Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3711/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ตามสัญญาจะมีข้อสัญญาว่า หากจำเลยไม่สามารถชำระเงินงวดที่สองแก่โจทก์ภายในกำหนด ยอมให้ริบเงินที่ได้ชำระไปแล้วทั้งหมดได้และสัญญาเป็นอันยกเลิกแต่ต่อมาจำเลยได้นำเงินงวดที่สองไปชำระแก่โจทก์จนครบถ้วน ทั้งยังให้โจทก์จดทะเบียนทางภารจำยอมให้จำเลยพร้อมกับ บันทึกกันไว้ด้านหลังสัญญาว่า ให้เลื่อนการโอนที่ดินของจำเลยไปก่อนและตราบใดที่จำเลยไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินของจำเลยให้แก่โจทก์ตามข้อตกลง ให้โจทก์มีสิทธิปิดทางภารจำยอมได้ หาได้มีการกำหนดให้มีการเลิกสัญญากันได้ให้เหมือนกับที่เคยทำกันไว้ไม่ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์และจำเลยว่าไม่ประสงค์จะให้นำเอาข้อสัญญาเดิม มาใช้บังคับกันอีกต่อไป เท่ากับเป็นการสละประโยชน์แห่งเงื่อนไขในการเลิกสัญญา จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะเอาประโยชน์จากข้อสัญญาดังกล่าวที่จำเลยได้สละไปแล้วเมื่อสัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนและโจทก์ได้ปฏิบัติการชำระหนี้ให้จำเลยแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิที่จะให้จำเลยโอนที่ดินตามสัญญาเป็นการชำระหนี้ตอบแทนให้แก่โจทก์ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2523 และวันที่ 26กันยายน 2523 โจทก์จำเลยทำสัญญาและแก้ไขสัญญากันว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 3969 แขวงบางบอน เขตบางขุนเทียนกรุงเทพมหานคร ขอใช้ทางเดินในที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 35153,35154, 35155 ทั้งแปลง และโฉนดเลขที่ 35137 บางส่วน เป็นทางเข้าออกที่ดินของจำเลย โดยโจทก์ตกลงจดทะเบียนภารจำยอมให้และจำเลยตกลงชำระเงิน 900,000 บาท และโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 3969 ของจำเลยบางส่วนกว้าง 3 เมตร ยาวตลอดแนวความยาวของที่ดิน เว้นแต่ที่เป็นภารจำยอม คิดเป็นเนื้อที่ 1 ไร่ 80 ตารางวา ราคาประมาณ 270,000 บาท ให้แก่โจทก์เป็นการตอบแทนในวันโจทก์จดทะเบียนภารจำยอม ต่อมาวันที่ 16 ตุลาคม 2523 โจทก์ได้จดทะเบียนภารจำยอมทีดินของโจทก์ทั้ง 4 โฉนดให้แก่จำเลย แต่จำเลยไม่ยอมโอนที่ดินของจำเลยดังกล่าวให้แก่โจทก์

หลังจากนั้นจำเลยได้แบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 3969 ของจำเลยออกเป็น 5 แปลง คือ โฉนดเลขที่ 3969 (โฉนดคง), 66376, 66377, 66378 และ 66379 ที่ดินที่จำเลยต้องโอนให้แก่โจทก์ตามสัญญาจึงอยู่ในโฉนดเลขที่ 66377 ทั้งแปลง และที่ดินโฉนดเลขที่ 3969 ทั้งหมดยกเว้นส่วนที่อยู่ในแนวภารจำยอม จึงขอบังคับให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 66377 และโฉนดเลขที่ 3969 แขวงบางบอน เขตบางขุนเทียนกรุงเทพมหานคร ยกเว้นส่วนที่เป็นภารจำยอมให้แก่โจทก์ โดยจำเลยเสียค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนโอนกึ่งหนึ่ง หากไม่ยอมโอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ผิดสัญญา ในวันที่ 16 ตุลาคม 2523 ที่จดทะเบียนภารจำยอมนั้นได้มีการตกลงกันว่าถ้าจำเลยไม่โอนที่ดินให้แก่โจทก์ โจทก์ไม่ต้องเปิดทางภารจำยอมให้แก่จำเลย จำเลยจึงมีสิทธิเลือกที่ไม่โอนที่ดินให้แก่โจทก์ ซึ่งโจทก์ก็ยอมรับปฏิบัติด้วยการไม่เปิดทางให้จำเลยจนบัดนี้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 66377 และโฉนดเลขที่ 3969แขวงบางบอน เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ยกเว้นส่วนที่เป็นภารจำยอมให้แก่โจทก์ โดยให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ยอมจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวก็ให้โจทก์จดทะเบียนโอนได้โดยให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้โจทก์เปิดให้จำเลยใช้ที่ดินภารจำยอมที่จดทะเบียนไว้ในที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 35153 โฉนดเลขที่ 35154 โฉนดเลขที่ 35155 และโฉนดเลขที่ 35137 แขวงบางบอน เขตบางขุนเทียนกรุงเทพมหานคร

