Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 362/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เสียหายถูกทำร้ายอยู่เป็นเวลาประมาณ5ถึง10นาทีผู้เสียหายรู้จักจำเลยทั้งสามและพวกมาก่อนในบริเวณที่เกิดเหตุมีแสงไฟฟ้าสว่างผู้เสียหายย่อมจะเห็นคนร้ายได้ชัดเจนผู้เสียหายมีบาดแผลที่ศีรษะไหล่และที่หลังตรงตามที่ผู้เสียหายเบิกความว่าถูกฟันส่วนน. พยานโจทก์อีกปากหนึ่งแม้ไม่ได้เบิกความว่าจำเลยคนใดมีอาวุธแต่ก็ยังยืนยันว่าจำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายและตามคำให้การชั้นสอบสวนจำเลยที่1รับว่าใช้มีดฟันผู้เสียหายส่วนจำเลยที่2รับว่าเข้าไปชกผู้เสียหายนอกจากนี้มารดาจำเลยที่1และบิดาจำเลยที่2และที่3ทำบันทึกตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายโดยรับว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายพยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวฟังได้ว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297, 83 จำคุกคนละ 3 ปี ข้อหาอื่นให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าตามวัน เวลาเกิดเหตุนายเสกสรร แดงทน ผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกายได้รับอันตรายสาหัส มีบาดแผลปรากฏตามผลการชันสูตรบาดแผลหรือศพของแพทย์ท้ายฟ้อง คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามว่าจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายหรือไม่

โจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเบิกความว่าในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ21 นาฬิกา ผู้เสียหายกับนายนวลตา ชาวดอน ได้ไปดูโทรทัศน์ที่บ้านนายประเสริฐ ต่อมาเวลาประมาณ 23 นาฬิกา ผู้เสียหายกับนายนวลตาเดินลงจากบ้านนายประเสริฐเห็นจำเลยทั้งสามกับนายบรรเทาและนายไสวนั่งอยู่ที่แคร่ใต้ถุนบ้านนายประเสริฐจำเลยที่ 2 ได้เข้าชกหน้าผู้เสียหาย 1 ทีจนเซถลา ส่วนพวกที่เหลือเดินตรงมาที่ผู้เสียหาย แล้วจำเลยที่ 1 ใช้มีดฟันที่ศีรษะผู้เสียหาย1 ที จำเลยที่ 3 นายบรรเทาและนายไสวได้มารุมเตะต่อยและตีผู้เสียหาย โดยจำเลยที่ 3 มีไม้ ส่วนนายไสวมีเหล็กแล้วจำเลยที่ 1 ยังได้ใช้มีดฟันผู้เสียหายที่ไหล่อีก 1 ทีนายนวลตาเข้าห้ามและได้แย่งมีดจากจำเลยที่ 1 ผู้เสียหายวิ่งหนีจำเลยทั้งสามกับพวกวิ่งตาม

นายบรรเทาได้ใช้มีดฟันหลังผู้เสียหายผู้เสียหายล้มนายนวลตาเข้าห้าม ผู้เสียหายวิ่งหนีไปซ่อนตัวในป่า จำเลยทั้งสามกับพวกวิ่งตามแต่หาไม่พบจึงกลับไป ผู้เสียหายออกมาจากที่ซ่อน นายนวลตาได้พาผู้เสียหายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตามคำเบิกความของผู้เสียหายดังกล่าวเห็นได้ว่า ผู้เสียหายถูกทำร้ายอยู่เป็นเวลาประมาณ 5 ถึง 10 นาที ผู้เสียหายรู้จักจำเลยทั้งสามและพวกมาก่อน ในบริเวณที่เกิดเหตุมีแสงไฟฟ้าสว่างผู้เสียหายย่อมจะเห็นคนร้ายได้ชัดเจนผู้เสียหายมีบาดแผลศีรษะไหล่ และที่หลังตรงตามที่ผู้เสียหายเบิกความว่าถูกฟันคำเบิกความของผู้เสียหายจึงมีเหตุผลน่าเชื่อถือ นายนวลตา ชาวดอน พยานโจทก์อีกคนหนึ่งก็เบิกความว่า เมื่อลงมาจาก

บ้านนายประเสริฐได้เห็นจำเลยทั้งสามกับพวกนั่งอยู่ที่แคร่ใต้ถุนบ้านของนายประเสริฐนายนวลตาเดินลงมาก่อนส่วนผู้เสียหายเดินตามลงมา เมื่อเดินเลยไปได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรตก จึงหันไปดู เป็นผู้เสียหายล้มเห็นจำเลยทั้งสามกับพวกรุมทำร้ายผู้เสียหาย นายนวลตาเข้าห้ามจำเลยทั้งสามกับพวกก็ได้เข้าไปทำร้ายผู้เสียหายอีก ผู้เสียหายได้วิ่งหนีเข้าป่า ตามคำเบิกความของนายนวลตาดังกล่าวแม้จะไม่ได้เบิกความว่าจำเลยคนใดมีอาวุธ แต่ก็ยังยืนยันว่าจำเลยทั้งสามกับพวกซึ่งมีนายบรรเทาและนายไสวได้ร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายตามคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 เอกสารหมาย จ.4 และคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 เอกสารหมาย จ.5 จำเลยที่ 1 ก็รับว่าได้ใช้มีดฟันผู้เสียหาย

ส่วนจำเลยที่ 2 รับว่าได้เข้าไปชกผู้เสียหายนอกจากนี้มารดาจำเลยที่ 1 และบิดาจำเลยที่ 2 และ 3 ได้ทำบันทึกตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายเป็นเงิน 25,000 บาท ตามเอกสารหมาย จ.1 โดยรับว่าจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายหากจำเลยทั้งสามไม่ได้กระทำความผิดจริงบิดามารดาจำเลยทั้งสามก็คงไม่ไปทำบันทึกใช้ค่าเสียหายเช่นนั้นที่จำเลยทั้งสามนำสืบว่าเหตุที่ทำบันทึกชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย เพราะพนักงานสอบสวนบอกว่าเรื่องทำร้ายร่างกายเป็นเรื่องเล็กน้อย ให้รับสารภาพและชดใช้ค่าเสียหายเสีย เรื่องจะได้แล้วกันไปนั้น เห็นว่าไม่มีเหตุผลเพียงพอที่พนักงานสอบสวนจะแนะนำเช่นนั้น และแม้พนักงานสอบสวนจะแนะนำถ้าจำเลยทั้งสามไม่ได้กระทำความผิด ฝ่ายจำเลยจะไม่ทำก็ย่อมได้ พยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวฟังได้ว่า จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไสว จันทะศรี · จำลอง สุขศิริ · สมบัติ เดียวอิศเรศ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้