Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3614/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กู้เงินเพียง 30,000 บาท โดยผู้กู้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ซึ่งยังไม่ได้กรอกข้อความ แล้วโจทก์มากรอกข้อความเป็นว่ากู้จำนวน90,000 บาท ในภายหลังโดยผู้กู้มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย สัญญากู้จึงเป็นเอกสารปลอม โจทก์ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมมาฟ้องบังคับคดี จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดีไว้ว่าสัญญากู้เป็นเอกสารปลอมจึงมีสิทธินำสืบตามข้อต่อสู้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 วรรคสอง ส่วนการนำสืบว่ารับเงินจากโจทก์จำนวน 28,200 บาทเป็นการอ้างเหตุผลประกอบว่าสัญญากู้ที่มีข้อความว่ากู้ 90,000 บาทเป็นเอกสารปลอมไม่ใช่เรื่องนำสืบเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสาร

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายด้วงได้กู้ยืมเงินและรับเงินไปจากโจทก์จำนวน 90,000 บาท โดยยอมให้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีถึงกำหนดแล้วไม่ชำระ ต่อมานายด้วงถึงแก่ความตาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดในฐานะทายาทของนายด้วงชำระเงินจำนวน 90,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า นายด้วงไม่เคยกู้ยืมเงินจำนวน 90,000บาท จากโจทก์และไม่เคยทำสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 90,000 บาท ให้โจทก์ไว้แต่อย่างใด สัญญากู้ยืมเงินในช่องผู้กู้ไม่ใช่ลายมือชื่อของนายด้วง สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาปลอม นายด้วงเคยกู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 30,000 บาท และโจทก์ให้นายด้วงลงชื่อไว้ในสัญญากู้ยืมเงินโดยยังมิได้กรอกข้อความใด

ๆ โจทก์กรอกจำนวนเงินเอง โดยนายด้วงมิรู้เห็นยินยอมด้วย และนายด้วงได้ชำระเงินจำนวน 30,000 บาทให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องเกิน 1 ปี จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ที่ 3ที่ 4 และที่ 6 ขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานจำเลยมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานโจทก์ เชื่อว่านายด้วงกู้เงินโจทก์เพียง 30,000 บาท โดยนายด้วงลงลายมือชื่อในสัญญากู้ จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญาเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งยังไม่ได้กรอกข้อความ แล้วฝ่ายโจทก์มากรอกข้อความเป็นว่ากู้จำนวน 90,000 บาท ในภายหลังโดยนายด้วงและจำเลยที่ 1 มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย

สัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 จึงเป็นเอกสารปลอม โจทก์ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมมาฟ้องจำเลยทั้งเจ็ดให้รับผิดในฐานะผู้รับมรดกของนายด้วงได้ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า สัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ระบุจำนวนเงินที่นายด้วงรับไปจำนวน 90,000 บาท จำเลยจะนำสืบว่ารับเงินเพียง20,000 บาท เศษไม่ได้ เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดีไว้ว่าสัญญากู้เอกสารหมายจ.1 เป็นเอกสารปลอม จึงมีสิทธินำสืบตามข้อต่อสู้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคสอง ส่วนการนำสืบว่า รับเงินจากโจทก์จำนวน 28,200 บาท เป็นการอ้างเหตุผลประกอบว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ที่มีข้อความว่านายด้วงกู้ 90,000 บาทเป็นเอกสารปลอม ไม่ใช่เรื่องนำสืบเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสารพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2553

คำฟ้องของโจทก์ระบุว่าจำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินไปจากโจทก์ 480,000 บาท จึงต้องด้วยบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 653 ว่าจะต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ ซึ่งโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13825/2553

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2542 และจำเลยได้รับเงินกู้ยืมไปครบถ้วนแล้ว จำเลยให้การว่าจำเลยไม่เคยกู้ยืมเงินจากโจทก์และไม่เคยได้รับเงินไปจากโจทก์ จำเลยทำสัญญาจำนองที่ดินเพื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2551

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วมแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมถูกโต้แย้งสิทธิในชั้นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4742/2550

ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคสอง ใช้บังคับกับกรณีชำระหนี้ด้วยการใช้เงินเท่านั้น การนำสืบว่ามีการชำระเงินโดยยอมให้โจทก์ตักหน้าดินไปขายและนำเงินไปชำระหนี้เงินกู้เป็นการชำระหนี้อย่างอื่นตาม ป.พ.พ. 321 วรรคหนึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้