คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก6 เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์จำเลยนำสืบตรงกันมีว่า จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาท เอกสารหมาย จ.1 ให้นายนิรันดร์ วงศ์สว่างพาณิชย์ เพื่อชำระหนี้ค่าไม้ เมื่อวันที่ 30กันยายน 2527 จำนวนเงิน 69,600 บาท นายนิรันดร์โอนต่อมาให้โจทก์ วันที่ 15 มีนาคม 2528 โจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้คดีจึงมีปัญหาว่า จำเลยจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 หรือไม่ ปัญหานี้ จำเลยนำสืบว่า จำเลยเป็นหนี้ค่าไม้นายนิรันดร์ ได้จ่ายเช็คให้นายนิรันดร์หลายฉบับ โจทก์นำมาฟ้องที่ศาลแขวงอุบลราชธานีแล้วสองคดี 2 ฉบับ ฉบับละ 17,400 บาท คดีแรกจำเลยได้ชำระหนี้ไปและโจทก์ได้ถอนฟ้องแล้วคดีที่สองจำเลยได้ชำระไปแล้ว 2 งวดงวดละ 5,000 บาท เป็นเงิน 10,000 บาท
คงค้างชำระอีก 7,400 บาทเมื่อต้นเดือนกันยายน 2527 จำเลยนำเงินไปชำระ โจทก์บอกว่านายนิรันดร์ต้องการรถยนต์ของจำเลยเพื่อแลกเปลี่ยนกับหนี้ทั้งหมดวันที่ 12 กันยายน 2527 โจทก์ นายนิรันดร์และนายสงวนตกลงกันให้จำเลยโอนรถยนต์ให้นายสงวน นายพิชัยเป็นผู้บันทึกการโอนปรากฏตามเอกสารศาลหมาย ล.5 (ที่ถูกเป็น ล.9) และนายพิชัยได้ทำบันทึกอีกฉบับมีข้อความว่า จำเลยได้โอนรถยนต์ของจำเลยให้แก่นายนิรันดร์เพื่อเป็นการชำระหนี้ให้แก่นายนิรันดร์ และจำเลยไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากห้างหุ้นส่วนจำกัดภาคอีสาณอุบลต่อไป มีนายนิรันดร์ นายสงวน นายพิชัยและโจทก์จำเลยลงชื่อ บันทึกนี้จำเลยได้ขอไปเมื่อถูกโจทก์ฟ้องคดีนี้นายพิชัยได้ตอบหนังสือมาว่าได้โอนรถยนต์จำเลยให้โรงไม้นิรันดร์ไป และหลักฐานต่าง
ๆ ได้ทำลายหมดแล้ว ปรากฏตามเอกสารศาลหมาย ล.6(ที่ถูกเป็น ล.10) โจทก์นำสืบว่า ไม่เคยตกลงกับนายนิรันดร์ให้เอารถยนต์ของจำเลยมาตีใช้หนี้ตามเช็ค พิเคราะห์ตามเอกสารหมายล.4, ล.9 และ จ.7 แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า รถยนต์หมายเลขทะเบียนอบ.80-3690 เป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัดภาคอีสาณอุบล (ตังปัก)ให้จำเลยเช่าซื้อ และต่อมาจำเลยได้โอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อให้นายสงวน ศิริบูรณ์พิพัฒนา เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2527 โดยมีนายนิรันดร์เป็นผู้ค้ำประกันต่อห้างหุ้นส่วนจำกัดภาคอีสาณอุบลนายสงวนเป็นพี่ภรรยาของโจทก์ ปัญหามีว่า จำเลยโอนรถยนต์ให้นายสงวนเพราะเหตุใด เห็นว่า ไม่มีเหตุที่จำเลยจะโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ให้นายสงวนโดยไม่มีค่าตอบแทนเพราะตามข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยได้ชำระเงินดาวน์และค่างวดไปแล้วทั้งสิ้น118,200 บาท ซึ่งเกินกว่าจำนวนหนี้ตามเช็คพิพาท จึงน่าเชื่อว่าที่จำเลยโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ให้นายสงวนเป็นการโอนตีใช้หนี้ให้นายนิรันดร์
คือหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้นายนิรันดร์รวมทั้งเช็คพิพาทที่โจทก์นำมาฟ้องในคดีนี้ด้วย เมื่อฟังว่า จำเลยชำระหนี้ตามเช็คพิพาทแล้ว โจทก์ก็ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินตามเช็คพิพาทอีก ดังนั้น เมื่อเรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้จำเลยก็ไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน