Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เช่าบ้านของ ส.ภรรยาจำเลยที่ 1 แล้วต่อมาถูก ส.ฟ้องขับไล่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ขับไล่โจทก์ออกจากบ้านนั้น โจทก์ฎีกาและศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับ ขณะคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ไปต่างจังหวัดและใส่กุญแจบ้านพิพาทไว้โดยฝากให้เพื่อนบ้านช่วยดูแลให้จำเลยที่ 1 ได้ให้จำเลยที่ 2 ตัดหูร้อยกุญแจบ้านออก และให้จำเลยที่ 2 เข้าไปอยู่อาศัยในบ้านดังกล่าว ดังนี้ เมื่อปรากฏว่าหลังจากอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ขับไล่โจทก์แล้ว ศาลชั้นต้นได้มีคำบังคับให้โจทก์ออกจากบ้านพิพาทภายใน 1 เดือน แต่ในวันอ่านคำพิพากษาดังกล่าวโจทก์ไม่ได้มาศาลและไม่ได้ลงลายมือชื่อรับทราบคำบังคับไว้ ทั้งเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็ไม่ได้นำส่งคำบังคับไปยังโจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่งมาตรา 272 โจทก์จึงยังมีสิทธิอยู่ในบ้านพิพาทและย่อมเป็นผู้เสียหาย มีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานบุกรุกได้ โจทก์ถูกศาลพิพากษาให้ขับไล่ ได้ออกจากบ้านพิพาทและขนย้ายสิ่งของออกไปหมดสิ้นแล้ว แต่เมื่อยังไม่ส่งมอบบ้านพิพาทคืน โดยได้ใส่กุญแจไว้และฝากให้เพื่อนบ้านช่วยดูแลให้ทั้งโจทก์ยังมีสิทธิอยู่ในบ้านพิพาทดังนี้ถือว่าโจทก์ครอบครอง บ้านพิพาทอยู่โดยปกติสุข การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ให้จำเลยที่ 2 ตัดหูร้อยกุญแจบ้านและให้จำเลยที่ 2 เข้าไปอยู่อาศัย จึงเป็นการใช้ให้จำเลยที่ 2 เข้าไปกระทำการอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุขตามประมวลกฎหมาย อาญามาตรา 362, 84

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ได้จ้างวานใช้ให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ตัดสายยูกุญแจบ้านซึ่งโจทก์เช่าจากนางสำอางค์ ชัยศิริ และบุกรุกเข้าไปโดยเจตนารบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุข ซึ่งจำเลยทั้งสามไม่มีอำนาจที่จะทำได้ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๘๓, ๘๔

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธก่อนสืบพยาน โจทก์ตายนางยุพาภรรยาโจทก์ร้องขอดำเนินคดีต่างโจทก์ผู้ตายต่อไป

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยที่ ๑ กระทำผิดจริงตามฟ้องส่วนจำเลยที่ ๒, ที่ ๓ ขาดเจตนาบุกรุก พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๘๔ ให้ปรับ ๖๐๐ บาท ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าอุทธรณ์ของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์และเห็นว่าจำเลยที่ ๑ กระทำผิดจริงตามฟ้องพิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๘๔ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์ว่าโจทก์เช่าบ้านจากนางสำอางค์ภรรยาจำเลยที่ ๑ ต่อมานางสำอางค์ฟ้องขับไล่โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่โจทก์ออกจากบ้านนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ในขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ไปต่างจังหวัดและใส่กุญแจบ้านไว้โดยฝากให้นายภักดีเพื่อนบ้านช่วยดูแลให้จำเลยที่ ๑ ได้ให้จำเลยที่ ๒ ตัดหูร้อยกุญแจบ้านออก และให้จำเลยที่ ๒ กับครอบครัวเข้าไปอยู่อาศัยในบ้านดังกล่าว วินิจฉัยว่าที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่าเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาขับไล่โจทก์ออกจากบ้านพิพาทและศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับ โจทก์จะต้องออกไปจากบ้านพิพาทตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ การที่โจทก์อยู่ในบ้านพิพาทต่อมาเป็นการอยู่โดยไม่มีสิทธิและเป็นการละเมิดสิทธิของนางสำอางค์ผู้ชนะคดี โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าเมื่อศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งอย่างใดซึ่งจะต้องมีการบังคับคดีอย่างเช่นพิพากษาขับไล่จำเลยออกจากบ้านพิพาทมิ

ใช่ว่าจำเลยจะต้องออกจากบ้านพิพาทไปทันทีโดยไม่มีสิทธิอยู่อีกต่อไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๒ บัญญัติให้ศาลมีคำบังคับกำหนดวิธีการที่จะปฏิบัติตามคำบังคับนั้นไว้ และให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งอยู่ในศาลในเวลาที่ศาลมีคำบังคับลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญหากในเวลาที่ศาลมีคำบังคับ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่อยู่ในศาลก็ต้องให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำส่งคำบังคับไปยังลูกหนี้ตามคำพิพากษาก่อน แต่จากสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๒๖๖/๒๕๑๕ ของศาลชั้นต้น ปรากฏว่าหลังจากอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ศาลชั้นต้นได้มีคำบังคับให้โจทก์ออกจากบ้านพิพาทภายใน ๑ เดือนแต่ในวันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ไม่มาศาลและไม่ได้ลงลายมือชื่อรับทราบคำบังคับไว้

ทั้งต่อมานางสำอางค์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็ไม่ได้นำส่งคำบังคับไปยังโจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาโจทก์จึงยังมีสิทธิอยู่ในบ้านพิพาท เมื่อโจทก์มีสิทธิอยู่ในบ้านพิพาท โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้อง ข้อที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่าโจทก์ไม่มีการครอบครองบ้านพิพาทโดยปกติสุขเพราะโจทก์ออกจากบ้านพิพาทและขนย้ายสิ่งของออกไปจนหมดสิ้นแล้วการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการรบกวนการครอบครองบ้านพิพาทของโจทก์โดยปกติสุข ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๘๔ นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าแม้โจทก์จะออกจากบ้านพิพาทและขนย้ายสิ่งของออกไปจนหมดสิ้นแล้ว แต่โจทก์ยังไม่ส่งมอบบ้านพิพาทให้แก่นางสำอางค์ โจทก์ใส่กุญแจบ้านพิพาทไว้และฝากให้นายภักดีเพื่อนบ้านช่วยดูแลไว้ ทั้งโจทก์ยังมีสิทธิอยู่ในบ้านพิพาทดังที่วินิจฉัยมาแล้วจึงถือว่าโจทก์ครอบครองบ้านพิพาทอยู่โดยปกติสุข การกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ให้จำเลยที่ ๒ ตัดหูร้อยกุญแจบ้านพิพาทออก แล้วให้จำเลยที่ ๒ และครอบครัวเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านพิพาทนั้น เป็นการใช้ให้จำเลยที่ ๒ เข้าไปกระทำการอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุขตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๘๔

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · วิทูร เทพพิทักษ์ · ล้วน นิลกำแหง
ศาลล่าง
ศาลแขวงธนบุรี - นายประเสริฐ โฉมงาม
ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพล สุวรรณภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้