Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 373/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยยอมรับข้อเท็จจริงตามฟ้อง ซึ่งมีว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยประมาท ตามกรมธรรม์ประกันภัยค้ำจุนซึ่งจำเลยที่ 3 ทำต่อจำเลยที่ 2 เจ้าของรถมีว่าจำเลยที่ 1 ขับรถโดยจำเลยที่ 2 ยินยอมถือเสมือนจำเลยที่ 2 เป็นผู้เอาประกันภัยเอง จำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยจึงต้องรับผิดในการที่จำเลยที่ 1 ขับรถชนรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้เสียหายตามคำท้าโจทก์ซ่อมรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้แล้วโจทก์ได้รับช่วงสิทธิไล่เบี้ยเอากับจำเลยที่ 3 ได้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแพ้คดีตามคำท้า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา"โจทก์และจำเลยที่ 3 ไม่สืบพยานโดยแถลงรับกันว่า จำเลยที่ 3 ยอมรับข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์ทุกประเด็น สำหรับค่าเสียหายทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับกันว่าเป็นเงิน 2,500 บาท ทั้ง 2 ฝ่ายท้ากันเพียงประเด็นเดียวให้ศาลวินิจฉัยว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัย เอกสารหมาย จ.ล.1 จำเลยที่ 3 ต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ถ้าวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 3 ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 3 ยอมแพ้ ยอมชดใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวข้างต้นให้โจทก์ พร้อมด้วยค่าฤชาธรรมเนียม ถ้าศาลวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิด โจทก์ยอมแพ้ รายละเอียดปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 30 ธันวาคม 2520ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย

จ.ล.1 จำเลยที่ 3 ต้องรับผิดต่อโจทก์ ต้องแพ้คดีตามคำท้าพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 2,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2520 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จกับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ100 บาทจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์100 บาทแทนโจทก์จำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว จำเลยที่ 3 ฎีกาเป็นข้อกฎหมายว่า การที่จะพิจารณาว่าจำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่จะต้องพิเคราะห์ถึงปัญหาว่าผู้เอาประกันภัยคือจำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดต่อโจทก์เสียก่อน ถ้าจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดแล้ว

จำเลยที่ 3 ก็ไม่ต้องรับผิดด้วย แต่คดีนี้จำเลยที่ 2ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยมิใช่เป็นผู้ทำละเมิดต่อโจทก์ ฉะนั้นความรับผิดของจำเลยที่ 2ต่อโจทก์ก็เป็นความรับผิดที่จะเข้าแทนบุคคลอื่นซึ่งได้แก่จำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดโจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ได้ความว่าจำเลยที่ 2 จะต้องรับผิด แต่โจทก์ก็แสดงให้ศาลเห็นไม่ได้ ศาลควรต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ เมื่อจำเลยที่ 2ไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ 3 ก็ไม่ต้องรับผิดชอบด้วย ซึ่งโจทก์เป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้าตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 105/2517 ระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัด สุวรรณศร กับพวกโจทก์ บริษัท ร.ส.พ. ประกันภัย จำกัด กับพวกจำเลย (ที่ถูกเป็นบริษัท ร.ส.พ.ประกันภัย จำกัด

โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดขนส่งสุวรรณศร กับพวก จำเลย)ความข้อนี้ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาท และจากรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 30 ธันวาคม 2520 ได้บันทึกไว้ว่า จำเลยที่ 3 ขอยอมรับข้อเท็จจริงตามฟ้องทุกประเด็น เมื่อยอมรับเช่นนี้ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้ยอมรับว่า จำเลยที่ 1ซึ่งขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับโดยความประมาท ข้อเท็จจริงจึงเป็นอันยุติฟังได้ตามคำฟ้อง คงมีปัญหาวินิจฉัยเฉพาะเรื่องที่คู่ความท้ากันว่าตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสาร หมาย จ.ล.1 จำเลยที่ 3 ต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ปรากฏจากกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวหมวดที่ 2 ข้อ 2.7 ว่าด้วยการคุ้มครองผู้ขับขี่

ระบุไว้ว่าบริษัทจะถือบุคคลใดซึ่งขับขี่รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยยอมรับตามฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน กท. ฐ-8354 และ เป็นผู้เอาประกันภัยไว้ได้อนุญาตให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว กรณีก็เป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัย เอกสารหมาย จ.ล.1หมวดที่ 2 ข้อ 2.7 ซึ่งจำเลยที่ 3 ต้องถือเสมือนหนึ่งว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้เอาประกันภัยเอง เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายประมาทโดยขับรถยนต์คันดังกล่าวเป็นเหตุให้ชนกับรถยนต์หมายเลขทะเบียน กท. ภ-0167 ซึ่งประกันไว้กับบริษัทโจทก์โดยละเมิดและโจทก์ได้จัดการซ่อมรถยนต์หมายเลขทะเบียน

กท. ภ-0127 ให้แก่บริษัทที เอ็น วี เอ็นยิเนียริ่ง จำกัดแล้วโจทก์ย่อมรับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดได้ ซึ่งจำเลยที่ 3 ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.ล.1 และต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้า ที่จำเลยที่ 3 อ้างคำพิพากษาฎีกามานั้นไม่ตรงกับรูปเรื่องของคดีนี้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิถี ปานะบุตร · พัลลภ เสถียรธรรมกิจ · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้