Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2522 (เลขอ้างอิง 36129)

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องความอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาบุกรุกทำให้เสียทรัพย์ เมื่อเรื่องที่โจทก์ฟ้องเป็นเรื่องที่ฟ้อง เพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 ซึ่งไม่ใช่เรื่องอายุความฟ้องร้อง กรณีจึงจะนำมาตรา 51 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับหาได้ไม่ โจทก์ต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวภายในหนึ่งปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง เมื่อโจทก์ฟ้องคดีเกินกำหนด 1 ปีแล้ว โจทก์จึงหมดสิทธิฟ้องเรียกเอาคืนการครอบครองที่พิพาท

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสี่สำนวนฟ้องจำเลยเป็นใจความว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ปรากฎตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) และแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ที่ดินของโจทก์แต่ละสำนวนเป็นสวนยางพาราและมีผลอาสินปลูกอยู่ โจทก์แต่ละคนได้ครอบครองที่ดินของตนดังกล่าวมาด้วยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ไม่มีผู้ใดโต้แย้งสิทธิเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2516 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2516 เวลากลางวันและกลางคืน จำเลยบังอาจบุกรุกเข้ายึดถือเอาที่ดินของโจทก์แต่ละคนดังปรากฎตามเส้นสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง และจำเลยตัดฟันยางพารา ต้นสะตอ ต้นขนุน และต้นเนียงซึ่งเป็นพืชผลกสิกรของโจทก์แต่ละคนเสียหาย โจทก์ทุกคนเคยห้ามปรามจำเลยแล้วหลายครั้ง

จำเลยไม่เชื่อฟัง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 359, 362 กับพิพากษาว่าที่ดินเป็นของโจทก์ให้จำเลยคืนโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ฯลฯจำเลยให้การทุกสำนวนเป็นทำนองเดียวกันว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิดทางอาญา แต่เป็นคดีแพ่งเรื่องแย่งการครอบครองที่ดินคดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องทางแพ่งแล้ว ที่ดินตามโจทก์ฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินจำเลยโดยพ่อตายกให้ จำเลยได้ครอบครองโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของและเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาจนปัจจุบันนี้เป็นเวลา 20 กว่าปีแล้ว ต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ 2516 จำเลยตัดต้นยางพาราเก่าลงทั้งหมด แล้วปลูกยางพันธ์เกษตรแทนฟ้องโจทก์ทุกสำนวนเคลือบคลุมและขาดอายุความ

ฯลฯศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358, 359 ลงโทษตามมาตรา 359 บทหนักตามมาตรา 90 จำคุก 1 ปีที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ให้จำเลยคืนโจทก์ ฯลฯจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ฯลฯโจทก์ทุกสำนวนฎีกาว่าโจทก์ยังไม่หมดสิทธิฟ้องเรียกเอาที่พิพาทคืนและการกระทำของจำเลยผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า โจทก์จำเลยแจ้งการครอบครองที่ดินรุกล้ำทับกัน โจทก์เป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาท จำเลยไม่ได้ครอบครอง ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์2516 จำเลยเข้ายึดถือครอบครองโดยเข้าแผ้วถางที่พิพาท โจทก์อ้างว่าสิทธิฟ้องของโจทก์ยังมีอยู่เพราะโจทก์ได้แจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน แต่วันที่ 12 เมษายน 2516 อายุความสะดุดหยุดลงแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 เห็นว่าคดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1375 ซึ่งไม่ใช่เรื่องอายุความฟ้องร้องกรณีนี้จึงนำมาตรา 51 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้

บังคับไม่ได้ โจทก์ต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทตามบทบัญญัติดังกล่าวภายในปีหนึ่งนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง แต่โจทก์ฟ้องคดีเกิน 1 ปีแล้วโจทก์จึงหมดสิทธิฟ้องเรียกเอาคืนการครอบครองที่พิพาท ฯลฯพิพากษายืน ฯลฯ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · จันทร์ ระรวยทรง · โสพิทย์ คังคะเกตุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้