Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3701/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อเท็จจริงตามฟ้องได้ความว่าหลังจากโจทก์ทราบผลการรังวัดที่ดินพิพาทที่รับโอนมาว่ามีเนื้อที่น้อยกว่าที่ระบุในสัญญาและได้ทวงถามให้จำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัว และฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 26 คืนเงินตามจำนวนเนื้อที่ดินที่ลดลงตามส่วน จำเลยที่ 1 ได้นำเงินไปคืนให้โจทก์แล้ว แม้จะส่งคืนล่าช้าหรือไม่ตรงตามกำหนดเวลาที่โจทก์ทวงถามก็เป็นเรื่องผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามหนังสือทวงถามซึ่งจะต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยเพราะเหตุผิดนัดเท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 26 ผิดสัญญาจะซื้อจะขาย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าปรับตามสัญญาได้ เมื่อพิเคราะห์คำฟ้องของโจทก์แล้วคดีสามารถวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องทำการสืบพยาน การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีโดยไม่สืบพยานโจทก์และจำเลยจึงชอบแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 26 ชำระเงิน 7,565,000 บาท แก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 27 ร่วมรับผิดชำระเงิน 7,530,767.12 บาท และให้จำเลยทั้งยี่สิบเจ็ดร่วมกันชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 6,800,000 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ที่ 14 ที่ 27 ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 9 ถึงที่ 12 ที่ 16 ที่ 19 ที่ 20 ที่ 22 และที่ 26 ขาดนัดยื่นคำให้การ วันนัดสืบพยานโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ให้งดสืบพยาน

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 4 ที่ 14 ที่ 22 และที่ 26 ถึงแก่กรรม ศาลอนุญาตให้นางคำพันธ์ ทายาทจำเลยที่ 4 นายสมพงษ์ ทายาทจำเลยที่ 14 นางสาวลัดดาและนายสมโภชน์ ทายาทจำเลยที่ 22 และนางประมุข ทายาทจำเลยที่ 26 เข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยดังกล่าว ส่วนจำเลยที่ 27

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แถลงไม่ประสงค์เข้าว่าคดีแทนและขอให้จำหน่ายคดี

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 27 ออกจากสารบบความ

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกิน 200 บาท ให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากนี้ในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 15 และที่ 18 ถึงแก่ความตาย โจทก์ยื่นคำร้องขอให้หมายเรียก นางตั้น และ นายสายันต์ ทายาทของจำเลยที่ 15 และที่ 18 ตามลำดับเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกามีคำสั่งตั้งบุคคลทั้งสองผู้ถูกเรียกเป็นคู่ความแทน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีโดยไม่สืบพยานโจทก์และจำเลยชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัวและในฐานะตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 2 ถึงที่ 26 ตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทซึ่งมีเอกสารสิทธิเป็น น.ส. 3 หรือ ส.ค. 1 รวม 27 แปลง เนื้อที่รวม 457 ไร่ 2 งาน 84 ตารางวา ในราคาไร่ละ 295,000 บาท คิดเป็นเงิน 135,024,450 บาท โดยมีข้อตกลงว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 26 จะต้องดำเนินการออกเอกสารสิทธิสำหรับที่ดินพิพาทเป็นโฉนดที่ดินหรือ น.ส. 3 ก. ก่อนโอนที่ดินให้แก่โจทก์ หากในการรังวัดที่ดินพิพาทปรากฏว่าเนื้อที่ดินมีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ให้คิดราคาที่ดินเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามส่วน

ต่อมาจำเลยที่ 1 ถึงที่ 26 ดำเนินการออก น.ส. 3 ก. สำหรับที่ดินพิพาทและแจ้งว่าที่ดินมีเนื้อที่รวม 470 ไร่ 1 งาน 77 ตารางวา โจทก์รับโอนที่ดินตามเนื้อที่ดังกล่าวและชำระราคาเป็นเงิน 138,780,537.50 บาท แต่เมื่อโจทก์ยื่นคำขอรังวัดที่ดินพิพาทเพื่อออกโฉนดที่ดินในภายหลังปรากฏว่าที่ดินมีเนื้อที่รวม 447 ไร่ 2 งาน 1 ตารางวา โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัวและฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 26 คืนเงินตามเนื้อที่ที่ดินส่วนที่ขาดจำนวน 6,759,925 บาท แต่จำเลยที่ 1 นำเงินมาคืนไม่ตรงตามกำหนดเวลาที่โจทก์ทวงถามเป็นการผิดสัญญาจะซื้อจะขายข้อ 4 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 26 ต้องรับผิดเสียค่าปรับตามสัญญาข้อ 12 เป็นเงิน 6,800,000 บาท

