Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 361/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บันทึกข้อตกลงมีรายละเอียดเกี่ยวกับการแบ่งเขตที่พิพาทระหว่างเจ้าของรวมซึ่งสามารถรังวัดแบ่งและกำหนดเขตได้แน่นอน จึงเป็นการสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 วรรคแรก บังคับให้แบ่งกันตามนั้นได้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้แบ่งที่ดินโฉนดที่ 229 ออกเป็น3 ส่วน ให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และจำเลยได้คนละส่วนเท่า ๆ กัน โดยให้แปลงที่ 1ทางตอนใต้ของที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของโจทก์ที่ 2 ให้แปลงที่ 2 ถัดแปลงที่ 1ไปทางเหนือเป็นของจำเลย และแปลงที่ 3 ทางทิศเหนือเป็นของโจทก์ที่ 1ให้จำเลยยื่นคำขอแบ่งที่ดินร่วมกับโจทก์ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน พร้อมทั้งนำชี้แนวเขตที่ดินและจดทะเบียนแบ่งแยกจนเสร็จการ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จากคำฟ้องและคำให้การ ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยเป็นเจ้าของรวมในที่พิพาท คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาเพียงว่า บันทึกข้อตกลงตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการแบ่งเขตที่พิพาทไว้สมบูรณ์พอที่จะถือว่าเป็นการตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างเจ้าของรวมหรือไม่

พิเคราะห์แล้วบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ข้อ 1 มีความว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่พิพาทมีความประสงค์จะแบ่งแยกที่ดินเฉพาะส่วนของตนออกจากกัน โดยมีรายละเอียดในการแบ่งดังนี้ แปลงที่หนึ่งแบ่งที่ดินทางทิศใต้ให้เป็นของโจทก์ที่ 2 แปลงที่สองซึ่งอยู่ถัดแปลงที่หนึ่งไปทางทิศเหนือให้เป็นของจำเลย ส่วนแปลงคงเหลือทางทิศเหนือให้เป็นของโจทก์ที่ 1 ทั้งนี้ให้ทุกแปลงได้เนื้อที่เท่ากัน

ศาลฎีกาเห็นว่ารายละเอียดเกี่ยวกับการแบ่งเขตที่พิพาทระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยตามที่ระบุไว้ในบันทึกข้อตกลง สามารถทำการรังวัดแบ่งแยกและกำหนดเขตได้แน่นอน จึงเป็นการสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 วรรคแรก ที่บัญญัติไว้เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์รวมว่า "การแบ่งทรัพย์สินพึงกระทำโดยแบ่งทรัพย์สินนั้นเองระหว่างเจ้าของรวม หรือโดยขายทรัพย์สินแล้วเอาเงินที่ขายได้แบ่งกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจ ปัญญาดิลก · ภิญโญ ธีรนิติ · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้