Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3600/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองโดยอาศัยมูลของสัญญากู้เงินและสัญญาขายลดเช็ค มิใช่ฟ้องเรียกเงินตามเช็คโดยตรง สัญญากู้เงิน และขายลดเช็ค กฎหมายมิได้กำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะจึงต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 แม้ เช็คตามฟ้องซึ่งจำเลยที่ 1 นำมาขายลดนั้นขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1002 ไปแล้ว โจทก์ก็ยังฟ้องให้บังคับจำเลยทั้งสองได้ภายในอายุความ 10 ปี จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ มีหน้าที่ต้องชำระหนี้แก่โจทก์ให้ถูกต้องตามความประสงค์แห่งมูลหนี้ แต่กลับละเลยไม่สนใจชำระหนี้แก่โจทก์ โจทก์จึงย่อมมีสิทธิได้ดอกเบี้ยจากจำเลยเรื่อยไปตามกฎหมาย จะถือว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหาได้ไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2525 จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาขายลดเช็คและนำเช็คธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาคลองเตย ลงวันที่16 กันยายน 2525 จำนวนเงิน 500,000 บาท มาแลกเงินสดกับโจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 เมื่อครบกำหนดตามวันที่ลงในเช็ค โจทก์ได้เรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่19 ตุลาคม 2525 โจทก์ได้ทวงถามแล้ว แต่จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์บางส่วน ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ 278,971.76 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 21 ต่อปี ในต้นเงิน 207,737.66 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้ให้โจทก์เสร็จจำเลยที่ 1 ให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำนวนเงินค้างชำระทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง

โจทก์ฟ้องคดีโดยใช้สิทธิไม่สุจริต ปล่อยปละละเลยไม่ฟ้องคดีผู้สั่งจ่ายเงินตามเช็คภายในอายุความ 1 ปี และเพิ่งจะแจ้งให้จำเลยทราบหลังจากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คร่วม 2 ปี ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้278,971.76 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปีจากต้นเงิน207,737.66 บาทจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองโดยอาศัยมูลของสัญญากู้เงินและสัญญาขายลดเช็คเป็นข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา มิใช่ฟ้องเรียกเงินตามเช็คโดยตรง สัญญากู้เงินและสัญญาขายลดเช็คนั้นกฎหมายมิได้กำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะเป็นพิเศษเป็นอย่างอื่นจึงต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164 แม้เช็คตามฟ้องซึ่งจำเลยที่ 1 นำมาขายลดนั้นขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1002 ไปแล้ว โจทก์ก็ยังฟ้องให้บังคับจำเลยทั้งสองได้ภายในอายุความ 10 ปี ดังกล่าว จำเลยทั้งสองผิดสัญญาขายลดเช็คเมื่อปี 2525

โจทก์ฟ้องคดีเมื่อปี 2529 คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ส่วนปัญหาว่าโจทก์ฟ้องคดีโดยสุจริตหรือไม่นั้นจำเลยที่ 1 เป็นลูกหนี้โจทก์ มีหน้าที่ต้องชำระหนี้แก่โจทก์ให้ถูกต้องตามความประสงค์แห่งมูลหนี้ แต่กลับละเลยไม่สนใจชำระหนี้แก่โจทก์ โจทก์จึงย่อมมีสิทธิได้ดอกเบี้ยจากจำเลยที่ 1 เรื่อยไปตามกฎหมาย เป็นความผิดของจำเลยที่ 1 เองที่ไม่ชำระหนี้จะถือว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหาได้ไม่พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม มั่งมีดี · พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3508/2541

เมื่อการซื้อขายรายพิพาทที่จำเลยกระทำต่อผู้ซิ้อซึ่งเป็นลูกค้าของโจทก์มีการชำระเงินสดให้เพียง 100,000 บาท ส่วนราคารถที่เหลืออีก1,416,000 บาท ผู้ซื้อได้ชำระเป็นเช็ค ซึ่งปรากฏต่อมาว่า โจทก์ผู้เป็นนายจ้างไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2515/2538

จำเลยทั้งสองให้การว่า จ. ได้ลงลายมือชื่อในสัญญาขายลดเช็คในฐานะผู้ให้สัญญาแต่ฝ่ายเดียวจึงเป็นคำเสนอของ จ. ยังไม่เกิดเป็นสัญญาที่บังคับได้ดังนี้คำให้การจำเลยทั้งสองดังกล่าวเท่ากับจำเลยทั้งสองให้การยอมรั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5547/2537

โจทก์สลักหลังเช็คผู้ถือซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายย่อมเป็นเพียงประกัน (อาวัล) สำหรับผู้สั่งจ่ายตาม ป.พ.พ. มาตรา 921 ประกอบมาตรา989 จึงอยู่ในฐานะผู้ค้ำประกันหนี้ตามเช็คที่จะต้องรับผิดต่อผู้ทรงเท่านั้น หาไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2534

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันออกตั๋วแลกเงินแล้วนำไปขายลดตั๋วเงินไว้แก่โจทก์ เมื่อโจทก์เรียกเก็บเงินตามตั๋วแลกเงินไม่ได้ โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามตั๋วแลกเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 17.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 746/2533

การไฟฟ้านครหลวงโจทก์มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ มีวัตถุประสงค์ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าแก่ประชาชนเป็นสาธารณูปโภคและได้รับทุนในการดำเนินการจากงบประมาณแผ่นดิน จึงมิใช่พ่อค้าตามมาตรา 165(1)แห่ง ป.พ.พ. การฟ้องเรียกค่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้