Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3720/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อขายที่ดินกันเพราะเข้าใจว่าที่ดินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรมนั้นสามารถซื้อขายและโอนกันได้ โดยไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นที่หลวงซึ่งมีกฎหมายห้ามโอนไว้ แสดงว่าโจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 1 เข้าทำสัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวโดยสำคัญผิดในทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งนิติกรรมว่าสามารถโอนกันได้ แต่ความจริงโอนกันไม่ได้ เพราะมีกฎหมายห้ามโอนไว้ จึงเป็นการสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม สัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 119 เดิม (มาตรา 156ที่แก้ไขใหม่) คู่กรณีจึงต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม จำเลยที่ 1ต้องคืนเงินค่าซื้อที่ดินให้โจทก์ที่ 1

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 6746 เนื้อที่ดิน 25 ไร่ 2 งาน ร่วมกับนางรวีวรรณ และนางนงเยาว์ โดยโจทก์ทั้งสี่ซื้อกรรมสิทธิ์ในที่ดินจากจำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2513 เดิมจำเลยทั้งสองและนางรวีวรรณ กับนางนงลักษณ์ ร่วมกันเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 6746 ดังกล่าว ต่อมาจำเลยทั้งสองได้ขายกรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่เป็นของจำเลยทั้งสองให้แก่โจทก์ทั้งสี่ โดยจำเลยทั้งสองแจ้งว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยสมบูรณ์ มีอำนาจที่จะขายที่ดินส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสองได้ โจทก์ทั้งสี่หลงเชื่อจึงได้ทำสัญญาซื้อที่ดินจากจำเลยทั้งสอง โดยจดทะเบียนซื้อขายกันที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี

จำเลยที่ 1ขายกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนของตนให้โจทก์ที่ 1 จำเลยที่ 2 ขายกรรมสิทธิ์ที่ดินในส่วนที่เป็นของจำเลยที่ 2 ให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2,ที่ 3 และที่ 4 ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2526 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีมีหนังสือแจ้งการเพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าวไปยังผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมทุกคนรวมทั้งโจทก์ทั้งสี่ด้วย อ้างว่ากรมที่ดินมีคำสั่งที่ 788/2526 ให้เพิกถอนโฉนดที่ดินแปลงนี้เสียเพราะเป็นโฉนดทีออกมาทับกับที่ดินอันเป็นเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทั้งสองทราบและทวงถามให้จำเลยคืนเงินค่าที่ดินทั้งหมดจำนวน 1,105,500 บาท จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ทำให้โจทก์ทั้งสี่ได้รับความเสียหายคิดเป็นดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองคืนเงินค่าที่ดินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่จำเลยทั้งสองรับเงินไปจากโจทก์ทั้งสี่เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การว่า ทำนองเดียวกันว่าเมื่อวันที่ 10 เมษายน2513 จำเลยทั้งสองได้ขายกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 6746 ในส่วนของจำเลยทั้งสองให้แก่โจทก์ทั้งสี่จริง โดยจดทะเบียนซื้อขายกันต่อเจ้าพนักงานที่ดินโดยถูกต้อง ที่ดินส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ซื้อมาจากนายธานีเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์2513 โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน การออกโฉนดที่ดินแปลงนี้ให้แก่นายธานี ตลอดจนการจดทะเบียนเปลี่ยนโอนกรรมสิทธิ์เป็นการกระทำของเจ้าพนักงานที่ดินกระทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ การเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 6746 ตามฟ้องเป็นการกระทำของเจ้าพนักงานที่ดินที่กระทำโดยมิชอบ หากโจทก์ได้รับความเสียหายก็เป็นความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงานที่ดิน

ไม่ใช่เกิดจากการกระทำของจำเลยทั้งสอง โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองโจทก์ซื้อที่ดินแปลงนี้มิใช่เพราะถูกหลอกลวง แต่โจทก์ซื้อเพราะเชื่อว่าจำเลยทั้งสองมีสิทธิขายที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่ดินโฉนดที่ 6746 ไม่ใช่ที่หลวงที่จะห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินได้และฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามฟ้องแก่โจทก์ทั้งสี่ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรมนางขนิษฐ์ผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าโจทก์ที่ 1 ได้ซื้อที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 1 จำนวน 5,100ตารางวา ตามโฉนดที่ดิน เลขที่ 6746 ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งจำเลยที่ 1 ถือกรรมสิทธิ์รวมกับผู้อื่น ในราคา892,500 บาท ปรากฎในเวลาต่อมาว่าที่ดินตามโฉนดดังกล่าวได้ออกโฉนดทับที่ดินในเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อันเป็นที่หลวงหวงห้ามตามพระบรมราชโองการ พ.ศ. 2467 และตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 10 และถูกอธิบดีกรมที่ดินเพิกถอนโฉนดที่ดินปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าสัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 เป็นโมฆะหรือไม่เห็นว่าการที่โจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อขายที่ดินกันเพราะเข้าใจว่าที่ดินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรมนั้นสามารถซื้อขายและโอนกันได้โดยไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นที่หลวงซึ่งมีกฎหมายห้ามโอนไว้แสดงว่าโจทก์ที่ 1 และ

จำเลยที่ 1 เข้าทำสัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวโดยสำคัญผิดในทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งนิติกรรมว่าสามารถโอนกันได้แต่ความจริงโอนกันไม่ได้เพราะมีกฎหมายห้ามโอนไว้ จึงเป็นการสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม สัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 119 เดิม(มาตรา 156 ที่แก้ไขใหม่) คู่กรณีจึงต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม จำเลยที่ 1 ต้องคืนเงินค่าซื้อที่ดินที่โจทก์ที่ 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต เพชรปลูก · เสมอ อินทรศักดิ์ · นิวัตน์ แก้วเกิดเคน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้