Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3733/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์แยกฟ้องเป็น 3 ข้อ แต่ระบุวันเวลากระทำผิด คือระหว่างวันที่ 11 กรกฎาคม 2530 ถึงวันที่ 16 มกราคม 2531เวลากลางวันจำเลยได้ทำเอกสารและเอกสารราชการปลอมและให้วันที่ 16 มกราคม 2531 เวลากลางวันจำเลยจึงนำเอกสารที่ทำปลอมดังกล่าวไปใช้แสดงเพื่อพยายามฉ้อโกง ดังนี้ทำให้เห็นได้ว่าจำเลยทำเอกสารและเอกสารราชการปลอมก็เพื่อจะนำไปใช้ฉ้อโกง อันเป็นการกระทำต่อเนื่องด้วยเจตนาเดียวเพื่อให้ ก.หลงเชื่อว่าจำเลยคือ ค. เจ้าของเช็คเดินทาง การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ ก. เมื่อระหว่างวันที่ 11 กรกฎาคม 2530ถึงวันที่ 16 มกราคม 2531 เวลากลางวัน วันเวลาใดไม่ปรากฎชัดจำเลยกับพวกที่ยังจับตัวไม่ได้ ได้บังอาจร่วมกันทำหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต) ซึ่งเป็นหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งออกให้กับนายโครีมัสสะ ทามุร โดยปลอมขึ้นแต่บางส่วน ทั้งนี้โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นายโครีมัสสะ ทามูระ บริษัทอเมริกันเอ๊กซ์เพลส (ไทย) จำกัดและประชาชน จำเลยกับพวกได้ร่วมกันกระทำเพื่อให้นายเกษมสันต์เสนามนตรี และผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นหนังสือเดินทางที่แท้จริงของจำเลยข. ตามวันเวลาดังกล่าวในข้อ ก. จำเลยได้บังอาจปลอมเอกสารราชการขึ้นแต่บางส่วนอันเป็นเอกสารราชการที่เจ้าพนักงานรับรองในหน้าที่โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจำท่าอากาศยานดอนเมืองกรมตำรวจและประชาชนอื่นได้จำเลยกับพวกได้ทำขึ้นเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใด และนายเกษมสันต์เสนามนตรี

หลงเชื่อว่าเป็นเอกสารราชการที่แท้จริงค. เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2531 เวลากลางวันจำเลยโดยทุจริตได้บังอาจหลอกลวงนายเกษมสันต์ เสนามนตรี ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงอันควรบอกให้แจ้ง โดยจำเลยได้ใช้หนังสือเดินทางที่จำเลยกับพวกได้ร่วมกันกระทำปลอมขึ้นในข้อ ก. พร้อมกับแสดงตัวว่าจำเลยคือนายโคริมัสสะ ทามูระ เพื่อให้นายเกษมสันต์ เสนามนตรีหลงเชื่อว่าจำเลยคือนายโครีมัสสะ ทามูระ และเป็นเจ้าของเช็คเดินทางอเมริกันเอ็กซ์เพรส ดังกล่าวจริงง. เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2531 เวลากลางวันจำเลยได้บังอาจนำหนังสือเดินทางและเอกสารราชการที่จำเลยได้ทำปลอมขึ้นในข้อ ก. และ ข. ไปใช้แสดงต่อนายเกษมสันต์เสนามนตรี ดังกล่าวในข้อ

ค. ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นายเกษมสันต์ เสนามนตรี บริษัทอเมริกันเอ็กซ์เพรส(ไทย) จำกัดและประชาชนอื่นได้จ. เมื่อระหว่างวันที่ 11 กรกฎาคม 2530 ถึงวันที่ 16 มกราคม2531 วันเวลาใดไม่ปรากฎชัด จำเลยซึ่งเป็นคนต่างด้าวสัญชาติสิงคโปร์ ได้บังอาจเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยมิได้เข้ามาตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองที่กำหนดฉ. เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2531 เวลากลางวันจำเลยซึ่งเป็นคนต่างด้าวสัญชาติสิงคโปร์ ได้บังอาจอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,83, 91, 264, 265, 268, 341, 342 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง

พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 62, 81จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานทำเอกสารปลอมและทำเอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264, 265 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา265 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90กระทงหนึ่งและมีความผิดฐานทำเอกสารปลอมใช้เอกสารปลอมกับใช้เอกสารราชการปลอม และพยายามฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา264, 265, 268 วรรคสอง, 342(1), 80 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรคสอง ประกอบกับมาตรา 265 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 กระทงหนึ่ง แต่การใช้เกิดจากการปลอมเอกสารในกระทงแรกด้วย

คงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสองประกอบกับมาตรา 265 กระทงเดียว จำคุก 2 ปี กับมีความผิดฐานเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยมิได้เข้าตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองและมีความผิดฐานอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง มาตรา 11, 62, 81 อีกสองกระทง่แต่ละกระทงจำคุก 4 เดือน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 (ที่ถูกมาตรา 91) ที่แก้ไขแล้วรวมจำคุก 2 ปี 8 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี 4 เดือนโจทก์อุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์แต่ละข้อเป็นความผิดแต่ละกรรม ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้องทุกกระทงความผิดศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าความผิดฐานทำเอกสารปลอมทำเอกสารราชการปลอม และพยายามฉ้อโกง ตามฟ้องข้อ ก. ข. และ ค.เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษเป็น 3 กรรมนั้นเห็นว่า ตามฟ้องโจทก์ในข้อ ก. ข. และ ค. แม้โจทก์จะแยกฟ้องมาเป็น 3 ข้อ แต่ระบุวันเวลากระทำผิดว่า ระหว่างวันที่ 11กรกฎาคม 2530 ถึงวันที่ 16 มกราคม 2531 เวลากลางวัน วันเวลาใดไม่ปรากฎชัดจำเลยได้กระทำผิดตามข้อ ก. และ ข. และวันที่ 16มกราคม 2531 เวลากลางวันจำเลยจึงนำเอกสารที่ทำปลอมขึ้นในข้อก. และ ข. ไปใช้แสดงพยายามฉ้อโกงตามข้อ ค. ทำให้เห็นได้ว่าจำเลยทำเอกสารปลอมตามฟ้องข้อ ก. ทำเอกสารราชการปลอมตามฟ้องข้อ ข. ก็เพื่อจะนำไปใช้ฉ้อโกงตามฟ้องข้อ ค. เป็นการกระทำต่อเนื่องด้วยเจตนาอย่างเดียวเพื่อให้นายเกษมสันต์ เสนามนตรี หลงเชื่อว่าจำเลยคือนายโครีมัสสะ ทามูระ ซึ่งเป็นเจ้าของเช็คเดินทางอเมริกันเอ็กซ์เพรส เพื่อยอมให้จำเลยแลกเช็คเดินทางไปตามฟ้องจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่เป็นการกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปชา วรธรรมพินิจ · เสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้