแก่กรรม จำเลยซึ่งเป็นบุตรนางสท้านไม่ยอมแบ่งส่วนของโจทก์ให้ จึงขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิรับมรดกตามส่วนของโจทก์เนื้อที่ 3 งาน 97 ตารางวา 2 ตารางศอกจำเลยให้การว่า โจทก์เป็นหนี้เงินนางสท้านและขณะนายเฟื่องยังมีชีวิตอยู่โจทก์ให้นายเฟื่องเป็นตัวแทนกู้เงิน พอนายเฟื่องถึงแก่กรรมนางสท้านใช้หนี้แทน30,000 บาท โจทก์จึงสละสิทธิไม่ขอรับมรดกหรือทรัพย์ใด ๆ ทั้งสิ้น โดยทำใบมอบอำนาจให้ไว้เป็นหลักฐาน นางสท้านครอบครองที่ดินเพื่อตน

คดีขาดอายุความขอให้ยกฟ้องสำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิได้รับมรดกที่ดินตามพินัยกรรมของนายเฟื่องบิดา นางสท้านในฐานะผู้จัดการมรดกได้รับโอนที่ดินมาและแบ่งส่วนมรดกให้แก่โจทก์แล้วแต่ยังขาดอยู่ 85 ตารางวา 2 ตารางศอก นางสท้านถึงแก่กรรม จำเลยในฐานะทายาทของนางสท้านจะถือสิทธิเอาแต่ผู้เดียว ขอให้พิพากษาให้โจทก์ได้รับมรดกส่วนที่ยังขาดอยู่จำเลยให้การว่า โจทก์ได้รับส่วนแบ่งที่ดินตามพินัยกรรมแล้ว แต่ขายให้นายสท้าน โจทก์ไม่มีสิทธิในที่ดินส่วนที่ยังเหลืออยู่อันเป็นส่วนของนางสท้านคดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นเรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2 และวินิจฉัยว่าโจทก์ที่ 1 ยกที่ดินส่วนของตนให้นางสท้านเป็นการหักกลบลบหนี้ที่โจทก์เป็นหนี้นางสท้านชอบด้วยกฎหมายแล้ว

โจทก์ที่ 2 ได้รับส่วนแบ่งครบถ้วนแล้ว พิพากษายกฟ้องทั้งสองสำนวนโจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายเฟื่องทำพินัยรรมยกที่ดินเนื้อที่ 5 ไร่ 3 งาน97 ตารางวา ให้กับบุตร 6 คน รวมทั้งโจทก์ทั้งสองคนละส่วนเท่ากัน ซึ่งจะได้ที่ดินคนละประมาณ 3 งาน 99 ตารางวา 8 ตารางศอก (ตามฟ้องอ้างว่าจะได้คนละ 3 งาน 97 ตารางวา 2 ตารางศอก) หลังจากนายเฟื่องถึงแก่กรรมแล้วนางสท้านมารดาจำเลยผู้จัดการมรดกได้แบ่งที่ดินดังกล่าวให้แก่ทายาทตามพินัยกรรมและวินิจฉัยว่าโจทก์ที่ 1 เป็นหนี้นางสท้านอย่างน้อยที่สุด 34,000บาท โจทก์ที่ 1 ยกที่ดินมรดกตีใช้หนี้ให้แก่นางสท้านแล้ว โดยที่ที่ดินมรดกเป็นที่ดินมือเปล่ามีเพียง