จำเลยที่ 27 ต้องร่วมรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน เมื่อพิเคราะห์สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทประกอบแล้ว สัญญาดังกล่าว ข้อ 4 มีข้อตกลงความว่า เมื่อมีการรังวัดสอบเขตที่ดินพิพาท หากปรากฏว่าที่ดินมีเนื้อที่น้อยหรือมากกว่าจำนวน 457 ไร่ 2 งาน 84 ตารางวา คู่สัญญาให้คิดราคาเพิ่มลดตามส่วน โดยคู่สัญญาจะต้องดำเนินการชำระเงินเพิ่มหรือคืนเงินตามจำนวนเนื้อที่ดินที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเมื่อได้ทราบจำนวนเนื้อที่ดินที่แท้จริงจากการรังวัดสอบเขต สัญญาข้อ 11 มีข้อตกลงความว่า หากผู้ขายผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดให้ถือว่าผิดสัญญาทั้งหมด ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาทั้งหมดหรือบางส่วนได้ทันที การที่ผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาไม่เป็นเหตุให้ผู้ขายพ้นจากความรับผิดตามสัญญา และสัญญาข้อ 12 (1)

มีข้อตกลงความว่า หากผู้ขายผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดแต่ผู้ซื้อยังมิได้บอกเลิกสัญญามาว่าทั้งหมดหรือบางส่วนผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นเงิน 6,800,000 บาท ตามสัญญาดังกล่าวเห็นได้ว่าผู้ขายจะต้องรับผิดเสียค่าปรับต่อเมื่อเป็นฝ่ายผิดสัญญาเท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงตามฟ้องได้ความว่า หลังจากโจทก์ทราบผลการรังวัดที่ดินพิพาทที่รับโอนมาว่ามีเนื้อที่น้อยกว่าที่รับโอนได้ทวงถามให้จำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัวและฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 26 คืนเงินตามจำนวนเนื้อที่ดินที่ลดลงตามส่วนนั้น จำเลยที่ 1 ก็ได้นำเงินส่วนนี้ไปคืนให้แก่โจทก์อันเป็นการปฏิบัติตามสัญญาข้อ 4 แล้ว แม้จะคืนเงินล่าช้าหรือไม่ตรงตามกำหนดเวลาที่โจทก์ทวงถามก็เป็นเรื่องผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามหนังสือทวงถามซึ่งจะต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยเพราะเหตุผิดนัดเท่านั้น

ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 26 ผิดสัญญาจะซื้อจะขายข้อดังกล่าวซึ่งเป็นกรณีที่ฝ่ายผู้ขายละเลยเพิกเฉยหรือไม่ ยอมคืนเงินค่าที่ดินตามส่วนเนื้อที่ดินที่ขาดไปให้แก่ผู้ซื้อ การที่โจทก์แจ้งขอสงวนสิทธิที่จะปรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 26 ตามสัญญาในหนังสือทวงถามดังกล่าวจึงไม่มีผลแต่อย่างใด เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 26 มิได้ผิดสัญญา โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าปรับตามสัญญาข้อ 12 (1) ได้ เมื่อพิเคราะห์คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวแล้วคดีสามารถวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องทำการสืบพยาน การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีโดยไม่สืบพยานโจทก์และจำเลยจึงชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนตรี ยอดปัญญา · วีระพล ตั้งสุวรรณ · อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายกอบกฤษณ์ จันทร์เจริญ
ศาลอุทธรณ์ - นางพัชรวรรณ สวัสดิทัต
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2502/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้