Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3600/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์กับ ช. เจ้ามรดก มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือจำเลยและ ล.จำเลยรับโอนที่ดินพิพาทตามพินัยกรรมที่ ช. ทำไว้อันเป็นการได้มาโดยทางมรดกมิใช่รับโอนมาโดยโจทก์ยกให้ โจทก์จึงมิใช่ผู้ให้ที่ดินพิพาทแก่จำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิ ฟ้องเรียกถอนคืนการให้ ปัญหาว่า พินัยกรรมฉบับที่ ช. ทำดังกล่าวมีผลบังคับได้เพียงใดหรือไม่ โจทก์ซึ่ง เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ช. ชอบที่จะไปว่ากล่าวกันเป็นคดีใหม่ การที่โจทก์ลงชื่อให้ความยินยอมในพินัยกรรมของ ช. ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ทำนิติกรรม ยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยและนางสาวลำใย ปานทอง เป็นบุตรโจทก์กับนายชิต ปานทองที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 133 เป็นสินสมรสของโจทก์กับนายชิตต่อมานายชิตทำพินัยกรรมยกที่ดินดังกล่าวให้จำเลย 13 ไร่ 3 งาน 92 ตารางวา ส่วนที่เหลือยกให้นางสาวลำใย โดยมีข้อตกลงให้จำเลยอุปการะเลี้ยงดูโจทก์และนางสาวลำใย ผู้ทุพพลภาพ หากไม่อุปการะให้โจทก์เอาที่ดินคืนได้ การทำพินัยกรรมดังกล่าวโจทก์เป็นผู้ให้ความยินยอม ซึ่งถือว่าโจทก์ยกที่ดินสินสมรสจำนวนเนื้อที่ 6 ไร่ 3 งาน 96 ตารางวา ให้จำเลยโดยเสน่หา หลังจากนั้นนายชิตตาย จำเลยและนางสาวลำใยจึงรับโอนทรัพย์มรดกดังกล่าว ต่อมาจำเลยประสงค์จะกู้เงินจากธนาคารและวันที่ 6 พฤษภาคม 2538 จำเลยขอให้โจทก์ช่วยพูดขอร้องนางสาวลำใยเพื่อให้ลงชื่อมอบอำนาจให้จำเลยนำที่ดินไปจดทะเบียนจำนองประกันหนี้เงินกู้ธนาคารเป็นเงิน 200,000 บาท แต่เนื่องจากโจทก์เห็นว่าจำเลยไม่เคยอุปการะโจทก์และโจทก์ปลูกบ้านอาศัยอยู่บนที่ดินแปลงดังกล่าวด้วย

หากจำเลยไม่ชำระหนี้เงินกู้จะทำให้ที่ดินถูกบังคับชำระหนี้ โจทก์จึงไม่ยินยอม เป็นเหตุให้จำเลยไม่พอใจ แล้วทุบตีนางสาวลำใยและพูดหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบ น.ส.3 เลขที่ 133 หมู่ 6 ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แก่โจทก์พร้อมกับให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินแปลงดังกล่าวจำนวนเนื้อที่ 6 ไร่ 3 งาน 96 ตารางวา แก่โจทก์ หากจำเลยเพิกเฉย ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยจำเลยให้การว่า ที่ดินที่พิพาทไม่ได้เป็นสินสมรส จำเลยได้มาโดยรับมรดกตามพินัยกรรมของนายชิต ปานทอง โจทก์มิได้เป็นผู้ให้ที่ดินดังกล่าว จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า

โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายชิต ปานทอง มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือจำเลยและนางสาวลำใยปานทอง เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2526 นายชิตทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองยกที่ดินพิพาทเนื้อที่จำนวน 13 ไร่ 3 งาน 92 ตารางวา ให้แก่จำเลย ส่วนที่เหลืออีกจำนวน5 ไร่ ยกให้แก่นางสาวลำใย โดยโจทก์เป็นผู้ให้ความยินยอม ต่อมาวันที่ 24 เมษายน 2529นายชิตถึงแก่ความตาย ในวันที่ 10 มิถุนายน 2530 จำเลยและนางสาวลำใยจดทะเบียนรับโอนที่ดินดังกล่าวตามพินัยกรรมมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์เป็นผู้ให้ที่ดินพิพาทแก่จำเลย และมีเหตุเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุเนรคุณหรือไม่ เห็นว่า จำเลยรับโอนที่ดินมาตามพินัยกรรมที่นายชิตทำไว้เป็นการรับโอนหลังจากนายชิตถึงแก่ความตายแล้วและตามหลักฐานหนังสือรับรองการทำประโยชน์ก็ระบุไว้ชัดแจ้งว่าเป็นการรับโอนมรดกมา

ดังนั้นข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยรับโอนที่ดินพิพาทมาโดยทางมรดก หาใช่รับโอนมาโดยการยกให้ไม่ โจทก์จึงมิใช่ผู้ให้ที่ดินพิพาทแก่จำเลย ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณส่วนข้อที่โจทก์ฎีกาว่า นายชิตไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมยกสินสมรสที่เกินกว่าส่วนของตนให้แก่บุคคลใดได้นั้น ในข้อนี้คงเป็นปัญหาว่า พินัยกรรมฉบับดังกล่าวมีผลบังคับได้เพียงใดหรือไม่ ในเรื่องนี้โจทก์ชอบที่จะไปว่ากล่าวกันในเรื่องนั้นโดยตรง อีกทั้งการที่โจทก์ลงชื่อให้ความยินยอมในพินัยกรรมของนายชิต กรณีก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ทำนิติกรรมยกที่ดินพิพาทให้จำเลยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุเมธ ตังคจิวางกูร · วิเทพ ศิริพากย์ · ประสพสุข บุญเดช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้