น.ส.3 เท่านั้น เมื่อโจทก์แสดงเจตนายกที่ดินมรดกส่วนของตนตีใช้หนี้ให้แก่นางสท้านแล้ว โจทก์ที่ 1 ย่อมหมดสิทธิในที่ดินมรดกและนางสท้านย่อมได้สิทธิครอบครองและเจ้าพนักงานที่ดินก็ได้โอนที่ดินมรดกมาเป็นชื่อของนางสท้านแล้ว จึงถือว่าโจทก์ที่ 1 ได้รับส่วนแบ่งที่ดินมรดกตามพินัยกรรมแล้ว กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องสละมรดกจึงไม่ต้องทำตามแบบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 โจทก์ที่ 1 ไม่มีอำนาจมาฟ้องเรียกร้องเอาที่ดินมรดกอีกส่วนที่โจทก์ที่ 2 นั้น โจทก์ที่ 2 เบิกความว่าการคิดคำนวณส่วนแบ่งมรดกเจ้าพนักงานที่ดินเป็นผู้คิดให้ ทายาททุกคนพอใจส่วนแบ่งดังกล่าวรวมทั้งโจทก์ที่ 2ด้วย การแบ่งที่ดินได้กระทำในคราวเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าเจ้าพนักงานที่ดินได้จัดแบ่งที่ดินมรดกตามพินัยกรรมและตามจำนวนที่ดินซึ่งมีอยู่ในขณะแบ่งโจทก์ที่ 2 รู้ข้อความในพินัยกรรมดีแต่ก็มิได้ทักท้วง

ทั้งเมื่อได้รับส่วนแบ่งมาแล้วก็ได้ขายส่วนที่ได้รับมาทั้งหมดให้นางสท้านไปในวันเดียวกันนั้น โจทก์ที่ 2 ได้รับส่วนแบ่งมรดกไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2509 ตามเอกสารหมาย จ.4 ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวศาลฎีกา เห็นว่าเมื่อทายาททุกคนและโจทก์ที่ 2พอใจในการแบ่งมรดก และทายาททุกคนได้ถือเอาที่ดินมรดกส่วนแบ่งที่ได้รับมาเป็นของตนแล้ว จึงถือว่านางสท้านผู้จัดการมรดกได้จัดแบ่งที่ดินมรดกของนายเฟื่องเจ้ามรดกเสร็จไปโดยสมบูรณ์ และโจทก์ที่ 2 ก็พอใจในการแบ่ง มิใช่เรื่องสละมรดกเช่นเดียวกัน โจทก์ที่ 2 จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเอาส่วนแบ่งพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลูตม์ สวัสดิทัต · ประภาศน์ อวยชัย · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2520 (เลขอ้างอิง 108463)

โจทก์ที่ 1 มีสิทธิได้รับมรดกที่ดินมือเปล่าตามพินัยกรรมตามส่วนของตน แต่ได้แสดงเจตนายกที่ดินมรดกส่วนของตนตีใช้หนี้ ส.แล้ว โจทก์ที่ 1 ย่อมหมดสิทธิในที่ดินมรดก ส.ได้สิทธิครอบครอง ถือว่าโจทก์ที่ 1 ได้รับมร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2544

การที่โจทก์จำเลยต่างมีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ตกลงแลกเปลี่ยนที่ดินกันครอบครองโดยเด็ดขาด เมื่อจำเลยโต้แย้งสิทธิครอบครองของโจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 และ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2985/2538

โจทก์ตกลงยินยอมให้จำเลยเป็นผู้รับมรดกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 1016 เพราะจำเลยเป็นผู้ออกเงินไถ่ถอนจำนองที่ดินจากธนาคาร แม้ข้อตกลงดังกล่าวมิใช่เป็นเรื่องการสละมรดก เพราะการสละมรดกต้องแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4680/2533

โจทก์ที่ 3 ซื้อที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินที่ น.ส. 3 ก. มาจากย. โดยทำสัญญาซื้อขายกันเอง และโจทก์ที่ 3 ได้ครอบครองที่พิพาทมาโดยตลอด โจทก์ที่ 3 ย่อมได้สิทธิครอบครอง การที่ผู้ว่าราชการจังหวัด จำเลยมีคำสั่งเพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1007/2529

จำเลยที่1ได้ทำสัญญาขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ทั้งห้ากับพวกแล้วจำเลยที่1ได้มอบที่ดินพิพาทให้โจทก์ทั้งห้ากับพวกเข้าครอบครองทำนาในที่ดินพิพาทตลอดมาโดยสัญญาว่าจะโอนสิทธิทางทะเบียนให้ในภายหลังซึ่งขณะนั้นที่ดิน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้