Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3749/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2529 โจทก์ได้เช่าที่ดินราชพัสดุ บริเวณพื้นที่โดยรอบตลาดสดเทศบาล 3 จากเทศบาลเมืองขอนแก่นเพื่อเข้าดำเนินการจัดหาประโยชน์ด้วยตนเองหรือจัดแบ่งให้บุคคลอื่นเช่าช่วงเพื่อประกอบการค้ามีกำหนด 20 ปี ก่อนที่โจทก์จะได้รับสิทธิการเช่าพื้นที่ดังกล่าวนั้น เมื่อประมาณปี 2524ช. ซึ่งเป็นผู้เช่าคนเดิมได้อนุญาตให้จำเลยทั้งหมดซึ่งเป็นพ่อค้าและแม่ค้าเข้ามาวางขายสินค้าชั่วคราวที่ถนนบริเวณรอบนอกอาคารตลาดสดเทศบาล 3 โดยจำเลยทั้งหมดมิได้เสียค่าเช่าหรือผลประโยชน์ให้แก่บุคคลใด เมื่อโจทก์ได้รับโอนสิทธิการเช่าในพื้นที่ทั้งหมดจาก ช. นับแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2529 จำเลยทั้งหมดคงอยู่และตั้งแผงขายสินค้าในที่ดินดังกล่าวจนบัดนี้ โจทก์ได้มีหนังสือให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันขนย้ายสัมภาระและสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ที่ได้ปลูกสร้างลงในพื้นที่พิพาทและห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องแต่อย่างใดทั้งสิ้นแล้ว แต่จำเลยทั้งหมดเพิกเฉย ทำให้โจทก์เสียหาย จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งหมดพร้อมบริวารขนย้ายสิ่งปลูกสร้างและสัมภาระออกไปจากพื้นที่พิพาท ดังนี้ เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามฟ้องได้ความว่าจำเลยทั้งหมดได้เข้าไปครอบครองใช้ประโยชน์ที่ดินพิพาททำการค้าตลอดมาก่อนที่โจทก์จะทำสัญญาเช่ากับเทศบาลเมืองขอนแก่น ซึ่งโจทก์ยังไม่ได้เข้าครอบครองที่ดินพิพาทตามสัญญาเช่า จำเลยทั้งหมดไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ รูปคดีเป็นความรับผิดของผู้ให้เช่าในการรอนสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 549ประกอบด้วยมาตรา 477

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยเองโดยลำพังไม่ได้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้เช่าที่ดินราชพัสดุบริเวณพื้นที่โดยรอบตลาดสดเทศบาล 3 เนื้อที่ 1,243 ตารางเมตร มีกำหนด 20 ปี จากเทศบาลเมืองขอนแก่น ก่อนที่โจทก์จะได้รับสิทธิการเช่าพื้นที่ดังกล่าว นายชาญได้อนุญาตให้จำเลยทั้งหมดซึ่งเป็นพ่อค้าและแม่ค้าเข้ามาวางขายสินค้าชั่วคราวที่ถนนบริเวณรอบนอกอาคารตลาดสดเทศบาล 3เพื่อแก้ไขปัญหาจราจร โดยจำเลยทั้งหมดมิได้เสียค่าเช่าหรือผลประโยชน์ให้แก่บุคคลใด เมื่อโจทก์ได้รับโอนสิทธิการเช่าในพื้นที่ทั้งหมดจากนายชาญ โจทก์ได้มีหนังสือโดยปิดประกาศในบริเวณรอบตลาดสดเทศบาล 3 และลงประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันขนย้ายสัมภาระและสิ่งกีดขวางต่าง

ๆ ห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องให้เป็นที่เรียบร้อยก่อนสิ้นปี 2532แต่จำเลยทั้งหมดเพิกเฉย ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยที่ 1ถึงที่ 146 พร้อมบริวารขนย้ายสิ่งปลูกสร้างและสัมภาระออกไปจากพื้นที่บริเวณรอบนอก อาคารตลาดสดเทศบาล 3 (ตลาดโบ๊เบ๊)ด้านทิศตะวันตกตลอดแนวพื้นที่ทั้งหมดตามแนวเส้นสีแดงในแผนผังเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 และห้ามเข้าเกี่ยวข้องในพื้นที่พิพาทอีกต่อไป และให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 219,000 บาทจนกว่าจำเลยทั้งหมดจะออกไปจากพื้นที่พิพาทจำเลยที่ 77 ที่ 107 และที่ 139 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 1 ถึงที่ 30 ที่ 32 ถึงที่ 37 ถึงที่ 76 ที่ 78ถึงที่ 106 ที่ 108 ถึงที่ 138 และที่ 140 ถึงที่ 146 ให้การว่าพื้นที่รอบอาคารตลาดสดทางเทศบาลเมืองขอนแก่นมิได้รับสิทธิการเช่าจากกระทรวงการคลังจึงไม่มีสิทธินำพื้นที่ดังกล่าวมาให้โจทก์เช่าโจทก์รับโอนสิทธิการเช่ามาจากนายชาญ โดยที่นายชาญไม่ได้มีสิทธิการเช่าพื้นที่บริเวณรอบอาคารตลาดสด

