คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกเช่าโดยอ้างว่าได้รับมอบอำนาจจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ผู้เป็นเจ้าของตึก จำเลยต่อสู้ว่า ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ และว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะใบมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ โดยไม่มีกงสุลไทยรับรอง ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยเช่าเพื่อการค้าไม่ได้รับความคุ้มครอง และใบมอบอำนาจของโจทก์ก็ถูกต้อง จึงพิพากษาขับไล่จำเลย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะข้อกฎหมาย ศาลฎีกาได้พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยที่คัดค้านใบมอบอำนาจของโจทก์แล้ว เห็นว่าตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๔๗ บัญญัติว่า "ถ้าศาลมีเหตุอันควรสงสัยว่า ใบมอบอำนาจที่ยื่นนั้นจะไม่ใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริงก็ดี หรือเมื่อคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งยื่นคำร้องแสดงเหตุอันควรสงสัยว่าใบมอบอำนาจนั้นจะมิใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริงก็ดี ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้คู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้น ยื่นใบมอบอำนาจตามที่บัญญัติไว้ดังต่อไปนี้" ใบมอบอำนาจของโจทก์ในคดีนี้ ศาลมิได้สงสัยว่าจะไม่ใช่ใบมอบอำนาจที่แท้จริง และจำเลยก็มิได้แสงเหตุอันควรสงสัยเช่นนั้น ศาลจึงมิได้สั่งให้มีการปฏิบัติตามที่บัญญัติไว้ในวรรค ๓ ปัญหาที่ว่าจะต้องให้ใครเป็นพยานในใบมอบอำนาจนี้ จึงไม่เกิดขึ้นดังที่จำเลยคัดค้านมา ใบมอบอำนาจของโจทก์เป็นใบมอบอำนาจที่แท้จริงเป็นอันใช้ได้ในคดีนี้ แม้ว่าจะมิได้ปฏิบัติตามวรรค ๓ นี้ก็ดี ฎีกาของจำเลยไม่มีทางชนะ
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน