Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นให้โอกาสจำเลยหาเงินมาชำระหนี้ตามเช็คพิพาทแก่โจทก์โดยเลื่อนการฟังคำพิพากษาไปนาน 2 เดือน แต่จำเลยไม่ชำระในวันนัดฟังคำพิพากษาโจทก์จำเลยไม่สามารถตกลงกันได้ จำเลยขอเลื่อนคดีไปอีกเพื่อรวบรวมเงินมาชำระหนี้โจทก์ โจทก์คัดค้านศาลชั้นต้นสั่งให้รอฟังคำพิพากษาในวันนั้น จำเลยจึงแถลงลอย ๆ ว่าจำเลยเตรียมเงินมาพร้อมที่จะชำระให้โจทก์ 90,000 บาท และจะถอนเงินประกันอีก 60,000 บาท ชำระหนี้โจทก์ รวมเป็นเงิน 150,000 บาท ซึ่งเท่ากับยอดเงินตามเช็คพิพาท ดังนั้นพฤติการณ์ของจำเลยแสดงให้เห็นได้ชัดว่าที่จำเลยขอเลื่อนคดีในตอนแรกนั้น จำเลยมีเจตนาที่จะประวิงคดี และข้อเสนอของจำเลยที่จะชำระเงินตามเช็คแก่โจทก์เป็นไปอย่างมีชั้นเชิง แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่มีเหตุที่จะลดโทษให้แก่จำเลย จำเลยอายุ 50 ปี สำเร็จการศึกษาเป็นเศรษฐศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีอาชีพค้าขาย มีภาระต้องดูแลภรรยาและบุตร ผู้เยาว์อีก 4 คน และจำเลยพยายามขวนขวายหาเงินมาชำระหนี้ตามเช็คพิพาทให้โจทก์ ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำนวน150,000 บาท อันเป็นการบรรเทาผลร้ายแก่โจทก์ แม้จำเลยจะต้องคำพิพากษาในคดีอื่นให้ลงโทษจำคุก แต่คดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุดจึงถือว่าจำเลยยังไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน คดีมีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกในคดีนี้ให้แก่จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 56 ป.อ. มาตรา 78 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 และให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ช.1398/2532 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธแต่ภายหลังสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91เป็นความผิดหลายกรรม เรียงกระทงลงโทษ จำคุกจำเลยกระทงละ 3 เดือนรวม 3 กระทง ให้จำคุก 9 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 เดือนนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ช.1398/2532 ของศาลชั้นต้น

จำเลยอุทธรณ์ ขอให้ลดโทษจำคุกกึ่งหนึ่งและรอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คตามฟ้องรวมสามฉบับ จำนวนเงินฉบับละ 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 150,000 บาท ชำระหนี้ให้โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดชำระโจทก์นำเช็คทั้งสามฉบับไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ปัญหาที่จะวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าข้อเสนอของจำเลยที่จะชำระเงินตามเช็คแก่โจทก์ ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2532 เป็นไปอย่างมีชั้นเชิงหรือไม่ เห็นว่า เมื่อเสร็จการพิจารณาแล้วศาลชั้นต้นเลื่อนการฟังคำพิพากษาไป 2 เดือน เพื่อให้โอกาสโจทก์จำเลยทำความตกลงกัน วันที่ 30 พฤศจิกายน 2532 ซึ่งเป็นวันนัดฟังคำพิพากษา

จำเลยแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า ยังตกลงกับโจทก์ไม่ได้เนื่องจากเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายให้โจทก์ไม่ใช่เฉพาะ 3 ฉบับ ที่พิพาทในคดีนี้เท่านั้น และโจทก์กับจำเลยมีการเจรจาเพื่อชำระหนี้ในจำนวนเงินทั้งหมด แต่เนื่องจากจำเลยยังไม่สามารถหาเงินทั้งหมดมาชำระหนี้ให้โจทก์ได้ จึงขอเลื่อนคดีไปก่อนเพื่อจะรวบรวมเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ครบถ้วน โจทก์แถลงว่า จำเลยไม่เคยชำระหนี้ให้โจทก์เลย โจทก์ได้ฟ้องจำเลยหลายคดี ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งมีการทำยอมกัน แต่จำเลยก็มิได้ชำระเงินตามยอม จึงขอให้ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไป ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์จำเลยไม่สามารถตกลงกันได้ จึงให้รอฟังคำพิพากษาในวันนั้น จำเลยแถลงว่าถ้าเช่นนั้นจำเลยได้เตรียมเงินมา 90,000 บาท

