Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3716/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมจำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถพิพาทจากโจทก์ ต่อมาโจทก์ขายรถพิพาทให้แก่บริษัท ค. โดยให้จำเลยไปทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ค.โดยให้จำเลยไปทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทค.และโจทก์ทำหนังสือสัญญารับภาระไว้ต่อบริษัท ค. ว่า หากจำเลยไม่ชำระค่าเช่าซื้อตามงวด โจทก์จะติดตามเรียกเก็บให้และจะจ่ายเงินแทนให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อไปก่อน หากผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อโจทก์ต้องมีหน้าที่ติดตามยึดรถและรับซื้อรถคืนในราคาที่จำเลยค้างชำระ ดังนี้โจทก์จึงมีส่วนได้เสียด้วยในสัญญาเช่าซื้อระหว่างจำเลยกับบริษัท ค. โดยมีความผูกพันเพื่อจำเลยในอันจะต้องใช้หนี้และมีส่วนได้เสียด้วยในการใช้หนี้นั้น เมื่อบริษัทค. บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและโจทก์ต้องชำระเงินให้บริษัทค. ไป โจทก์ย่อมรับช่วงสิทธิมาไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยได้สัญญาเช่าซื้อระหว่างจำเลยกับบริษัท ค. ข้อ 8 มีความว่าในกรณีบอกเลิกสัญญาและผู้ให้เช่าซื้อกลับเข้าครองทรัพย์สินจำเลยจะต้องจ่ายค่าซ่อมรถพร้อมทั้งอุปกรณ์และอะไหล่ทั้งปวงเพื่อซ่อมรถให้กลับคืนสู่สภาพดี เช่นนี้ เมื่อโจทก์ซื้อรถคืนและต้องเสียเงินซ่อมรถ โจทก์ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยค่าซ่อมรถนอกเหนือไปจากค่าเสียหายในการที่จำเลยใช้รถพิพาทในระหว่างผิดสัญญาเช่าซื้ออีกด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 ได้ซื้อรถยนต์พิพาทจากโจทก์โดยชำระเงินบางส่วน คงเหลืออีก 1,734,000 บาท ต่อมาบริษัทค้าหลักทรัพย์และลงทุน จำกัด ได้ชำระเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ และให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท กำหนดชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวดรายเดือนโดยโจทก์เข้าเป็นผู้ค้ำประกันมีข้อสัญญาว่าหากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์ต้องชำระแทน และหากจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาจนถูกบอกเลิกสัญญา โจทก์จะต้องรับซื้อรถในสภาพที่เป็นอยู่ขณะยึดถือคืน ต่อมาจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อยึดรถคืนและให้โจทก์รับซื้อรถรวมเป็นเงิน 1,695,836 บาท รถพิพาทหากนำออกขายจะได้ราคา 1,015,092 บาท

จำเลยที่ 1 จึงต้องใช้เงินแก่โจทก์ 680,744 บาท พร้อมทั้งค่าเสียหายเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่วันที่โจทก์ชำระเงินให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 76,583.70 บาท ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินสองจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยไม่เคยขอให้โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันการเช่าซื้อระหว่างจำเลยกับบริษัทค้าหลักทรัพย์และลงทุน จำกัด หนังสือสัญญารับภาระไม่ใช่สัญญาค้ำประกันและไม่ผูกพันจำเลย การที่โจทก์รับซื้อรถคืนไม่เป็นเหตุให้มีสิทธิรับช่วงสิทธิมาไล่เบี้ยเอาแก่จำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง บริษัทดังกล่าวมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเฉพาะค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ 2 งวด เป็นเงิน 102,000 บาทเพราะบริษัทได้ยึดและเข้าครอบครองรถที่เช่าซื้อแล้ว

หากโจทก์มีสิทธิเข้ารับช่วงสิทธิก็จะเรียกร้องจากจำเลยได้ไม่เกินจำนวนเงินดังกล่าว ฯลฯ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 152,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาข้อแรกที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีส่วนได้เสียด้วยในสัญญาเช่าซื้อระหว่างจำเลยที่ 1 กับบริษัทค้าหลักทรัพย์และลงทุน จำกัด เพราะหากจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา โจทก์ต้องชำระค่าเช่าซื้อแทน หรือหากผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาโจทก์ต้องรับซื้อรถคืน ถือได้ว่าโจทก์มีความผูกพันเพื่อจำเลยที่ 1 ในอันจะต้องใช้หนี้และมีส่วนได้เสียด้วยในการใช้หนี้นั้น

เมื่อโจทก์ชำระเงินให้ผู้ให้เช่าซื้อไป ย่อมรับช่วงสิทธิของผู้ให้เช่าซื้อมาไล่เบี้ยเอากับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 229(3), 226 แม้จำเลยจะมิได้รู้เห็นด้วยในการทำหนังสือสัญญารับภาระระหว่างโจทก์กับผู้ให้เช่าซื้อก็ตามปัญหาข้อต่อไปมีว่า โจทก์มีสิทธิไล่เบี้ยเอาค่าเสียหายและค่าซ่อมรถจากจำเลยหรือไม่ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นอกจากจำเลยที่ 1 จะค้างชำระค่าเช่าซื้อแล้ว รถพิพาทยังอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยในขณะที่ถูกยึดคืนด้วย ซึ่งสัญญาเช่าซื้อระหว่างจำเลยที่ 1 กับบริษัทค้าหลักทรัพย์และลงทุน จำกัด ระบุไว้ในข้อ 3 ความว่า จำเลยที่ 1 จะรักษารถพิพาทให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยและมีการซ่อมแซมที่ดีโดยออกค่าใช้จ่ายเอง และระบุไว้ในข้อ 8 ความว่า ในกรณีบอกเลิกสัญญาและผู้ให้เช่าซื้อกลับเข้าครองทรัพย์สินจำเลยที่ 1 จะต้องจ่ายค่าซ่อมรถพร้อมทั้งอุปกรณ์และอะไหล่ทั้งปวงเพื่อซ่อมรถให้กลับคืนสู่สภาพดี แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ในกรณีที่ผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญา

นอกจากผู้ให้เช่าซื้อจะมีสิทธิริบบรรดาเงินที่ผู้เช่าซื้อได้ใช้มาแล้วแต่ก่อน และกลับเข้าครองทรัพย์สินแล้วผู้ให้เช่าซื้อยังมีสิทธิเรียกค่าเสียหายในการที่ผู้เช่าซื้อใช้ทรัพย์สินที่เช่าซื้อในระหว่างผิดสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคสาม และมีสิทธิเรียกค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อด้วย โจทก์จึงมีสิทธิไล่เบี้ยเอาค่าเสียหายและค่าซ่อมรถจากจำเลยได้ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจ ปัญญาดิลก · สุไพศาล วิบุลศิลป์ · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้