Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3656/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความรับผิดของผู้บังคับบัญชาในทางแพ่ง อันเนื่องมาจากการทุจริตผู้ใต้บังคับบัญชานั้น หาใช่เพราะเหตุของการเป็นผู้บังคับบัญชาไม่ความรับผิดของผู้บังคับบัญชาในทางแพ่งจะต้องเป็นไปตามหลักเรื่องละเมิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ซึ่งได้แก่การกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ 5 ดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการตำรวจภูธร มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับทางด้านการเงินของกองกำกับการตำรวจภูธร เป็นผู้ตรวจสอบแบบรายงานการเดินทางไปราชการของเจ้าพนักงานตำรวจ ลงนามเป็นผู้เบิกเงินในบัญชีหน้างบใบสำคัญและลงนามเป็นผู้มอบฉันทะตามที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ร่วมกันปลอมเอกสารดังกล่าวขึ้นโดยไม่ปรากฏว่ามีระเบียบให้จำเลยที่ 5 ต้องตรวจสอบก่อนว่ามีหนังสือหรือคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปปฏิบัติราชการหรือไม่ ทั้งไม่มีระเบียบว่าก่อนลงอนุมัติจะต้องปฏิบัติอย่างไร การเบิกเงินแต่ละครั้งมิได้มีเฉพาะรายที่ถูกปลอมลายมือชื่อเท่านั้น หากแต่มีผู้เบิกคราวละ 20 - 30 ราย ลายมือชื่อผู้กำกับการตำรวจภูธรที่สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปราชการที่แท้จริงและที่ถูกปลอมก็คล้ายคลึงกัน ก่อนลงนามจำเลยที่ 5 ได้ตรวจว่ามีลายมือชื่อผู้ช่วยสมุห์บัญชีและสมุห์บัญชีลงนามรับรองความถูกต้องแล้ว ทั้งได้ตรวจว่ามีลายมือชื่อกำกับการตำรวจภูธรมีอำนาจสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปปฏิบัติราชการแล้ว ถือได้ว่าจำเลยที่ 5 ได้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิได้ประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ 5 จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ มีตำแหน่งสมุห์บัญชี กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมามีหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน โดยเฉพาะตรวจสอบใบสำคัญ ทำการเบิกและจ่ายเงินค่าใช้สอย จำเลยที่ ๒ ปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการแผนกสารบรรณ จำเลยที่ ๕ ดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับทางด้านการเงินของกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้ร่วมกันปลอมเอกสารแบบรายงานการเดินทางไปราชการของจ่าสิบตำรวจสุรพงษ์ ตรีชา กับพวกว่าได้ไปราชการสืบสวนจับกุมคนร้ายตามคำสั่งของผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เบิกเงินค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พักรวม ๓๓๔,๔๑๐ บาท โดยปลอมลายมือชื่อบุคคลดังกล่าวว่าเป็นผู้เบิก และปลอมลายมือชื่อผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาว่า

อนุมัติให้จ่ายเงินได้แล้ววางฎีกาเบิกเงินมาแบ่งกัน โดยจำเลยที่ ๕ มิได้ควบคุมตรวจตราการปฏิบัติงานของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้เป็นไปด้วยดีไม่ตรวจสอบหลักฐานว่าบุคคลผู้ถูกปลอมลายมือชื่อว่าเป็นผู้ที่ได้รับคำสั่งให้ไปราชการสืบสวนจับกุมคนร้ายจริงหรือไม่ หากได้ตรวจสอบด้วยความระมัดระวังแล้วก็จะทราบได้ว่าเป็นเรื่องเท็จ ทั้งยังได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้เบิกเงินในบัญชีหน้างบใบสำคัญเป็นเงิน ๒๑๙,๒๗๐ บาท ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยที่ ๕ ชดใช้เงินจำนวน ๒๑๙,๒๗๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยที่ ๕ ให้การว่า จำเลยที่ ๕ ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์ถูกต้องตามระเบียบแบบแผนของข้าราชการตำรวจแล้ว การที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันปลอมเอกสาร มิใช่อยู่ในวิสัยที่จะตรวจสอบได้โดยง่าย จำเลยที่ ๕ มิได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๕ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นเงิน ๒๑๙,๒๗๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๕ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๕

