Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2543 (เลขอ้างอิง 37378)

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 2 และที่ 5 มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมในวันเวลาเดียวกันหรือคราวเดียว โดยแบ่ง สินค้าแยกวางเสนอจำหน่ายในสถานที่ต่างกันนั้น ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 5 มีเจตนาเดียวที่จะเสนอจำหน่ายสินค้าจำนวนดังกล่าว ในคราวเดียวกัน เพียงแต่แยกวางจำหน่ายในสถานที่ต่างกันเท่านั้น การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 5 จึงเป็นความผิดกรรมเดียว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 มีสินค้าของกลางไว้เพื่อจำหน่าย ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาให้ริบสินค้าของกลางได้ตามพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้าฯ มาตรา 115 โดยไม่ต้องคำนึงว่าสินค้าของกลาง เป็นสินค้าที่ได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือเป็นสินค้าที่ผลิตใน ราชอาณาจักร และไม่จำต้องปรับบทริบทรัพย์สินค้าของกลางตาม ประมวลกฎหมายอาญาอันเป็นบททั่วไปอีก

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสี่สำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโจทก์ทั้งสี่สำนวนฟ้องและแก้ไขคำฟ้องใจความว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2ร่วมกันเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้ากล่องโลหะสำหรับบรรจุเครื่องตัดวงจรไฟฟ้าที่มีเครื่องหมายการค้า และ SQUARE D อันเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีผู้ทำปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายดังกล่าวข้างต้นจำนวน 271 กล่อง จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้ากล่องโลหะสำหรับบรรจุเครื่องตัดวงจรไฟฟ้าอันมีเครื่องหมายการค้าที่มีผู้ทำปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายดังกล่าวข้างต้นจำนวน 15 กล่อง จำเลยที่ 2 ที่ 5 และที่ 6 ร่วมกันเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้ากล่องโลหะสำหรับบรรจุเครื่องตัดวงจรไฟฟ้า

อันมีเครื่องหมายการค้าที่มีผู้ทำปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายดังกล่าวข้างต้นจำนวน 1 กล่อง และจำเลยที่ 2 ที่ 5 และที่ 7ร่วมกันเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้ากล่องโลหะสำหรับบรรจุเครื่องตัดวงจรไฟฟ้าซึ่งมีเครื่องหมายการค้าที่มีผู้ทำปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายดังกล่าวข้างต้นจำนวน 19 กล่อง ทั้งนี้ โดยจำเลยทั้งเจ็ดรู้อยู่แล้วว่าเป็นสินค้าที่มีการปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 4,108, 110, 114, 115 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 ริบของกลางทั้งหมดและนับโทษจำเลยที่ 2 ทั้งสี่สำนวนติดต่อกันจำเลยทั้งเจ็ดให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษติดต่อกันศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาว่า

จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 มีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 4, 108, 110, 114, 115 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 ฐานร่วมกันเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม โดยสำนวนแรกให้ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 100,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 ให้จำคุก 1 ปี และปรับ 100,000 บาท สำนวนที่ 2 ให้ปรับจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 10,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท สำนวนที่ 3 ให้ปรับจำเลยที่ 2 และที่ 5 คนละ 8,000 บาท และสำนวนที่ 4 ให้ปรับจำเลยที่ 2และที่ 5 คนละ 12,000 บาท รวมโทษจำเลยที่ 2 เป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือนและปรับ 130,000 บาท รวมโทษจำเลยที่ 5 เป็นปรับ 20,000 บาท

โทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ริบของกลางทั้งหมด กับให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 4 ที่ 6 และที่ 7จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ทั้งสี่สำนวน จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 5 สำนวนที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "สินค้าของกลางทั้งสี่สำนวนรวม 306 กล่อง นั้น ได้ความตามคำฟ้องและทางพิจารณาว่าจำเลยที่ 2 มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายในวันเวลาเดียวกันหรือคราวเดียวถือได้ว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาเดียวที่จะเสนอจำหน่ายสินค้าจำนวนดังกล่าวในคราวเดียวกัน เพียงแต่จำเลยที่ 2 แบ่งสินค้านำไปวางเสนอจำหน่ายเพื่อหากำไรที่ร้านค้าของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5ซึ่งตั้งอยู่คนละสถานที่เท่านั้น

แม้โจทก์จะแยกฟ้องจำเลยที่ 2 เป็นสี่สำนวนเมื่อมีการรวมพิจารณาพิพากษาคดีทั้งสี่สำนวนนี้เข้าด้วยกันเสมือนหนึ่งเป็นคดีเดียวกันจึงต้องถือว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 ทั้งสี่สำนวนเป็นความผิดกรรมเดียวเท่านั้น นอกจากนี้การที่ห้างจำเลยที่ 5 ได้แยกวางเสนอจำหน่ายสินค้าของกลางที่สำนักงานใหญ่ 19 กล่อง และที่สำนักงานสาขา 1 กล่องในวันเวลาเดียวกัน ก็หามีผลทำให้การกระทำของจำเลยที่ 5 แยกเป็นความผิด2 กรรมตามที่โจทก์แยกฟ้องมาเป็น 2 สำนวนไม่ เพราะต้องถือว่าจำเลยที่ 5มีเจตนาเดียวที่จะเสนอจำหน่ายสินค้าของกลางทั้ง 20 กล่องในคราวเดียวกัน เพียงแต่แยกวางจำหน่ายในสถานที่ต่างกันเท่านั้น การกระทำของจำเลยที่ 5 ดังกล่าวจึงเป็นความผิดกรรมเดียวเช่นเดียวกัน ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 5 มาเป็นความผิดหลายกรรมตามรายสำนวน จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศนอกจากนี้ยังเห็นว่า ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางปรับบทริบสินค้าของกลางตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า

พ.ศ. 2534 มาตรา 115 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 และ 33 รวมกันมานั้น ก็ยังไม่ถูกต้องซึ่งศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า คดีนี้เป็นกรณีที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 มีสินค้าของกลางไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาให้ริบสินค้าของกลางได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 115 โดยไม่ต้องคำนึงว่าสินค้าของกลางเป็นสินค้าที่ได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือเป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรและเมื่อพิพากษาให้ริบสินค้าของกลางตามบทกฎหมายมาตรา 115 ดังกล่าวข้างต้นซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้ว ก็ไม่จำต้องปรับบทริบทรัพย์สินค้าของกลางนี้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32 และ 33 อันเป็นบททั่วไปอีก จึงสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 มีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110(1) ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 108 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 โดยไม่ปรับบทลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 114 ส่วนสินค้าของกลางทั้งหมดให้ริบตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 115 การกระทำของจำเลยที่ 2 ทั้งสี่สำนวนและการกระทำของจำเลยที่ 5 ทั้งสองสำนวนเป็นความผิดกรรมเดียวให้ลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 1 ปี และปรับ 100,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 5 ให้ปรับ 12,000 บาท คำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว สำหรับจำเลยที่ 1 ให้ปรับ 66,666.66บาท ส่วนจำเลยที่ 2 ให้จำคุก 8 เดือน และปรับ 66,666.66 บาท โทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีตามเดิม จำเลยที่ 3 ให้ปรับ6,666.66 บาท และจำเลยที่ 5 ให้ปรับ 8,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · ทวีชัย เจริญบัณฑิต · พินิจ เพชรรุ่ง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้