Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3647/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ถูกลงโทษไล่ออกจากการเป็นลูกจ้างของบริษัทซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่โจทก์ได้อุทธรณ์คำสั่ง คำสั่งลงโทษไล่ออกจึงยังไม่เป็นที่สุดจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่เมื่อต่อมาก่อนมีคำวินิจฉัยบริษัทได้มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งลงโทษไล่ออกดังกล่าว โดยให้ลงโทษโจทก์ด้วยการตัดเงินเดือน 25 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา3 เดือนแทน และให้โจทก์กลับเข้าทำงานตามปกติ อันเป็นการเปลี่ยนแปลงคำสั่งลงโทษเดิมจากไล่ออกเป็นตัดเงินเดือนและถือว่าคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือนเป็นที่สุดแล้ว จึงถือได้ว่าโจทก์ถูกลงโทษเพียงตัดเงินเดือน มิได้ถูกลงโทษไล่ออก โจทก์จึงยังมีสถานะเป็นพนักงานของบริษัทมาตลอด ไม่ขาดคุณสมบัติหรือพ้นสภาพการเป็นสมาชิกและกรรมการของสมาคมหรือสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ จำเลยเป็นนายทะเบียนสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจโจทก์เป็นสมาชิกและกรรมการสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจ การที่จำเลยมีหนังสือไปยังโจทก์ เป็นกรณีที่จำเลยใช้อำนาจของนายทะเบียนสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจจำหน่ายชื่อโจทก์ออกจากการเป็นสมาชิกและกรรมการสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย และยืนยันว่าการใช้อำนาจดังกล่าวถูกต้อง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการโต้แย้งสิทธิการเป็นสมาชิกและกรรมการสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยของโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.พนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2534 มาตรา 30

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และเป็นกรรมการสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยซึ่งจัดตั้งและจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย โดยผลของพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 จำเลยเป็นนายทะเบียนสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2541 บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีคำสั่งที่ กบ.02-1-01/154 ลงโทษไล่โจทก์ออกจากการเป็นลูกจ้างโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อมาวันที่24 เมษายน 2541 บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีคำสั่งที่ กบ.02-1-01/451ยกเลิกคำสั่งไล่โจทก์ออกโดยเปลี่ยนเป็นโทษตัดเงินเดือน 25 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 3 เดือนแทนและให้โจทก์กลับเข้าทำงานตามปกติภายในวันที่ 30 เมษายน 2541 โดยจะนับอายุงานต่อเนื่อง ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ครั้นวันที่ 9 ตุลาคม 2541 จำเลยในฐานะนายทะเบียนสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจ

ได้มีหนังสือที่ รส 0612/07464 แจ้งโจทก์ว่าการที่โจทก์พ้นสภาพการเป็นพนักงานของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่วันที่18 กุมภาพันธ์ 2541 มีผลทำให้พ้นสภาพการเป็นสมาชิกและกรรมการสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย แม้ต่อมาภายหลังบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ยกเลิกคำสั่งไล่ออกและรับโจทก์กลับเข้าทำงานโดยจะนับอายุการทำงานต่อเนื่องก็ไม่ทำให้การเป็นพนักงานและกรรมการมีผลเปลี่ยนแปลงกลับคืนสภาพการเป็นพนักงานและกรรมการได้ ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ วันที่ 31 สิงหาคม 2542จำเลยมีหนังสือที่ รส 0612/06413 แจ้งให้โจทก์ทราบถึงผลการอุทธรณ์โดยยืนยันคำวินิจฉัยเดิม ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 การวินิจฉัยและคำยืนยันดังกล่าวไม่ชอบทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขาดประโยชน์ที่จะสามารถดำเนินการได้ตามฐานะของสมาชิกและกรรมการของสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย เนื่องจากมีการดำเนินการหลายอย่างที่โจทก์ได้ดำเนินการในช่วงระยะเวลาดังกล่าวซึ่งจะต้องได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังมีผลผูกพันมาจนถึงปัจจุบัน ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยและคำพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยที่ รส 0612/07464 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2541 และ รส 0612/16413 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2542จำเลยให้การว่า คำวินิจฉัยและคำพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยชอบด้วยกฎหมายและฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม

ขอให้ยกฟ้องวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ จำเลยแถลงรับว่าเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1ถึง 3 และข้อบังคับสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ปรับปรุงแก้ไข พ.ศ. 2539 ตามเอกสารหมาย จ.2 ถูกต้องศาลแรงงานกลางเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยานให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม และข้อบังคับสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยตามเอกสารหมาย จ.2 ข้อ 7, 8 และ 28 กำหนดให้ผู้จะเป็นกรรมการสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยได้ต้องเป็นสมาชิกของสมาคม และการเป็นสมาชิกสมาคมต้องเป็นพนักงานประจำหรือพนักงานรายปีของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อโจทก์มีคำสั่งที่ กบ.02-1-01/154 ลงโทษไล่ออกจากการเป็นลูกจ้างของบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน)

โจทก์ย่อมไม่ใช่พนักงานของบริษัทดังกล่าวอีกต่อไป จึงพ้นจากการเป็นสมาชิกและกรรมการของสมาคมหรือสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยไปพร้อม ๆ กันแม้ภายหลังจะได้มีคำสั่งที่ กบ.02-1-01/451 ยกเลิกคำสั่งไล่ออกเป็นตัดเงินเดือนโดยให้นับอายุงานต่อเนื่อง แต่สภาพการเป็นพนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)ของโจทก์เป็นสภาพของความเป็นจริง ไม่ใช่อายุงาน ไม่อาจนับต่อเนื่องกันได้ ทั้งระเบียบการเป็นสมาชิกและกรรมการสมาคมหรือสหภาพแรงงานตามฟ้องไม่ได้กำหนดให้การเป็นสมาชิกหรือกรรมการเกิดขึ้นมาใหม่เองได้อีก การย้อนหลังของการเป็นสมาชิกหรือกรรมการย่อมมีไม่ได้อยู่ในตัวคำวินิจฉัยของจำเลยที่ รส 0612/07464 ลงวันที่ 9 ตุลาคม2541 จึงชอบแล้ว กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าหนังสือยืนยันของจำเลย ที่ รส 0612/06413ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2542 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าคำวินิจฉัยและคำพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะถูกคำสั่งที่ กบ. 12-1-01/154 ลงโทษไล่ออกจากการเป็นลูกจ้างของบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) แต่โจทก์ได้อุทธรณ์คำสั่ง คำสั่งลงโทษไล่ออกจึงยังไม่เป็นที่สุดจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ซึ่งต่อมาบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) ได้มีคำสั่งที่ กบ.02-1-01/451 ให้ยกเลิกคำสั่งลงโทษไล่ออกดังกล่าว โดยให้ลงโทษโจทก์ด้วยการตัดเงินเดือน 25 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 3 เดือนแทนและโจทก์กลับเข้าทำงานตามปกติโดยจะนับอายุงานต่อเนื่องรวมทั้งวันที่โจทก์ได้หยุดงานไป ในระหว่างที่ถูกไล่ออกด้วย ตามที่ปรากฏในเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 อันเป็นการเปลี่ยนแปลงคำสั่งลงโทษเดิมจากไล่ออกเป็นตัดเงินเดือน 25 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 3 เดือน และถือว่าคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือนเป็นที่สุดแล้ว จึงถือได้ว่าโจทก์ถูกลงโทษเพียงตัดเงินเดือนมิได้ถูกลงโทษไล่ออก

โจทก์จึงยังมีสถานะเป็นพนักงานของบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) มาตลอด ไม่เคยพ้นจากการเป็นพนักงานของบริษัทดังกล่าว โจทก์จึงไม่ขาดคุณสมบัติหรือพ้นสภาพการเป็นสมาชิกและกรรมการของสมาคมหรือสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย คำวินิจฉัยที่ รส 0612/07464 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2541 และคำพิจารณาอุทธรณ์ที่ รส 0612/06413 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2542 ของจำเลยจึงไม่ถูกต้อง อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นสำหรับปัญหาตามคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะจำเลยไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์นั้น เห็นว่าจำเลยเป็นนายทะเบียนสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจโจทก์เป็นสมาชิกและกรรมการสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย หนังสือที่รส 0612/07464 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2541 และหนังสือที่

รส 0612/06143 ลงวันที่ 31สิงหาคม 2542 ที่จำเลยมีไปยังโจทก์ลงลายมือชื่อจำเลยในฐานะนายทะเบียนสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจและหนังสือที่ รส 0612/07464 ใช้ชื่อเรื่องว่า การพ้นสภาพการเป็นสมาชิกและกรรมการสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยมีใจความว่า ตามที่บริษัทการบินไทย จำกัด ได้มีคำสั่งไล่โจทก์ออกจากการเป็นพนักงานตั้งแต่วันที่ 18กุมภาพันธ์ 2541 นายทะเบียนสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อโจทก์พ้นจากการเป็นพนักงานย่อมมีผลทำให้พ้นสภาพการเป็นสมาชิกและกรรมการสมาคม แม้ต่อมาบริษัทดังกล่าวจะได้มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งไล่ออกและรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมก็ไม่ทำให้การเป็นพนักงานและกรรมการมีผลเปลี่ยนแปลงกลับคืนสภาพการเป็นพนักงานและกรรมการในช่วงเวลาที่ยังมิได้ออกคำสั่งฉบับหลังหากโจทก์ประสงค์จะเข้าทำเป็นสมาชิกสมาคม

โจทก์จะต้องยื่นใบสมัครและดำเนินการตามข้อบังคับของสมาคมข้อ 8 หนังสือ รส 0612/16413 ก็ใช้ชื่อเรื่องว่า อุทธรณ์การพิจารณาของนายทะเบียน และมีข้อความว่าตามที่โจทก์อุทธรณ์ กรณีนายทะเบียนแจ้งการพ้นสภาพเป็นสมาชิกและกรรมการสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยนั้น นายทะเบียนได้เสนอเรื่องให้ผู้มีอำนาจพิจารณาแล้วเห็นว่าสมาชิกภาพของโจทก์สิ้นสุดลงตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 ดังนี้ เห็นได้ว่า เป็นกรณีที่จำเลยใช้อำนาจของนายทะเบียนสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจจำหน่ายชื่อโจทก์ออกจากการเป็นสมาชิกและกรรมการสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย และยืนยันว่าการใช้อำนาจดังกล่าวถูกต้อง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการโต้แย้งสิทธิการเป็นสมาชิกและกรรมการสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยของโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ รส 0612/07464 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2541 และคำพิจารณาอุทธรณ์ที่ รส 0612/06413 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2542 ของจำเลยเสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัส พวงมณี · มงคล คุปต์กาญจนากุล · หัสดี ไกรทองสุก
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้