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความรับผิดของผู้บังคับบัญชาในทางแพ่งอันเนื่องมาจากการทุจริตของผู้ใต้บังคับบัญชานั้น หาใช่เพราะเหตุของการเป็นผู้บังคับบัญชาไม่ ความรับผิดของผู้บังคับบัญชาในทางแพ่งจะต้องเป็นไปตามหลักเรื่องละเมิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๐ ซึ่งได้แก่การกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ปรากฏว่า จำเลยที่ ๕ มิได้ร่วมกระทำการทุจริตกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ปัญหาวินิจฉัยจึงอยู่ที่ว่าจำเลยที่ ๕ ได้กระทำโดยประมาทเลินเล่อหรือไม่ ซึ่งในข้อนี้โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องว่า จำเลยที่ ๕ มิได้ทำการตรวจสอบหลักฐานว่าบุคคลผู้ถูกปลอมลายมือชื่อว่าเป็นผู้ไปราชการสืบสวนจับกุมคนร้ายนั้นเป็นผู้ที่ได้รับคำสั่งให้ไปราชการสืบสวนจับกุมคนร้ายจริงหรือไม่

เห็นว่าไม่ปรากฏจากการนำสืบของโจทก์ว่า ก่อนจะลงนามเป็นผู้อนุมัติในบัญชีหน้างบใบสำคัญ และลงนามเป็นผู้มอบฉันทะนั้น มีระเบียบให้ผู้ลงนามจะต้องตรวจสอบก่อนว่ามีหนังสือคำสั่งหรือคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปปฏิบัติราชการสืบสวนหาตัวคนร้ายหรือไม่ แม้กระทั่งวิธีปฏิบัติก่อนลงนามอนุมัติ ผู้ลงนามจะต้องปฏิบัติอย่างไรก็ไม่ปรากฏ บัญชีหน้างบใบสำคัญและแบบรายงานการเดินทางไปราชการ ที่เกิดปัญหาในคดีนี้ปรากฏว่า การเบิกเงินแต่ละครั้งมิใช่มีเบิกเฉพาะรายที่ถูกปลอมลายมือชื่อเท่านั้น แต่ละครั้งที่เบิกมีรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขอเบิกค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พักคราวละ ๒๐ - ๓๐ ราย จำเลยที่ ๕ เบิกความว่า ก่อนจะลงนามเป็นผู้อนุมัติและเป็นผู้มอบฉันทะนั้น

นอกจากจะตรวจดูว่า จำนวนเงินตรงกันหรือไม่แล้ว ยังตรวจดูว่ามีลายมือชื่อจำเลยที่ ๗ ผู้ช่วยสมุห์บัญชีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องในเบื้องต้นหรือไม่ และมีลายมือชื่อจำเลยที่ ๑ สมุห์บัญชีเป็นผู้ลงนามรับรองการตรวจสอบถูกต้องหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้นจำเลยที่ ๕ ยังได้ตรวจดูว่ามีลายมือชื่อจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปปฏิบัติราชการลงนามเป็นผู้อนุมัติในแบบรายงานการเดินทางหรือไม่อีกด้วย เพราะถ้ามีลายมือชื่อจำเลยที่ ๓ ก็แสดงว่า จำเลยที่ ๓ มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปปฏิบัติราชการจริง ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๕ ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังแล้ว นอกจากนั้นเมื่อได้เปรียบเทียบดูลายมือของจำเลยที่ ๓ ที่แท้จริงและที่ถูกปลอมแล้วก็เป็นการยากที่จะรู้ว่าปลอมหรือไม่

เพราะแม้แต่จำเลยที่ ๓ เอง ก็ลงชื่อเป็นผู้อนุมัติในบัญชีหน้างบใบสำคัญตามฎีกาที่ ๙๒๑/๒๕๒๑ ทั้ง ๆ ที่ลายมือชื่อของตนเองในแบบรายงานการเดินทางไปราชการซึ่งแนบมาพร้อมกันเป็นลายมือปลอมนอกจากนั้นพันตำรวจเอกสุคมน์ สร้างสืบวงศ์ ประธานกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งก็เบิกความว่า ผลการสอบสวนทราบว่า จำเลยที่ ๕ ก่อนจะลงชื่อเกี่ยวกับเอกสารในคดีนี้ ก็ได้ตรวจสอบเอกสารทั้งหมดโดยถูกต้องแล้ว จึงเห็นว่าจำเลยที่ ๕ ได้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิได้ประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ ๕ จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่๑ ที่ ๒

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเชิด รักตะบุตร์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสุเมธ ตังคจิวางกูร
ศาลอุทธรณ์ - นายชุม สุกแสงเปล่ง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2567

จำเลยรื้อรั้วกำแพงที่พิพาทซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6170 ,6171 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรั้วกำแพงที่พิพาทไปให้แก่ผู้อื่นก่อนท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้