นายชาญเป็นเพียงผู้ก่อสร้างอาคารตลาดสดซึ่งได้ทำสัญญาไว้กับเทศบาลเมืองขอนแก่นจึงไม่มีสิทธิโอนสิทธิการเช่าให้แก่โจทก์ ประกอบกับพื้นที่พิพาทเป็นลานจอดรถเป็นที่สาธารณประโยชน์ สัญญาตามฟ้องจึงขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตกเป็นโมฆะ ค่าเสียหายไม่เกินเดือนละ 4,176 บาท ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น นายไพจิตร หอไชย บุตรของจำเลยที่ 31 และนางมุกดา มานะพันธุ์ ผู้ครอบครองที่ดินแทนจำเลยที่ 38 ร้องสอดขอเข้าเป็นคู่ความร่วมกับจำเลยที่ 31 และที่ 38ต่อมาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 31 และที่ 38

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตวันนัดสืบพยานโจทก์

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดสืบพยานศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยทั้งหมดเข้าอยู่ในที่พิพาทก่อนโจทก์ทำสัญญาเช่า จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์แต่เป็นกรณีการรอนสิทธิ โจทก์จะฟ้องจำเลยเองโดยลำพังไม่ได้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คงมีปัญหาวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยเองโดยลำพังได้หรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องสรุปความว่า เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2529 โจทก์ได้เช่าที่ดินราชพัสดุบริเวณพื้นที่โดยรอบตลาดสดเทศบาล 3 กับอาคารตลาดสดราชพัสดุจากเทศบาลเมืองขอนแก่น ปรากฏตามสัญญาเช่าอาคารตลาดสดและแผนผังท้ายฟ้องหมายเลข 1 และ 2 เพื่อจัดให้บุคคลอื่นเช่าเพื่อประกอบการค้ามีกำหนด 20 ปี

เมื่อประมาณปี 2524 นายชาญ เนียมประดิษฐ์ผู้เช่าเดิม ได้อนุญาตให้จำเลยทั้งหมดซึ่งเป็นพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาวางขายสินค้าที่ถนนบริเวณรอบนอกอาคารตลาดสดเทศบาล 3 ด้านทิศตะวันตกตามเส้นสีแดงแผนผังหมายเลข 2 ท้ายฟ้องและอยู่ขายสินค้า เมื่อวันที่24 ธันวาคม 2529 โจทก์ได้รับโอนสิทธิการเช่าในพื้นที่ทั้งหมดจากนายชาญ จำเลยทั้งหมดก็ยังคงอยู่ตั้งแผงขายสินค้าในที่ดินดังกล่าวจนบัดนี้ เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามฟ้องได้ความว่า จำเลยทั้งหมดได้เข้าไปครอบครองใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณรอบตลาดสดเทศบาล 3ทำการค้าตลอดมาก่อนที่โจทก์จะทำสัญญาเช่ากับเทศบาลเมืองขอนแก่นซึ่งโจทก์ยังไม่ได้เข้าครอบครองที่ดินพิพาทตามสัญญาเช่า และโจทก์ได้ประกาศแจ้งให้จำเลยทั้งหมดออกไป

จำเลยทั้งหมดเพิกเฉย ดังนี้จำเลยทั้งหมดไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ รูปคดีเป็นความรับผิดของผู้ให้เช่าในการรอนสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 549 ประกอบด้วยมาตรา 477 โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยเองโดยลำพังไม่ได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องที่ศาลล่างทั้งสองศาลพิพากษายกฟ้องยืนตามกันมานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลิต ประไพศาล · สุนพ กีรติยุติ · ชลอ ทองแย้ม
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้