Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3670/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เสียหายฟ้องจำเลยทั้งสองขอแบ่งนามรดก และข้าวเปลือกเหนียวที่เก็บเกี่ยวได้จากนาพิพาท ขณะที่คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาล ผู้เสียหายและจำเลยทั้งสองได้ไปตกลงกันที่สถานีตำรวจว่า ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่เอาข้าวเปลือกเหนียวที่ได้จากการทำนาพิพาทไปขาย แต่ยอมให้แต่ละฝ่ายเอาไปสีรับประทานได้ ผู้เสียหายทำผิดข้อตกลงดังกล่าว โดยผู้เสียหายเอาข้าวเปลือกเหนียวจำนวน50 ถุงปุ๋ย ไปให้ น. เพื่อเป็นการชำระหนี้แทนเงินที่ผู้เสียหายยืมจาก น. มา จำเลยทั้งสองจึงปิดยุ้งข้าวพิพาทการกระทำของจำเลยทั้งสองก็เพื่อรักษาผลประโยชน์ในทรัพย์พิพาท ซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาคดีนั่นเอง ดังนั้น แม้จะปรากฏว่า จำเลยทั้งสองจะได้กวาดข้าวเปลือกเหนียวไปกองรวมไว้ ในยุ้งข้าวด้วยก็ตามพฤติการณ์การกระทำของจำเลยทั้งสอง ก็ขาดเจตนาทุจริต ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ของแข็งงัดประตูทางเข้ายุ้งข้าวจนเปิดออกแล้วเข้าไปในยุ้ง อันเป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ แล้วลักเอาข้าวเปลือกเหนียว 300 ถังของผู้เสียหาย ซึ่งเก็บไว้ในยุ้งข้าวดังกล่าวไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 12,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(4), 83(ที่ถูกมาตรา 335(3) วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 83) จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 2,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เป็นการกระทำผิดในระหว่างญาติใกล้ชิดกัน สภาพความผิดไม่ร้ายแรง ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 12,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าก่อนเกิดเหตุเมื่อต้นปี 2538 ผู้เสียหายได้ฟ้องจำเลยทั้งสองขอแบ่งนามรดก และข้าวเปลือกเหนียวที่เก็บเกี่ยวไว้จากนาพิพาท นาพิพาทเป็นมรดกของบิดามารดาของสามีผู้เสียหายและจำเลยที่ 2 ขณะที่คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลผู้เสียหายและจำเลยทั้งสองเคยไปทำความตกลงกันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรตำบลแซงบาดาลว่า เนื่องจากทั้งสองฝ่ายพิพาทกันเกี่ยวกับเรื่องที่นามรดก ตกลงกันไม่ได้ว่าจะแบ่งข้าวเปลือกเหนียวที่ได้จากการทำนากันอย่างไร จึงตกลงกันว่าจะไม่ให้ฝ่ายใดนำข้าวเปลือกเหนียวไปขายแต่ยอมให้เข้าไปเอาไปสีรับประทานได้ในระหว่างคดี

หลังจากทั้งสองฝ่ายได้ทำการตกลงกันที่สถานีตำรวจดังกล่าวแล้ว ต่อมาเมื่อเดือนมิถุนายน2538 ผู้เสียหายได้เอาข้าวเปลือกเหนียวจำนวน 50 ถุงปุ๋ยให้นายน้อย เขจรรักษ์ ไปเพื่อเป็นการชำระหนี้แทนเงินที่ผู้เสียหายยืมจากนายน้อยมาจำนวน 2,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม2538 จำเลยทั้งสองได้ปิดยุ้งข้าว ผู้เสียหายจึงไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสอง เห็นว่า ผู้เสียหายได้ฟ้องจำเลยทั้งสองขอแบ่งนามรดก และข้าวเปลือกเหนียวที่เก็บเกี่ยวได้จากนาพิพาท ขณะที่คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาล ผู้เสียหายและจำเลยทั้งสองได้ไปตกลงกันที่สถานีตำรวจภูธรตำบลแซงบาดาลว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่เอาข้าวเปลือกเหนียวที่ได้จากการทำนาพิพาทไปขาย แต่ยอมให้แต่ละฝ่ายเอาไปสีรับประทานได้

ผู้เสียหายทำผิดข้อตกลงดังกล่าวโดยผู้เสียหายเอาข้าวเปลือกเหนียวจำนวน 50 ถุงปุ๋ยไปให้นายน้อยเพื่อเป็นการชำระหนี้แทนเงินที่ผู้เสียหายยืมจากนายน้อยมาจำนวน 2,000 บาท จำเลยทั้งสองจึงปิดยุ้งข้าวพิพาทการกระทำของจำเลยทั้งสองก็เพื่อรักษาผลประโยชน์ในทรัพย์พิพาทซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาคดีนั่นเอง แม้ข้อเท็จจริงจะฟังว่าจำเลยทั้งสองได้กวาดข้าวเปลือกเหนียวไปกองรวมไว้ในยุ้งข้าวพฤติการณ์การกระทำของจำเลยทั้งสองก็ขาดเจตนาทุจริตที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธนะพัฒน์ แจ่มจันทร์ · อร่าม หุตางกูร · อำนวย เต้พันธ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้