Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 366/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าเกิดเหตุระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม 2526 ถึงวันที่19 ธันวาคม 2526 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนว่าในวันที่ 13 ธันวาคม 2526 จำเลยลักอะไหล่รถยนต์ของผู้เสียหายรวม 5 กล่องนำไปฝากไว้กับ ม. และในวันที่ 15ธันวาคม 2526 จำเลยได้ลักเอาอะไหล่รถยนต์อีก 5 กล่องไปฝากไว้กับม. อีกเช่นกัน แต่ในชั้นพิจารณาจำเลยนำสืบว่า จำเลยมิได้รับสารภาพต่อพนักงานสอบสวน และจำเลยไม่รู้จักกับ ม. ดังนี้ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยลักอะไหล่รถยนต์ของผู้เสียหายไปในวันที่ 13 และ 15 ธันวาคม2526 ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาจึงมิได้แตก ต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์ฟ้อง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 357, 83 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 710,968.79 บาทจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2525 มาตรา 11 ให้จำคุก 7 ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 710,968.79 บาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า

โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวหาจำเลยกระทำผิดระหว่างวันที่ 17 ถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2526 เวลาใดไม่ปรากฏชัดแต่ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยลักอะไหล่รถยนต์ของผู้เสียหายไปเมื่อวันที่ 13 และวันที่ 15 ธันวาคม 2526 ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาเกี่ยวกับวันเวลากระทำผิดต่างกับฟ้องและจำเลยหลงข้อต่อสู้ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาว่า จำเลยกระทำผิดในระหว่างวันเวลาที่โจทก์ฟ้องและจำเลยมิได้หลงต่อสู้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...นอกจากนายบุญรอด บุญวิสุทธิ์ พยานโจทก์ซึ่งพักอยู่ที่บ้านพักคนงานของผู้เสียหายในบริเวณที่เกิดเหตุเบิกความว่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2526 เวลา 8 นาฬิกา นายบุญรอดเห็นจำเลยใช้ท่อนเหล็กทุบกระจกหน้าต่างห้องเก็บอะไหล่รถยนต์ของผู้เสียหายแล้ว

ร้อยตำรวจตรีวารินทร์ ทองตรา ผู้จับกุมจำเลยและร้อยตำรวจตรีโยธิน ผูกเกษร พนักงานสอบสวนก็เบิกความว่า เมื่อจับกุมจำเลยชั้นแรกจำเลยให้การปฏิเสธ ครั้นพิมพ์ลายนิ้วมือจำเลยเพื่อตรวจกับลายนิ้วมือคนร้ายที่ติดอยู่กับกระจกหน้าต่างห้องเก็บอะไหล่รถยนต์จำเลยจึงให้การรับสารภาพว่าลักอะไหล่รถยนต์ของผู้เสียหายไปโดยฝากไปกับนายมานะ พงษ์วานิชกิจ จำเลยนำชี้ที่เกิดเหตุตั้งแต่จำเลยทุบกระจกหน้าต่างห้องเก็บอะไหล่รถยนต์แล้วจำเลยเข้าไปในห้องดังกล่าวลักเอาอะไหล่รถยนต์ของผู้เสียหายไปให้พนักงานสอบสวนถ่ายภาพไว้และจำเลยพาร้อยตำรวจตรีวารินทร์ติดตามไปยึดอะไหล่รถยนต์ของผู้เสียหายที่บ้านนายมานะมาเป็นของกลางด้วย ของกลางที่ยึดมาได้มีจำนวนมากเกือบเต็มรถยนต์ปิดอัพเฉพาะที่บรรจุกล่องซึ่งมีชื่อห้างผู้เสียหายประมาณ 20 กล่อง

ฝ่ายจำเลยนำสืบว่า ตามวันเวลาที่โจทก์กล่าวหาจำเลยนั้น วันที่ 17 ธันวาคม 2526 จำเลยไปทำงานตามปกติรุ่งขึ้นเป็นวันอาทิตย์ จำเลยอยู่ที่บ้านจำเลยและจำเลยมิได้ให้การรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนตามที่โจทก์และจำเลยนำสืบดังกล่าวการที่จำเลยให้การรับสารภาพและนำชี้ที่เกิดเหตุตั้งแต่ทุบกระจกหน้าต่างห้องเก็บอะไหล่รถยนต์แล้วถอดกลอนเข้าไปลักอะไหล่รถยนต์ของผู้เสียหายไป ตลอดจนพาตำรวจติดตามยึดอะไหล่รถยนต์ที่จำเลยลักคืนไปมาได้เป็นของกลางนั้น เป็นหลักฐานที่ประกอบคำเบิกความของบุญรอดว่า จำเลยลักอะไหล่รถยนต์ของผู้เสียหายไปในระหว่างวันเวลาที่โจทก์ฟ้องดังที่นายบุญรอดเบิกความ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งอะไหล่รถยนต์ของผู้เสียหายที่จำเลยลักเอาไปมีจำนวนมากต้องบรรทุกรถยนต์ไปจึงเชื่อว่าจำเลยกับพวกร่วมกันลักอะไหล่รถยนต์ดังกล่าวซึ่งเป็นของนายจ้างจำเลยไป ส่วนคำให้การรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวนตามเอกสารหมายจ.9 ซึ่งจำเลยให้การว่าในวันที่ 13 ธันวาคม 2526 จำเลยลักอะไหล่รถยนต์ของผู้เสียหายรวม 5 กล่องฝากไปกับนายมานะ และในวันที่15 ธันวาคม 2526 จำเลยลักอะไหล่รถยนต์อีกรวม 5 กล่องฝากไปกับนายมานะเช่นเดียวกันนั้น ในชั้นพิจารณาจำเลยนำสืบว่า จำเลยมิได้ให้การรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนและจำเลยไม่รู้จักกับนายมานะดังนี้ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยลักอะไหล่รถยนต์ของผู้เสียหายไปในวันที่ 13 และวันที่ 15 ธันวาคม 2526 ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาจึงมิได้แตกต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์ฟ้องที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยด้วยเหตุดังกล่าวนั้น

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นพิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525มาตรา 11 จำคุก 7 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 4 ปี 8 เดือน และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 710,968.79 บาทแก่ผู้เสียหาย".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน · เฉลิม การปลื้มจิตต์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2568

จำเลยดึงสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตรวจไปจากมือของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาโจทก์ร่วมปล่อยให้จำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจรางวัลได้ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการถือวิสาสะเท่านั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3672/2568

โจทก์บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า จำเลยลักเงินสดของผู้เสียหายไปรวม 5 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 9,804,760 บาท โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2568

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 17…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5893/2567

พฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมเข้าใจว่าจำเลยเป็น ห. จึงร้องถามว่าใช่ ห. หรือไม่ ผิดวิสัยของคนร้ายที่จะไม่ส่งเสียงให้เหยื่อรู้ตัวก่อนลงมือกระทำผิด ต่อมาเมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยพบกันอีกครั้งก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้