Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3753/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ค่ารักษาพยาบาลในอนาคต นับว่าเป็นค่าเสียหายโดยตรง ศาลคิดค่าเสียหายดังกล่าวให้ได้ แต่กรณีของโจทก์ที่ 2 เป็นการพ้นวิสัยที่จะหยั่งรู้ได้แน่ว่าจะมีอาการแทรกซ้อน ทำให้โจทก์ที่ 2ต้องผ่าตัดหรือไม่ และต้องเสียค่าใช้จ่ายเพียงใด ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดให้โจทก์ที่ 2 เรียกได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 6,000 บาทตามคำขอของโจทก์ที่ 2 โดยสงวนสิทธิที่จะแก้ไขคำพิพากษาภายในกำหนดเวลาสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 444 วรรคสอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายขณะเกิดเหตุคดีนี้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 รับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดน จำเลยที่ 1 เป็นผู้บังคับหมู่ จำเลยที่ 2เป็นรองผู้กำกับการและเป็นผู้บังคับบัญชาจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3เป็นนิติบุคคลประเภทกรม กองกำกับการ 2 กองบังคับการฝึกพิเศษตำรวจตระเวนชายแดนขึ้นตรงต่อจำเลยที่ 3 เมื่อวันที่ 23 เมษายน2528 จำเลยที่ 2 มีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกซึ่งเป็นรถยนต์ของจำเลยที่ 3 เพื่อไปปฏิบัติราชการตามนโยบายของจำเลยที่ 3จำเลยที่ 1 ขับรถคันดังกล่าวด้วยความประมาทเลินเล่อเมื่อถึงทางแยกได้ขับรถเลยทางแยกดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงหยุดรถแล้วถอยรถกลับเพื่อจะเลี้ยวเข้าทางแยก

ขณะถอยรถไม่ได้ใช้กระจกส่องหลังและถอยรถกินทางเข้าไปในช่องเดินรถด้านขวาทิศใต้ของถนน โดยไม่ได้ดูว่ามีรถแล่นสวนมาหรือไม่ ขณะเดียวกันโจทก์ที่ 1 ขับรถยนต์แล่นสวนมาโจทก์ที่ 1 จึงให้สัญญาณแตรเพื่อให้จำเลยที่ 1 หยุดรถ แต่จำเลยที่ 1ไม่หยุดรถ โจทก์ที่ 1 ห้ามล้อโดยแรงแต่รถหยุดไม่ทัน พุ่งเข้าชนรถที่จำเลยที่ 1 ขับ หลังเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ถูกฟ้องเป็นคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติรถยนต์ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ศาลพิพากษาลงโทษคดีถึงที่สุด จากเหตุดังกล่าวรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถใช้การได้ โจทก์ที่ 1ได้รับบาดเจ็บ รวมค่าเสียหายของโจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 330,837 บาทโจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียค่ารักษาพยาบาลเป็นเงิน 33,880บาท

ต้องได้รับทุกข์ทรมานเสียสุขภาพอนามัยคิดเป็นเงิน 10,000 บาทหลังจากรักษาหายแล้วโจทก์ที่ 2 ทำศัลยกรรมตกแต่งบาดแผลที่ใบหน้าแต่ไม่สามารถทำให้คืนดีอย่างเดิมได้ใบหน้าเสียโฉม ค่าเสียโฉมเป็นเงิน 50,000 บาท และเนื่องจากมีเศษกระจกฝังในลำคอใกล้เส้นเลือดใหญ่แพทย์ไม่ได้ผ่าออกเพราะอันตรายในอนาคตอาจเกิดการเจ็บปวดอักเสบก็ต้องผ่าตัดออกคิดค่ารักษาพยาบาลในอนาคตเป็นเงิน6,000 บาท รวมค่าเสียหายของโจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 99,880 บาทโจทก์ทั้งสองทวงถามให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายแล้ว จำเลยทั้งสามไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน430,717 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำให้การทำนองเดียวกันว่า

จำเลยที่ 1ได้รับคำสั่งจากจำเลยที่ 2 ให้ขับรถยนต์บรรทุกไปราชการที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาและเกิดอุบัติเหตุชนกับรถยนต์หมายเลขทะเบียน1จ-6329 กรุงเทพมหานคร รถทั้งสองคันเสียหายและมีผู้บาดเจ็บเหตุที่รถชนกันดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 1ฝ่ายเดียว แต่โจทก์ที่ 1 มีส่วนประมาทด้วย จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ไม่ได้กระทำละเมิด จำเลยที่ 2 ปฏิบัติไปตามระเบียบของทางราชการจำเลยทั้งสามจึงไม่ต้องรับผิด ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องมาสูงเกินไป ขอให้ศาลยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสอง สำหรับโจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 224,227บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 83,880 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวตามลำดับนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 224,727 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนค่าเสียหายดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ค่ารักษาพยาบาลในอนาคตที่โจทก์ฎีกาว่ามีเศษกระจกฝังอยู่ในลำคอโจทก์ที่ 2 ใกล้เส้นเลือด อาจต้องทำการผ่าตัดและเสียค่าใช้จ่ายซึ่งโจทก์เรียกค่าเสียหายส่วนนี้ 6,000 บาทเห็นว่า

พยานโจทก์คือนายแพทย์วิชัย ชี้เจริญ เบิกความว่าการปล่อยเศษกระจกไว้ดังกล่าวจะมีหรือไม่มีอาการแทรกซ้อนในภายหลังก็ได้ ดังนี้จึงยังไม่เป็นการแน่นอนว่าจะมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นถึงกับต้องมีการผ่าตัด แต่ค่ารักษาพยาบาลในอนาคต นับว่าเป็นค่าเสียหายโดยตรง ศาลคิดค่าเสียหายดังกล่าวให้ได้ แต่กรณีของโจทก์ที่ 2 เป็นการพ้นวิสัยที่จะหยั่งรู้ได้แน่ว่าจะมีอาการแทรกซ้อนทำให้โจทก์ที่ 2 ต้องผ่าตัดหรือไม่ และต้องเสียค่าใช้จ่ายเพียงใดศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดให้โจทก์ที่ 2 เรียกได้ตามที่ใช้จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 6,000 บาท ตามคำขอของโจทก์ที่ 2 โดยสงวนสิทธิที่จะแก้ไขคำพิพากษาภายในกำหนดเวลาสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 444 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองไม่กำหนดค่าเสียหายส่วนนี้ให้ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 259,727 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ร่วมกันใช้ค่าผ่าตัดภายหน้าเพื่อเอาเศษกระจกที่ฝังอยู่ในลำคอโจทก์ที่ 2 ออกตามที่โจทก์ที่ 2 จ่ายไปจริงแต่ไม่เกิน 6,000 บาทโดยศาลสงวนสิทธิที่จะแก้ไขคำพิพากษาภายในกำหนดเวลาสองปีนับแต่วันพิพากษา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร · จรัญ หัตถกรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้