Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3736/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำร้องของจำเลยที่อ้างเหตุผลว่าไม่สามารถหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมศาลได้ภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด เพิ่งจะได้เงินมาหลังจากพ้นระยะเวลาที่ศาลกำหนดไปแล้วนั้น หาใช่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัยไม่ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตตามคำร้องของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นการขัดต่อ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้เป็นคดีเดียวกัน โดยจำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฉบับหนึ่งและโจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีกฉบับหนึ่ง ศาลฎีกาเห็นสมควรรวมพิพากษาไปด้วยกันโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้และดอกเบี้ย 124,345.92 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 110,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า หนังสือสัญญากู้ตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องเป็นสัญญาปลอมขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 110,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความรวมสองศาลเป็นเงิน 3,000 บาทจำเลยฎีกาแก้ไขฎีกาและยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง และให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายในกำหนด 15 วัน โดยศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2529 ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2529 ขออนุญาตศาลชั้นต้นให้จำเลยชำระเงินค่าธรรมเนียมต่อศาลภายในวันที่ 22 กรกฎาคม 2529

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตซึ่งต่อมาจำเลยได้ชำระเงินค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาจำนวน3,107.50 บาทต่อศาลชั้นต้นในวันที่ 22 กรกฎาคม 2529 และศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลย โจทก์ยื่นคำแถลงลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2529อ้างว่าจำเลยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายในกำหนด15 วันนับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2529 จึงถือว่าคดีไม่มีการฎีกาและคดีถึงที่สุดแล้วขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอนุญาตให้จำเลยชำระเงินค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาได้ในวันนี้แล้วให้ยกคำแถลงของโจทก์โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ในปัญหาเกี่ยวกับฎีกาของโจทก์ซึ่งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้รับฎีกาของจำเลยนั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2529จำเลยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระภายในกำหนดดังกล่าวและมิได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาตามที่ศาลได้กำหนดไว้ขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น การที่จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่18 กรกฎาคม 2529 จึงล่วงเลยกำหนดระยะเวลาที่ศาลได้กำหนดไว้มาแล้วนั้น มีบทบัญญัติมาตรา 23 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนดไว้ว่าจะกระทำได้เฉพาะแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยตามคำร้องของจำเลยดังกล่าวที่อ้างเหตุผลว่าไม่สามารถหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมศาลได้ภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด

เพิ่งจะได้เงินมาในวันที่ 18 กรกฎาคม 2529นั้นหาใช่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัยไม่ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำร้องของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นการขัดต่อมาตรา 23 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เมื่อจำเลยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายในกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ศาลชั้นต้นชอบที่จะสั่งไม่รับฎีกาจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้รับฎีกาของจำเลยนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น และโดยเหตุดังกล่าวศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาจำเลย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฎีกาจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้จำเลยสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมอื่น ๆ ระหว่างโจทก์กับจำเลยในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3716/2567

โจทก์ร่วมยื่นฎีกาพร้อมคำร้องขออนุญาตฎีกาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566 ภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นขยายให้ ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขออนุญาตฎีกาว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3670/2567

แม้ตามคำร้องขอขยายระยะเวลาของโจทก์จะอ้างเหตุผลอันไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา 23 บัญญัติไว้ แต่เมื่อศาลเห็นว่า หากไม่ขยายให้แล้วอาจเสียความเป็นธรรมไป ศาลย่อมมีอำนาจทั่ว ๆ ไปที่จะขยายเวลาให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2656/2567

กำหนดระยะเวลาฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่พอใจคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 มาตรา 26 วรรคห้า เป็นระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งที่ศาลภาษีอากรกลางมีอำนาจขยาย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712254)

เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลายื่นฎีกาครั้งที่ 1 ถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2566 จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ต้องตรวจสอบให้รอบคอบว่าศาลอนุญาตให้ขยายถึงวันใด แต่จำเลยกลับตรวจสอบวันครบกำหนดผิดพลาดไปจึงถือได้ว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้