Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3746/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ผู้เสียหายมอบเงินจำนวน 250,000 บาท ให้จำเลยผู้เป็นสมุห์บัญชีธนาคารและเป็นเพื่อนบ้านไปฝากเข้าบัญชีของผู้เสียหายที่ธนาคารตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2536 แต่จำเลยก็ไม่นำเงินเข้าบัญชีให้ในวันนั้นหรือในวันรุ่งขึ้นแล้วผัดผ่อนเรื่อยมา ซึ่งอย่างช้าภายในเดือนสิงหาคม 2536 ผู้เสียหายก็ต้องทราบว่าจำเลยเบียดบังเอาเงินนั้นเป็นของตนหรือบุคคล ที่สามโดยทุจริตอันเป็นความผิดฐานยักยอกแล้ว ฉะนั้น การที่ ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2536 แต่ผู้เสียหายเพิ่งร้องทุกข์เมื่อวันที่6 กันยายน 2538 คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 96 และเมื่อคดีขาดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อม ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6) พนักงาน อัยการโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 กับให้คืนหรือใช้เงินจำนวน 250,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคหนึ่ง จำคุก 1 ปี 6 เดือนและให้จำเลยคืนเงินจำนวน 250,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่จะวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์มีว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่โจทก์ฎีกาว่า เมื่อจำเลยไม่นำเงินเข้าบัญชีและจำเลยขอผัดผ่อนการนำเงินเข้าบัญชี ผู้เสียหายก็ยินยอมโดยเชื่อว่าจำเลยต้องนำเงินเข้าบัญชีให้ หรืออย่างน้อยก็ชดใช้เงินที่ได้ฝากให้ไปคืนมากรณีจึงรับฟังได้ว่าผู้เสียหายยังไม่รู้เรื่องความผิด แต่เมื่อผู้เสียหายไปร้องเรียนผู้บังคับบัญชาจำเลยในวันที่ 31 สิงหาคม 2538 จำเลยกลับปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป เช่นนี้ กรณีจึงถือได้ว่าผู้เสียหายได้รู้เรื่องความผิดในวันนั้น หาใช่วันที่ 4 มิถุนายน 2538 ตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ เมื่อผู้เสียหายไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในวันที่ 6 กันยายน 2538 ตามที่ปรากฏในบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย

จ.6 คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า ผู้เสียหายเบิกความว่า วันที่ 4 สิงหาคม 2536 เวลาเที่ยงวัน ผู้เสียหายฝากเงินจำนวน 250,000 บาทให้จำเลยนำไปเข้าบัญชีให้ จำเลยรับปากตอนเย็นจำเลยกลับมาบ้านและบอกผู้เสียหายว่ายังไม่ได้นำเงินเข้าบัญชีให้ ทั้งยังไม่คืนสมุดเงินฝากให้ โดยบอกว่าจะนำเงินเข้าบัญชีให้ในวันรุ่งขึ้นปรากฏว่าในวันรุ่งขึ้นจำเลยก็ยังไม่ยอมนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีให้ผู้เสียหาย จำเลยผัดผ่อนมาโดยตลอดว่าจะนำเงินเข้าฝากที่ธนาคารให้ แต่ก็ไม่ยอมนำเข้าบัญชีให้เรื่อยมา เมื่อเป็นเช่นนี้ หากผู้เสียหายมอบเงินให้จำเลยผู้เป็นสมุห์บัญชีธนาคารและเป็นเพื่อนบ้านไปฝากเข้าบัญชีของผู้เสียหายที่ธนาคารตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2536 จริง ตามคำเบิกความการที่จำเลยไม่นำเงินเข้าบัญชีให้ในวันนั้นหรือในวันรุ่งขึ้นแล้วผัดผ่อนเรื่อยมานั้น

อย่างช้าภายในเดือนสิงหาคม 2536 ผู้เสียหายก็ต้องทราบว่าจำเลยเบียดบังเอาเงินนั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริตอันเป็นความผิดฐานยักยอกแล้ว ฉะนั้นการที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2536 แต่ผู้เสียหายเพิ่งร้องทุกข์เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2538 คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 และเมื่อคดีขาดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6) พนักงานอัยการโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยต่อไป"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวเลิศ โสภณวัต · กนก พรรณรักษา · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้