Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3718/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย แม้จะแยกกันอยู่ แต่เมื่อยังมิได้หย่าขาดจากกันตามกฎหมาย ก็ไม่สิ้นสิทธิโดยธรรมในการสืบมรดกของผู้ตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1628 ผู้ร้องจึงเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 ไม่จำต้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยเป็นทายาทโดยตรงของผู้ตาย เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตายเป็นเวลานานถึง 10 ปีเศษ จนกระทั่งผู้ตายถึงแก่ความตาย มีทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินของผู้ตาย ศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดกได้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเชาวศักดิ์ โชติชมภูพงษ์ ซึ่งถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ตั้งผู้จัดการมรดกไว้ การจัดการมรดกมีเหตุขัดข้อง ผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายเชาวศักดิ์ผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 1 อยู่กินฉันสามีภริยากับนายเชาว์ศักดิ์ผู้ตายมีทรัพย์สินที่ร่วมกันทำมาหาได้และหนี้สินหลายรายการที่เกี่ยวพันกับทรัพย์มรดกผู้ตายซึ่งต้องร่วมรับผิดชอบและจัดการ ผู้ร้องมิได้อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตายกว่า 10 ปีแล้วย่อมไม่ทราบถึงทรัพย์มรดกของผู้ตายว่ามีอยู่อย่างไรอาจเกิดความเสียหายได้

ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้มีส่วนได้เสียและไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องและมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายเชาวศักดิ์ผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นพี่สาวร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตายและมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายเนื่องจากผู้ตายถือทรัพย์มรดกของบิดามารดาที่ยังไม่ได้แบ่งแทนทายาททั้งหมดไว้ด้วย และมีหนี้สินเกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกที่ต้องจัดการ ผู้ร้องแยกกันอยู่กับผู้ตายมานานแล้ว ย่อมไม่รู้จักกับเจ้าหนี้และลูกหนี้ของผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 2 ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องหรือผู้คัดค้านอื่นด้วย ผู้คัดค้านที่ 3 ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 3 เป็นน้องสาวร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตาย และเป็นผู้รับพินัยกรรมของผู้ตาย ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

ระหว่างพิจารณา ผู้คัดค้านที่ 3 ขอถอนคำร้องคัดค้าน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายเชาวศักดิ์ โชติชมภูพงษ์ ผู้ตายร่วมกัน โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ยกคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ ผู้ร้อง ผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย มีบุตรด้วยกัน 3 คน และผู้ตายมีบุตรกับนางสำเภา เจริญก้อย อีก 4 คน ผู้ร้องแยกกันอยู่กับผู้ตายเกินกว่า 10 ปีแล้ว โดยผู้ร้องไปอยู่กับบุตรที่กรุงเทพมหานคร ผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2543 โดยมิได้ทำพินัยกรรมและมิได้ตั้งผู้จัดการมรดกไว้ บิดามารดาผู้ตายถึงแก่ความตายไปก่อนแล้ว ก่อนผู้ตายถึงแก่ความตายได้อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้คัดค้านที่ 1 มาเป็นเวลา 10 ปีเศษ จนถึงแก่ความตาย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ว่า ผู้ร้องหรือผู้คัดค้านที่ 1 สมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกาว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ตายกึ่งหนึ่งในระหว่างที่ผู้คัดค้านที่ 1 อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้เดียวที่ครอบครองที่ทรัพย์สินทั้งหมดและทราบรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้สินร่วมกันดังกล่าวของผู้ตายดี ส่วนผู้ร้องไม่รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ตาย ขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกแต่ผู้เดียว หรือเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้คัดค้านที่ 2 นั้น เห็นว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายแม้จะแยกกันอยู่ แต่เมื่อยังมิได้หย่าขาดจากกันตามกฎหมาย จึงไม่สิ้นสิทธิโดยธรรมในการสืบมรดกของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1628 ผู้ร้องจึงเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย จึงเหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่าผู้คัดค้านที่ 1 มิใช่ทายาทผู้มีส่วนได้รับทรัพย์มรดกของผู้ตาย หากผู้คัดค้านที่ 1 มีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์สินของผู้ตายอย่างไร ก็ชอบที่จะใช้สิทธิเรียกร้องเอาเป็นคดีต่างหากได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายนั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 บัญญัติว่า "ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียจะร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้" ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก ตามมาตรา 1713 ดังกล่าวหาจำต้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยเป็นทายาทโดยตรงของผู้ตายไม่ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้คัดค้านที่ 1 อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตายเป็นเวลานานถึง 10 ปีเศษ จนกระทั่งผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อปี 2543 ระหว่างมีชีวิตผู้ตายได้ค้ำประกันหนี้ของผู้คัดค้านที่ 1 ด้วย

กรณีเชื่อได้ว่าผู้ตายและผู้คัดค้านที่ 1 มีทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินของผู้ตายและเป็นผู้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ตายดี ดังนั้นเพื่อเป็นประโยชน์แห่งการจัดทรัพย์สินของผู้ตายและเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกผู้คัดค้านที่ 1 จึงเหมาะสมที่จะร่วมเป็นผู้จัดการมรดกด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการร่วมกันนั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนที่ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกาขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 2 ร่วมเป็นผู้จัดการมรดกกับผู้คัดค้านที่ 1 นั้น เป็นข้อที่ผู้คัดค้านที่ 1 เพิ่งยกขึ้นในชั้นฎีกา ไม่เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุติมา จงสงวน · หัสดี ไกรทองสุก · กนก อินทรัมพรรย์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้