Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 362/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยสมคบกับพนักงานไปรษณีย์ที่ยักยอกเงิน โดยส่งธนาณัติมาให้จำเลยเป็นผู้รับเงิน จำเลยทำละเมิดต่อกรมไปรษณีย์ฯ โจทก์ต้องชดใช้เงินคืน การฟ้องเรียกเงินคืนจากผู้ไม่มีสิทธิยึดถือไว้ไม่มีอายุความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน68,077.38 บาท กับดอกเบี้ยในเงินต้นแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าจำเลยเป็นหลานภรรยานายวิบูลย์พันธ์ มณีรัตน์ และขณะที่นายวิบูลย์พันธ์มณีรัตน์ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งพนักงานไปรษณีย์โทรเลขแม่สาย จังหวัดเชียงรายได้ทำหน้าที่รับจ่ายธนาณัติ ได้ปฏิบัติหน้าที่ทุจริตปลอมเอกสารใบฝากธนาณัติส่งเงินมาให้จำเลย 13 ครั้งรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 65,000 บาท ซึ่งความจริงแล้วนายวิบูลย์พันธ์ มณีรัตน์ ได้ส่งเงินด้วยตนเองเพียง 2,460 บาทเท่านั้น เป็นเหตุให้กรมไปรษณีย์โทรเลขเสียหายเป็นเงิน 62,450 บาท และจำเลยได้รับเงินจำนวน 65,000 บาท ไปจากที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขตากเรียบร้อยแล้ว ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.8 และรับฟังได้อีกว่านายวิบูลย์พันธ์มณีรัตน์

ถูกพนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายฟ้องในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1690/2518 และนายวิบูลย์พันธ์ มณีรัตน์ รับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริงตามฟ้องของโจทก์ซึ่งศาลจังหวัดเชียงรายพิพากษาจำคุกนายวิบูลย์พันธ์ มณีรัตน์ มีกำหนด 6 ปี ปรากฏตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1636/2518 ของศาลจังหวัดเชียงราย นอกจากนี้นายวิบูลย์พันธ์ มณีรัตน์ ยังถูกโจทก์ฟ้องเรียกเงินคืนเป็นคดีแพ่งที่ศาลจังหวัดพิษณุโลก ขณะนี้คดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด โจทก์จึงมาฟ้องเรียกเงินจากจำเลยคืนสำหรับจำนวนที่จำเลยได้รับไปจากไปรษณีย์โทรเลขตากที่จำเลยฎีกาขึ้นมาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้จำเลยจะกล่าวอ้างในฎีกาว่าจำเลยไม่ทราบว่านายวิบูลย์พันธ์ มณีรัตน์ ทุจริตเอาเงินของโจทก์ส่งมาให้จำเลย และโจทก์ได้ฟ้องเรียกเงินจำนวนดังกล่าวคืนจากนายวิบูลย์พันธ์ มณีรัตน์ ต่อศาลจังหวัดพิษณุโลก แต่คดียังไม่ถึงที่สุดก็ตาม ศาลฎีกาก็เห็นว่าโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยสมคบกับนายวิบูลย์พันธ์มณีรัตน์ กระทำการทุจริตและจำเลยมาขอรับเงินธนาณัติที่นายวิบูลย์พันธ์มณีรัตน์ ส่งมาให้จำเลยโดยทุจริต และจำเลยได้รับเงินที่ส่งมาไปจากไปรษณีย์โทรเลขตากโดยไม่สุจริตและไม่มีมูลที่จะอ้างตามกฎหมายได้ ซึ่งแม้โจทก์จำเลยจะไม่มีนิติสัมพันธ์กัน แต่เมื่อข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบรับฟังได้ว่าจำเลยสมคบกับนายวิบูลย์พันธ์ มณีรัตน์ รับเงินตามจำนวนดังกล่าวไปแล้วจริงการกระทำของจำเลยก็ย่อมเป็นการละเมิดต่อโจทก์ซึ่งโจทก์มีอำนาจที่จะฟ้องจำเลยได้ เพื่อการชดใช้หรือคืนเงินตามจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นจำเลยฎีกาต่อไปอีกว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าฟ้องของโจทก์บรรยายให้จำเลยทราบโดยละเอียดถึงวิธีการทุจริต และจำเลยได้รับเงินแต่ละคราวไปเมื่อไร เป็นจำนวนเงินเท่าใด รวมทั้งได้แนบสำเนาภาพถ่ายเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับการทุจริตมาท้ายฟ้องครบถ้วนแล้ว อันเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ซึ่งต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นจำเลยฎีกาต่อไปข้อสุดท้ายว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้น ได้มีการรายงานและที่สุดมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงและตัวผู้รับผิดทางแพ่ง ซึ่งที่สุดนายไพบูลย์ แก้วกาญจน์หัวหน้ากองนิติการได้สรุปความเห็นเสนออธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขว่าเห็นควรให้จำเลยรับผิดเพียง 62,654 บาท ตามเอกสารหมาย จ.2 ซึ่งอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขเห็นชอบด้วย และมีคำสั่งให้ดำเนินการได้เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2518ตามเอกสารหมาย จ.2 การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินของโจทก์คืนจากจำเลยผู้ไม่มีสิทธิยึดถือไว้ได้นั้น ไม่มีกำหนดอายุความ ฉะนั้นโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 25พฤษภาคม 2519 คดีจึงยังไม่ขาดอายุความ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน · สุวรรณพ กองวารี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้