Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2544 (เลขอ้างอิง 36493)

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจและโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจต้องตกอยู่ภายใต้บังคับมติของคณะรัฐมนตรีในการดำเนินการบริหารรัฐวิสาหกิจ แต่การที่จำเลยหักเงินโบนัส ของโจทก์สืบเนื่องมาจากจำเลยได้ปฏิบัติตามหนังสือของกระทรวงการคลังที่ขอความร่วมมือในการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศโดย ให้จำเลยชักชวนพนักงานเสียสละปรับลดเงินโบนัสด้วยความสมัครใจ มิใช่เป็นมติของคณะรัฐมนตรีที่สั่งการให้ปรับลดเงินโบนัส การที่ จำเลยกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินโบนัสและได้จ่ายเงินโบนัสตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินโบนัส ซึ่งไม่เป็นคุณแก่พนักงานของจำเลยโดยพนักงานไม่ยินยอม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.พนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2534 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2497 และเป็นนายจ้างของโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าจำเลยจ่ายโบนัสให้แก่พนักงานและลูกจ้างเป็นประจำทุกปีอย่างแน่นอนตามระเบียบปฏิบัติงานขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินโบนัส พ.ศ. 2523 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบปฏิบัติงานขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินโบนัส พ.ศ. 2523 ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2525 และฉบับที่ 3พ.ศ. 2525 ระเบียบดังกล่าวถือเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างในปี พ.ศ. 2541 กระทรวงการคลังได้มีหนังสือที่ กค.0529.2/ว.7 เรื่อง

การปรับลดโบนัสของรัฐวิสาหกิจฉบับลงวันที่ 29 มกราคม 2541ให้จำเลยเจรจากับพนักงานและลูกจ้างของจำเลยร่วมกันเสียสละปรับลดโบนัสจากผลการดำเนินงานประจำปี 2540 ประมาณร้อยละ 20 ต่อมาเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2541 จำเลยได้ประกาศปรับลดเงินโบนัสพนักงานและลูกจ้างเฉพาะในส่วนที่จะได้รับเพิ่มเติมตามผลการประเมินในอัตราร้อยละ 20 จำเลยหักเงินโบนัสของโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าตามประกาศดังกล่าว โดยไม่ได้รับความยินยอม ซึ่งเป็นการขัดต่อสภาพการจ้างและขัดต่อพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 มาตรา 54วรรคสอง เนื่องจากโบนัสเป็นสภาพการจ้างที่เกิดจากประเพณีปฏิบัติมาก่อนที่จะมีพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 และได้ปฏิบัติมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินโบนัสที่หักพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันหักเงินจนกว่าจะชำระคืนให้โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าตามบัญชีท้ายคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง

จำเลยทั้งสามสำนวนให้การว่า จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคมการจ่ายเงินโบนัสของจำเลยเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงานองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินโบนัสพ.ศ. 2523 ข้อ 2 ในปี พ.ศ. 2541 ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงการคลังจึงมีหนังสือถึงจำเลย จำเลยได้ประชุมระดับผู้บริหารและมีมติอนุมัติให้ปรับลดโบนัสพนักงานร้อยละ 20 ของวงเงินที่ได้รับเพิ่ม จำเลยได้หักโบนัสของโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้า การกระทำของจำเลยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง จำเลยไม่ได้หักโบนัสของโจทก์ดังกล่าวโดยพลการแต่มีการประชุมผู้บริหารกับผู้แทนสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจซึ่งถือเป็นตัวแทนผู้มีอำนาจของโจทก์ทุกคน

จนมีมติให้หักโบนัสดังกล่าวได้ โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าในฐานะเป็นพนักงานของจำเลยต้องผูกพันด้วยการหักโบนัสดังกล่าวจึงไม่เป็นการขัดต่อสภาพการจ้างดังที่โจทก์อ้าง แต่เป็นอำนาจบริหารของนายจ้างสามารถกระทำได้เพื่อประโยชน์ของหน่วยงาน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยคืนเงินโบนัสปี 2540 ที่หักไว้พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินโบนัสส่วนที่หักไว้ของโจทก์แต่ละคนนับแต่วันที่หักเงินโบนัส จนกว่าจะคืนเงินโบนัสดังกล่าวแก่โจทก์แต่ละคนเสร็จ

จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิที่จะหักเงินโบนัสของโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าโดยโจทก์ดังกล่าวไม่สมัครใจได้หรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยจะเป็นรัฐวิสาหกิจและโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจต้องตกอยู่ภายใต้บังคับมติของคณะรัฐมนตรีในการดำเนินการบริหารรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า การที่จำเลยหักเงินโบนัสของโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าอันเป็นข้อพิพาทในคดีนี้นั้น สืบเนื่องมาจากจำเลยได้ปฏิบัติตามหนังสือของกระทรวงการคลังตามเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งหนังสือดังกล่าวเป็นเพียงแต่กระทรวงการคลังขอความร่วมมือจากจำเลยในการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศโดยให้จำเลยดำเนินการชักชวนให้พนักงานของจำเลยเสียสละปรับลดเงินโบนัสประจำปี 2540 ด้วยความสมัครใจเท่านั้น

มิใช่เป็นมติของคณะรัฐมนตรีที่สั่งการให้จำเลยดำเนินการปรับลดเงินโบนัสของพนักงานซึ่งจำเลยและพนักงานของจำเลยต้องปฏิบัติตามแต่อย่างไร การที่จำเลยกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินโบนัสให้แก่พนักงานของจำเลย และได้จ่ายเงินโบนัสตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวตลอดมา จึงถือได้ว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ การจ่ายเงินโบนัสซึ่งไม่เป็นคุณแก่พนักงานของจำเลยโดยพนักงานของจำเลยไม่ยินยอม การที่จำเลยดำเนินการหักเงินโบนัสของโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าในอัตราร้อยละ 20 ในวงเงินที่ได้รับเพิ่มแม้จะเป็นการปฏิบัติตามหนังสือของกระทรวงการคลังก็ตาม แต่ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งไม่เป็นคุณ ฉะนั้นเมื่อโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้ามิได้ให้ความยินยอม จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะหักเงินโบนัสของโจทก์ดังกล่าว ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามสำนวนฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปัญญา สุทธิบดี · กมล เพียรพิทักษ์ · พูนศักดิ์ จงกลนี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้