Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3735/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผู้ซื้อผิดสัญญาซื้อขายไม่ชำระราคารถยนต์ตามกำหนดและโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้จำเลยใช้เงินที่ขาดจำนวนตามสัญญาซื้อขายหลังจากที่ขายรถยนต์ให้แก่ผู้อื่นแล้วจำนวนหนึ่ง กับค่าขาดประโยชน์ที่จะให้บุคคลอื่นเช่าซื้อรถยนต์อีกจำนวนหนึ่ง เงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวเป็นค่าเสียหายที่เป็นผลจากการเลิกสัญญา ไม่ใช่ค่าส่งมอบของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165 (1) และกรณีเช่นนี้กฎหมายไม่ได้บัญญัติในเรื่องอายุความไว้เป็นพิเศษจึงต้องถืออายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 คำให้การขอจำเลยที่ 2 ที่ต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลหรือไม่ โจทก์มอบอำนาจให้ ส. ฟ้องคดีหรือไม่ ไม่ทราบ ไม่รับรองหนังสือรับรองนิติบุคคลและใบมอบอำนาจให้ฟ้องคดี จำเลยปฏิเสธ นั้น เป็นคำให้การที่ไม่ได้แสดงโดยชัดแจ้งว่า จำเลยปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้น หรือแต่บางส่วนไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรสอง ถือไม่ได้ว่าจำเลยให้การปฏิเสธ จึงไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาซื้อขายผ่อนส่งรถยนต์ไปจากโจทก์โดยผ่อนชำระราคาเป็นรายเดือน ถ้าผิดนัดถือว่าผิดสัญญา จำเลยที่ ๑ ต้องนำรถส่งคืนโจทก์ในสภาพดี ส่วนเงินที่ชำระแล้วโจทก์ไม่ต้องคืน จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยผิดนัด โจทก์ทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้ว เมื่อโจทก์ได้รับรถคืนได้ขายให้แก่ผู้อื่นขาดทุน ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินเท่าจำนวนที่ขายขาดทุนค่าขาดประโยชน์จากการให้ผู้อื่นเช่าซื้อ และค่ารถที่ยังผ่อนชำระไม่ครบ พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง หลังจากโจทก์บอกเลิกสัญญาก็ได้รับรถคืนไปแล้ว และค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ ๑ ชำระไปแล้วเพียงพอแก่ความเสียหายของโจทก์ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๓๔,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ ฎีกาข้อแรกว่าการที่โจทก์นำคดีมาฟ้องในกรณีเช่นนี้เท่ากับโจทก์อยู่ในฐานะเป็นพ่อค้าเรียกเอาค่าส่งมอบของจึงต้องฟ้องบังคับเสียภายใน ๒ ปี นับแต่วันที่จำเลยที่ ๑ ผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕ (๑) เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องเลยกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้ดังกล่าวจึงต้องถือว่าคดีโจทก์ขาดอายุความสำหรับปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาซื้อขายและโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว จึงขอให้จำเลยใช้เงินที่ขาดจำนวนตามสัญญาซื้อขายหลังจากที่ขายรถยนต์ให้แก่ผู้อื่นแล้วเป็นเงิน ๔๖,๔๗๓ บาท กับค่าขาดประโยชน์ที่จะให้บุคคลอื่นเช่าซื้อรถยนต์เป็นเวลา ๑๙ เดือน เป็นเงิน ๓๘,๐๐๐ บาท

เงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวนี้เห็นได้ว่าเป็นค่าเสียหายที่เป็นผลจากการเลิกสัญญาหาใช่ค่าส่งมอบของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕ (๑) ดังที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาไม่ ซึ่งกรณีเช่นนี้กฎหมายมิได้บัญญัติในเรื่องอายุความไว้เป็นพิเศษ จึงต้องถืออายุความ ๑๐ ปี อันเป็นบทบัญญัติทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ ฟ้องโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ สำหรับปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ จำเลยที่ ๒ ให้การว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลหรือไม่ ไม่ทราบ ไม่รับรอง โจทก์ได้มอบอำนาจให้นายสมศักดิ์ กิจปราโมทย์ ฟ้องคดีหรือไม่ ไม่ทราบ ไม่รับรอง หนังสือรับรองนิติบุคคล และใบมอบอำนาจให้ฟ้องคดี จำเลยปฏิเสธ เห็นว่าเป็นคำให้การที่ไม่ได้แสดงโดยชัดแจ้งว่าจำเลยปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรคสอง ถือไม่ได้ว่าจำเลย ให้การปฏิเสธจึงไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เดชา สุวรรณโณ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายอุไร คังคะเกตุ
ศาลอุทธรณ์ - นายอำไพ วิจิตรเวชการ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2358/2537

จำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์อย่างสิ้นเชิงว่าไม่เคยทำสัญญาจะซื้อจะขายตามฟ้องโจทก์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายกับโจทก์จริง จึงไม่มีประเด็นที่จะวินิจฉัยต่อไปว่าจำเลยได้รับเงินจากโจทก์ต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1585/2517

ค่าเสียหายจากการที่โจทก์ขาดประโยชน์ที่เอารถไปให้ผู้อื่นเช่าไม่ได้มีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164 ส่วนค่าเสียหายจากการที่จำเลยใช้รถชำรุดบุบสลายมีอายุความ 6 เดือน ตามประมวลกฎหมาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1249/2506

(1) องค์การสรรพาหารเป็นราชการไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ไม่ว่าเป็นเอกสารประเภทใด (2) กรณีที่จำเลยมิใช่แต่เพียงเป็นสื่อกลางให้เขาทำสัญญากัน หากแต่จำเลยยังรับสินค้าไปจำหน่าย และชำระเงินค่าสินค้าคืนให้ตัวการโด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1962/2548

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยโจทก์เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจและขายอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ โจทก์จึงไม่เป็นพ่อค้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 165 (1) เดิม แต่ต่อมามาตรา 193/34 (1)…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7810/2540

โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์การของรัฐบาลพ.ศ. 2496 โดยจัดตั้งขึ้นตาม พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ. 2517 โจทก์จึงมีอำนาจเป็นตัวการที่จะกระทำ การใดหรือทำนิติกรรมใด ๆ ไ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้