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีข้อสัญญาเป็นเงื่อนไขใน การเลิกสัญญากับโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 2ไว้ล่วงหน้าว่า หากจำเลยไม่สามารถจัดการโอนกรรมสิทธิ์และชำระเงินค่าตอบแทนให้แก่โจทก์ภายในกำหนดก็ให้โจทก์มีสิทธิรับเงินมัดจำที่วางไว้ตามสัญญาโดยไม่มีข้อต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้น และตามสัญญาเอกสารหมาย จ.2 ข้อ 1 ว่า หากไม่สามารถชำระเงินงวดที่สองได้ภายในกำหนดดังกล่าวยินยอมให้ริบเงินที่ได้ชำระไปแล้วทั้งหมดได้ และสัญญาเป็นอันยกเลิก สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาที่โจทก์ได้รับประโยชน์ฝ่ายเดียว จึงให้สิทธิจำเลยที่จะเลือกว่าจะให้โจทก์ริบเงินทั้งหมดแทนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ได้ ดังนั้น เมื่อจำเลยยอมให้โจทก์ริบเงินที่ชำระให้โจทก์ทั้งหมดแล้วและโจทก์ไม่ได้เปิดทางภารจำยอมให้จำเลย

จำเลยจึงไม่ต้องโอนที่ดินให้แก่โจทก์นั้น เห็นว่าเงื่อนไขในการเลิกสัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 2 และ หมาย จ.2 ข้อ 1 เป็นเงื่อนไขทำนองเดียวกัน เมื่อมีการแก้ไขสัญญาตามเอกสารหมาย จ.2 ข้อ 1 แล้ว มีผลทำให้เงื่อนไขการเลิกสัญญาตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 2 เป็นอันยกเลิกไปส่วนการที่มีข้อสัญญากันใหม่นั้น หาใช่ทำให้จำเลยเสียประโยชน์แต่อย่างเดียวไม่ แต่จำเลยได้ประโยชน์จากข้อสัญญาดังกล่าวด้วยกล่าวคือไม่ต้องชำระเงินส่วนที่เหลือในงวดที่สองและไม่ต้องโอนที่ดินให้แก่โจทก์เพราะสัญญาเป็นอันเลิกกันไปเสียก่อน เงื่อนไขในการเลิกสัญญาตามเอกสารหมาย จ.2 ข้อ 1 นี้จึงถือว่า เป็นประโยชน์แก่โจทก์และจำเลยด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่อย่างไรก็ตาม

ภายหลังจากมีการเพิ่มเติมเงื่อนไขในการเลิกสัญญาตามเอกสารหมาย จ.2 ข้อ 1 แล้ว ข้อเท็จจริงกลับได้ความว่า จำเลยได้นำเงินงวดที่สองไปชำระให้แก่โจทก์จนครบถ้วนทั้งยังให้โจทก์จดทะเบียนทางภารจำยอมให้จำเลย พร้อมกับทำบันทึกกันไว้ด้านหลังของสัญญาตามเอกสารหมาย จ.2 ว่า ให้เลื่อนการโอนที่ดินของจำเลยไปก่อนและตราบใดที่จำเลยไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินของจำเลยให้ตามข้อตกลงแล้ว ให้โจทก์มีสิทธิปิดทางภารจำยอมได้ซึ่งตามบันทึกดังกล่าวนี้ให้สิทธิโจทก์แต่เพียงปิดทางภารจำยอมไว้ก่อนเท่านั้น หาได้มีการกำหนดให้มีการเลิกสัญญากันได้เหมือนกับที่เคยทำกันไว้ไม่ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์และจำเลยว่าไม่ประสงค์จะให้นำเอาข้อสัญญาตามเอกสารหมาย

จ.2 ข้อ 1มาใช้บังคับกันอีกต่อไป ซึ่งเท่ากับเป็นการสละประโยชน์แห่งเงื่อนไขในการเลิกสัญญาตามเอกสารหมาย จ.2 ข้อ 1 เสีย จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะเอาประโยชน์จากข้อสัญญาดังกล่าวที่จำเลยได้สละไปแล้วมาเป็นข้ออ้างของจำเลย เมื่อสัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนและโจทก์ได้ปฏิบัติการชำระหนี้ให้จำเลยแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิที่จะให้จำเลยโอนที่ดินตามสัญญาเป็นการชำระหนี้ตอบแทนให้แก่โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 369 ประกอบด้วยมาตรา 213ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสภณ จันเทรมะ · นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้