พร้อมที่จะชำระให้โจทก์และยินดีถอนเงินประกัน 60,000 บาท ชำระให้โจทก์ด้วย แต่โจทก์แถลงว่าจำเลยไม่ได้เสนอเช่นนี้มาแต่แรก เมื่อเห็นว่าศาลจะพิพากษาคดีจึงได้เสนอเช่นนี้ เป็นการแสดงเจตนาไม่สุจริตโจทก์ไม่ประสงค์รับเงินดังกล่าว ซึ่งในการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ก็ได้หยิบยกเอาคำแถลงของโจทก์จำเลยตามรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าวมาประกอบดุลพินิจในการลงโทษจำเลยว่าที่จำเลยพยายามบรรเทาผลร้ายโดยจะชำระเงินจำนวน 90,000 บาท และถอนเงินประกันอีก 60,000 บาท ให้โจทก์ด้วยนั้น ก็เป็นการกระทำอย่างมีชั้นเชิง จึงไม่สมควรรอการลงโทษให้จำเลย ศาลฎีกาได้พิเคราะห์รายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2532แล้ว

เห็นว่าก่อนศาลชั้นต้นจะพิพากษา ก็ได้ให้โอกาสโจทก์จำเลยตกลงปรองดองกันโดยให้เวลาจำเลยหาเงินมาชำระหนี้ตามเช็คที่พิพาทนานถึง 2 เดือน แต่จำเลยก็ไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ ที่จำเลยแถลงว่าพร้อมที่จะชำระเงินจำนวน 90,000 บาท และจะถอนเงินประกันอีก60,000 บาท ชำระหนี้ให้โจทก์นั้น ก็ไม่มีหลักประกันเพื่อให้โจทก์ได้รับความมั่นใจเลย เพียงแต่แถลงลอย ๆ การที่จำเลยจะขอให้ศาลชั้นต้นเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไปอีก จึงเห็นได้ชัดว่าจำเลยมีเจตนาขอเลื่อนคดีเพื่อที่จะประวิงคดี ทั้งไม่มีพฤติการณ์ใดที่ส่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์กลั่นแกล้งจำเลยเพื่อจะเอาคดีอาญามาบีบบังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็คแก่โจทก์ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่าข้อเสนอของจำเลยที่จะชำระเงินตามเช็คแก่โจทก์เป็นไปอย่างมีชั้นเชิงและไม่ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งนั้นชอบแล้วฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาตามฎีกาของจำเลยอีกประการหนึ่งว่า

ควรรอการลงโทษจำเลยหรือไม่ เห็นว่าจำเลยอายุ 50 ปี มีอาชีพค้าขาย ตามฎีกาของจำเลยซึ่งโจทก์ได้รับสำเนาแล้วมิได้แก้ให้เห็นเป็นอย่างอื่นได้ความว่า จำเลยมีภาระต้องดูแลภรรยาและบุตรซึ่งยังเป็นผู้เยาว์อยู่อีก 4 คน จำเลยสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาทางเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และเคยไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจที่ประเทศสหรัฐอเมริกาประกอบกับจำเลยพยายามขวนขวายหาเงินมาชำระหนี้ตามเช็คพิพาทให้โจทก์อันเป็นการบรรเทาผลร้ายแก่โจทก์โดยปรากฏว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยนำเงินจำนวน 150,000 บาท มาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อชำระหนี้ตามเช็คพิพาททั้งสามฉบับแก่โจทก์ ตามคำร้องของจำเลยลงวันที่ 12 ตุลาคม 2533 แม้จำเลยต้องคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ช.1398/2532 และหมายเลขแดงที่ช.5069/2532 ให้ลงโทษจำคุก แต่คดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุดจึงถือว่าจำเลยยังไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีโดยรอการลงโทษจำเลยไว้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ช.1398/2532 ของศาลชั้นต้นนั้น เนื่องจากคดีนี้จำเลยไม่ได้รับโทษจำคุก จึงให้ยกคำขอนี้เสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัส อุดมวรชาติ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 228/2566

ศาลนำเรื่องการวางเงินชำระหนี้บางส่วนของจำเลยมาพิจารณาประกอบเป็นเหตุบรรเทาโทษและลดโทษให้แก่จำเลย เท่ากับจำเลยได้รับประโยชน์จากการวางเงินดังกล่าวแล้ว ซึ่งการวางเงินของจำเลยก็เจตนาเพื่อชำระหนี้ตามเช็คให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5/2566

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลขวาว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องกรณีพ้นจากตำแหน่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 318/2559

คดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อนั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย แม้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยยังคงต้องถูกบังคับตามคำพิพากษา การที่คดียังไม่ถึงที่สุดไม่ใช่เหตุที่จะนำมานับโทษต่อไม่ได้ จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14102/2556

การที่ระหว่างฎีกา จำเลยยื่นคำร้องขอวางเงิน 20,000 บาท ต่อศาลชั้นต้นเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย แสดงว่าจำเลยวางเงินเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายโดยมีเจตนาที่จะให้ศาลฎีกาวินิจฉัยรอการลงโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 868/2554

การขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายอันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานปล้นทรัพย์นั้น อาจขู่ตรง ๆ หรือใช้ถ้อยคำ ทำกิริยา หรือทำประการใดให้เข้าใจได้เช่นนั้น เป็นการแสดงให้ผู้ถูกขู่เข็ญเข้าใจว่าจะรับภัย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้