Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 360/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกระทำผิดไปด้วยอารมณ์โกรธแค้นที่เกิดขึ้นในทันทีทันใดโดยมิได้มุ่งประสงค์ต่อผลในการแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์สินดังกล่าวโดยแท้จริง จึงเป็นการกระทำที่ขาดเจตนาในการที่จะมุ่งกระทำการลักเข็มขัดของผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ แต่การที่จำเลยขู่เข็ญผู้เสียหายให้ส่งเข็มขัดให้ย่อมเป็นการข่มขืนใจผู้เสียหายให้กระทำตามที่จำเลยประสงค์ โดยทำให้กลัวว่าจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดต่อเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคแรก ผู้เสียหายเบิกความและยื่นคำร้องฝ่ายเดียวต่อศาลว่าการกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาที่จะทำการชิงทรัพย์เพราะเป็นการเข้าใจผิด รู้เท่าไม่ถึงการณ์และจำเลยเป็นนักศึกษา ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความใด ๆ กับจำเลย ถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมความแต่พอถือได้ว่าเป็นคำแถลงที่ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความกับจำเลยและขอให้ศาลปราณีเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจ

เนื้อความคำพิพากษา

จำเลยกระทำผิดไปด้วยอารมณ์โกรธแค้นที่เกิดขึ้นในทันทีทันใดโดยมิได้มุ่งประสงค์ต่อผลในการแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์สินดังกล่าวโดยแท้จริง จึงเป็นการกระทำที่ขาดเจตนาในการที่จะมุ่งกระทำการลักเข็มขัดของผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ แต่การที่จำเลยขู่เข็ญผู้เสียหายให้ส่งเข็มขัดให้ย่อมเป็นการข่มขืนใจผู้เสียหายให้กระทำตามที่จำเลยประสงค์ โดยทำให้กลัวว่าจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดต่อเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคแรก ผู้เสียหายเบิกความและยื่นคำร้องฝ่ายเดียวต่อศาลว่าการกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาที่จะทำการชิงทรัพย์เพราะเป็นการเข้าใจผิด รู้เท่าไม่ถึงการณ์และจำเลยเป็นนักศึกษา

ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความใด ๆ กับจำเลย ถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมความแต่พอถือได้ว่าเป็นคำแถลงที่ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความกับจำเลยและขอให้ศาลปราณีเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจกำหนดโทษเท่านั้นโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2531 เวลากลางวันจำเลยได้ลักเอาเข็มขัดพร้อมหัวเข็มขัดทองเหลือง 1 เส้น ราคา 30 บาทของนายกีรดิต สุทธิวารี ผู้เสียหายไปโดยทุจริต ในการลักทรัพย์ดังกล่าวจำเลยได้ใช้กำลังประทุษร้ายโดยใช้มือกระชากคอเสื้อและพูดขู่เข็ญผู้เสียหายว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายหากต่อสู้ขัดขืน ทั้งนี้เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น จำเลยได้ลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล

เพราะเจ้าพนักงานตำรวจเข้าขัดขวางจำเลยจึงไม่อาจลักทรัพย์ของผู้เสียหายไปได้ เหตุเกิดที่แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ตามวันเวลา และสถานที่ดังกล่าวเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยพร้อมด้วยเข็มขัดและหัวเข็มขัดของผู้เสียหายเป็นของกลาง ของกลางผู้เสียหายรับคืนไปแล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 80จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ แต่เป็นความผิดต่อเสรีภาพ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคแรก ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยรับโทษจำคุกมาก่อนทั้งผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความแก่จำเลย เมื่อคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นสมควรให้โอกาสแก่จำเลยกลับตัวสักครั้งหนึ่งโทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 และให้คุมประพฤติจำเลยไว้โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน

ตลอดระยะเวลา 1 ปี หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความโจทก์ฎีกา โดยอธิบดีกรมอัยการรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยได้กระทำผิดดังฟ้องหรือไม่ในความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์นั้น มีข้อต้องวินิจฉัยในเบื้องต้นว่าจำเลยมีเจตนาลักทรัพย์หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่าจำเลยกับผู้เสียหายเป็นนักศึกษาต่างสถาบันโดยจำเลยเป็นนักศึกษาอยู่วิทยาลัยช่างกลปทุมวัน ส่วนผู้เสียหายเป็นนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตอุเทนถวาย นักศึกษาสองสถาบันนี้เคยมีเรื่องวิวาทชกต่อยกันเป็นประจำ บางครั้งยกพวกตีกัน

จำเลยเคยถูกนักศึกษาสถาบันเดียวกับผู้เสียหายทำร้ายร่างกายด้วยมีดได้รับบาดเจ็บที่ต้นคอและแขน นอกจากนั้นยังเคยถูกทำร้ายร่างกายถีบตกลงจากรถยนต์โดยสารประจำทางถึงสลบ การที่จำเลยกระชากคอเสื้อและพูดขู่เข็ญผู้เสียหายให้ถอดเข็มขัดให้แก่จำเลยซึ่งเพิ่งพบกันที่ศูนย์การค้านั้น ปรากฏว่าเข็มขัดที่จำเลยขู่เข็ญจะเอาจากผู้เสียหายนั้นหัวเข็มขัดทำด้วยทองเหลืองเป็นหัวเข็มขัดสำหรับนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตอุเทนถวายใช้เท่านั้น ราคาเพียง 30 บาทซึ่งจำเลยย่อมไม่สามารถจะนำไปใช้ หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินได้ ตามพฤติการณ์ที่ปรากฏเป็นเรื่องที่กระทำไปด้วยอารมณ์โกรธแค้นที่เกิดขึ้นในทันทีทันใด โดยมิได้มุ่งประสงค์ต่อผลในการแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์สินดังกล่าวโดยแท้จริง จึงเป็นการกระทำที่ขาดเจตนาในการที่จะมุ่งกระทำการลักเข็มขัดของผู้เสียหาย

การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ดังฟ้อง แต่การที่จำเลยขู่เข็ญผู้เสียหายให้ส่งเข็มขัดให้แก่จำเลยนั้นย่อมเป็นการข่มขืนใจผู้เสียหายให้กระทำตามที่จำเลยประสงค์ โดยทำให้กลัวว่าจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดต่อเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 วรรคแรกส่วนที่โจทก์ฎีกาปัญหาข้อสุดท้ายว่า ที่ผู้เสียหายเบิกความว่าผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความกับจำเลยเนื่องจากเป็นนักศึกษาด้วยกันอาจจะมีการเข้าใจผิดกัน ถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายและจำเลยยอมความกันนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยข้อหาชิงทรัพย์ซึ่งเป็นความผิดอาญาแผ่นดินอันไม่อาจยอมความกันได้ ที่ผู้เสียหายเบิกความและยื่นคำร้องแต่ฝ่ายเดียวต่อศาลว่า

การกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาที่จะทำการชิงทรัพย์ เพราะเป็นการเข้าใจผิด รู้เท่าไม่ถึงการณ์และจำเลยเป็นนักศึกษาอยู่ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความใดใดกับจำเลยนั้นพอถือได้แต่เพียงว่าเป็นคำแถลงที่ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความกับจำเลยและขอให้ศาลปรานี จำเลยเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจกำหนดโทษเท่านั้น ซึ่งโทษจำคุกที่ศาลชั้นต้นวางไว้และรอการลงโทษให้แก่จำเลยก็เป็นการสมควรแก่พฤติการณ์แห่งคดีและคำแถลงของผู้เสียหายแล้วแต่กรณีก็ไม่อาจถือได้ว่าผู้เสียหายและจำเลยยอมความกันที่ศาลอุทธรณ์สั่งจำหน่ายคดีโดยถือว่าผู้เสียหายและจำเลยยอมความกันนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ ธารีสาร · นิเวศน์ คำผอง · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้