Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 362/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็ค จำเลยต่อสู้ว่าเช็คนั้นไม่ใช่เช็คของห้างหุ้นส่วนเป็นเช็คส่วนตัวของจำเลยที่ 2 การสลักหลังเช็คไม่ใช่วัตถุประสงค์ของห้าง อีกทั้งตราที่ประทับมิใช่ตราของห้างที่จดทะเบียนไว้ห้างและผู้เป็นหุ้นส่วนไม่ต้องรับผิด เมื่อจำเลยปฏิเสธความรับผิดในเช็คเช่นนี้ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะนำสืบได้ว่าเช็คนั้นเป็นเช็คของห้างซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจะต้องรับผิดและนำสืบได้ว่าหนี้สินของหุ้นส่วนนั้นเป็นมาอย่างไร จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการกับหุ้นส่วนได้เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตกับโจทก์สั่งซื้อสินค้า เมื่อได้รับสินค้ามาแล้วและจำหน่ายหมดไปแล้ว จำเลยที่ 2 จึงได้จ่ายเช็คของจำเลยที่ 2 เองชำระหนี้แก่โจทก์เพราะเช็คของห้างหมดและธนาคารปิดบัญชี การที่จำเลยที่ 2เซ็นชื่อสลักหลังไปในเช็คโดยเอาตราของห้างซึ่งใช้เป็นประจำประทับลงไปแสดงว่ากระทำในนามของห้าง ชำระหนี้ของห้างกิจการที่กระทำนี้อยู่ในขอบวัตถุประสงค์ของห้างดังนี้ ห้างหุ้นส่วนและผู้เป็นหุ้นส่วนจึงต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คนั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จำเลยที่ 2, 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 4, 5,6, 7, 8, 9 เป็นหุ้นส่วน จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้สินของห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 1 โดยไม่จำกัดจำนวนโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้สั่งจ่าย แล้วจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการได้ลงชื่อสลักหลังประทับตราห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 ให้แก่โจทก์เมื่อถึงกำหนดโจทก์ได้ยื่นเช็คเพื่อเรียกเก็บเงินต่อธนาคาร แต่เงินในบัญชีของจำเลยที่ 2 มีไม่พอจ่าย จำเลยที่ 1, 2 จึงต้องรับผิดในฐานะผู้สั่งจ่ายและสลักหลัง และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ในฐานะเป็นหุ้นส่วนของจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 โดยไม่จำกัดจำนวน

จำเลยต่อสู้ว่า เช็คที่โจทก์ฟ้องเป็นเช็คส่วนตัวของจำเลยที่ 2 มิใช่ของห้าง การสลักหลังเช็คไม่ใช่วัตถุประสงค์ของห้าง และตราที่ประทับสลักหลังเช็คไม่ใช่ตราสำคัญของห้าง ห้างและหุ้นส่วนไม่ต้องรับผิดศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทุกคนร่วมกันใช้เงินตามเช็คจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นการฟ้องเรียกเงินตามเช็ค มิได้กล่าวว่ามีอะไรกันอยู่เมื่อใดให้รู้สภาพและลักษณะแห่งหนี้เดิม เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าเช็ครายพิพาทเป็นเช็คส่วนตัวของจำเลยที่ 2 และตราที่ประทับสลักหลังก็ไม่ใช่ตราสำคัญของห้างจำเลยที่ 1 ที่จดทะเบียนไว้ จำเลยที่ 1, 3, 5, 7, 8, 9 ที่อุทธรณ์ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ และศาลอุทธรณ์เห็นต่อไปว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นรับฟังมาอันเป็นการนำสืบพิสูจน์ถึงมูลแห่งหนี้นั้นเป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น และมิใช่เป็นข้อเท็จจริงที่จะพึงยกขึ้นกล่าวอ้างเป็นประเด็นในคดีได้

พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์ แม้จะเป็นการฟ้องเรียกเงินตามเช็ค แต่จำเลยก็ให้การต่อสู้ตั้งประเด็นว่าเช็คนั้นไม่ใช่เป็นเช็คของห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 1 เป็นเช็คส่วนตัวของจำเลยที่ 2 การสลักหลังเช็คไม่ใช่วัตถุประสงค์ของห้าง ทั้งตราที่ ประทับก็มิใช่ตราของห้างที่จดทะเบียนไว้ ห้างและหุ้นส่วนจึงไม่ต้องรับผิด อันเป็นการปฏิเสธความรับผิดในเช็คนั้น โจทก์จึงมีสิทธิที่จะนำสืบได้ว่าเช็คนั้นเป็นเช็คของห้างที่จำเลยทุกคนซึ่งเป็นหุ้นส่วนจะต้องรับผิด และนำสืบได้ว่าหนี้สินของห้างมีเป็นมาอยู่อย่างไร อันทำให้จำเลยที่ 2 ต้องออกและสลักหลังเช็คไปเช่นนั้น การที่ศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงนี้มา จึงไม่เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น ดังที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยที่จำเลยเถียงความรับผิดว่า เช็คนั้นมิใช่เช็คของห้าง และตราที่ประทับก็มิใช่ตราของห้างที่จดทะเบียนไว้ อีกทั้งมิได้อยู่ในวัตถุประสงค์ของห้างตามที่ได้จดทะเบียนไว้นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ในการจัดการห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 1 นี้ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการแต่ลำพังคนเดียว และห้างจำเลยที่ 1 ได้ติดต่อเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตต่อโจทก์สั่งสินค้ารายนี้มา ทั้งได้รับสินค้ามาและจำหน่ายไปหมดแล้ว จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการได้ชำระหนี้ที่ค้างโดยออกเช็คของจำเลยที่ 2 เองเพราะเช็คของห้างหมดและธนาคารปิดบัญชี การที่จำเลยที่ 2 เซ็นชื่อสลักหลังไปในเช็คโดยเอาตราของห้างซึ่งใช้อยู่เป็นประจำประทับลงไป แสดงว่ากระทำในนามของห้างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ยืนยันว่าได้กระทำลงไปในฐานะผู้จัดการ เมื่อจำเลยที่ 2 ได้สลักหลังเช็คเพื่อใช้หนี้ที่ห้างจำเลยที่ 1 เป็นหนี้ในนามของห้างหุ้นส่วน ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจะต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คนั้น

กิจการที่จำเลยที่ 2 กระทำไปอยู่ในขอบวัตถุประสงค์ในการค้าของห้างตามที่จดทะเบียนไว้ แม้ตราที่จำเลยที่ 2 ใช้ประทับจะมิใช่ตราตามที่จดทะเบียนไว้แต่เป็นตราที่ใช้ในกิจการของห้างหุ้นส่วน ห้างหุ้นส่วนและผู้เป็นหุ้นส่วนจึงพ้นจากความรับผิดที่จะปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้นได้ไม่พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อดุล รัตนปิณฑะ · โพยม เลขยานนท์ · วงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้