Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอแบ่งสินสมรสโดยระบุจำนวนราคาสินสมรสมาในคำฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแบ่งสินสมรสโดยกำหนดราคาทรัพย์แต่ละอันดับไว้ ศาลฎีกาเห็นว่าการแบ่งสินสมรสระหว่างสามีภริยาต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1533 จึงพิพากษาว่าถ้าจำเลยไม่ยอมแบ่งหรือไม่สามารถแบ่งสินสมรสอันดับใดให้นำสินสมรสอันดับนั้นออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งหมายถึงว่าการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทอันดับใดได้เงินน้อยกว่าจำนวนเงินที่ระบุในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าราคาที่ขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทนั้น แต่ในทางกลับกันจำเลยก็คงจะรับผิดต่อโจทก์ไม่เกินกว่าจำนวนเงินที่โจทก์กล่าวอ้างและมีคำขอมาในคำฟ้อง เมื่อจำเลยยอมแบ่งสินสมรสตามจำนวนเงินที่ระบุมาในคำฟ้องแก่โจทก์ จึงถือได้ว่าจำเลยได้ปฏิบัติการชำระหนี้ถูกต้องตามคำพิพากษาแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยา และให้จำเลยแบ่งสินสมรสอันดับที่ 1 ถึงที่ 21 ยกเว้นอันดับที่ 18 และที่ 20ให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง โดยกำหนดราคาทรัพย์สินสมรสแต่ละอันดับไว้ ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่าถ้าจำเลยไม่ยอมแบ่งหรือไม่สามารถแบ่งสินสมรสอันดับใด ให้นำสินสมรสอันดับนั้นออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีถึงที่สุด ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษา จำเลยได้นำเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาจำนวน 4,043,940 บาทมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้โจทก์รับไป โจทก์คัดค้านว่าจำนวนเงินไม่ถูกต้อง โจทก์ยังติดใจในราคาทรัพย์สินอันดับที่ 1 ถึงที่ 3 และอันดับที่ 10 ถึง 14 ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต่อไป

ศาลชั้นต้นนัดพร้อมในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2539 และมีคำสั่งว่าโจทก์และจำเลยต่างโต้แย้งกันอยู่ในเรื่องแบ่งสินสมรส ถือได้ว่าเป็นกรณีที่การแบ่งไม่อาจตกลงกันได้ จึงให้นำสินสมรสอันดับที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 10 ถึงที่ 14 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วนเท่ากัน จำเลยแถลงว่าพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำบังคับของศาลและได้นำเงินที่จะต้องชำระแก่โจทก์อีก 104,868.05 บาท วางต่อศาลชั้นต้นและขอให้ศาลชั้นต้นสั่งถอนการยึดทรัพย์ในคดีนี้ทั้งหมดศาลชั้นต้นนัดพร้อมในวันที่ 5 มิถุนายน 2539 และมีคำสั่งว่าหลังจากศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับการบังคับคดีในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2539 แล้วไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์จึงให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนำสินสมรสอันดับที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 10 ถึงที่ 14 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วนเท่ากันจำเลยอุทธรณ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์จำเลยจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาแล้วพิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินสมรส ให้จำเลยนำเงินส่วนแบ่งสินสมรสที่ขาดกับค่าธรรมเนียมมาชำระภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด

มิฉะนั้นให้บังคับคดีแก่ทรัพย์สินต่อไปโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยได้ปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้วหรือไม่คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแบ่งสินสมรสท้ายฟ้อง อันดับที่ 1 ถึงที่ 21 ยกเว้นอันดับที่ 18 และที่ 20 ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง โดยได้กำหนดราคาทรัพย์แต่ละอันดับไว้และศาลฎีกาเห็นว่าการแบ่งสินสมรสระหว่างสามีภริยาตามคำพิพากษาต้องแบ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1533 ที่ว่า "เมื่อหย่ากันให้แบ่งสินสมรสให้ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากัน" ซึ่งถ้าการแบ่งไม่อาจตกลงกันได้ ก็ให้นำสินสมรสออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาแบ่งกัน ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้เป็นว่า ถ้าจำเลยไม่ยอมแบ่งหรือไม่สามารถแบ่งสินสมรสอันดับใด ให้นำสินสมรสอันดับนั้นออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง

นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หมายถึงหากขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทอันดับใดได้เงินน้อยกว่าจำนวนเงินที่ระบุในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าราคาที่ขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทนั้นแต่ในทางกลับกันจำเลยก็คงจะรับผิดต่อโจทก์ไม่เกินกว่าจำนวนเงินที่โจทก์กล่าวอ้างและมีคำขอมาในคำฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่งที่ห้ามมิให้พิพากษาหรือทำคำสั่งให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากในคำฟ้อง ดังนี้ เมื่อโจทก์ขอแบ่งสินสมรสโดยระบุจำนวนราคาสินสมรสมาในคำฟ้อง และจำเลยยอมแบ่งสินสมรสตามจำนวนเงินที่ระบุมาในคำฟ้องแก่โจทก์ ถือได้ว่าจำเลยได้ปฏิบัติการชำระหนี้ถูกต้องตามคำพิพากษาแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาย่อมไม่อาจที่จะร้องขอให้ขายทอดตลาดเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาได้อีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาในประเด็นนี้มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัตร์ สุขเกษม · อธิราช มณีภาค · ชวลิต ธรรมฤาชุ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้