Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3595/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์และส่งมอบการครอบครองของที่ดินพิพาทให้โจทก์เข้าครอบครองแล้ว ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินย่อมโอนการครอบครองกันได้เพียงการส่งมอบทรัพย์สินที่ครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1378 โจทก์จึงมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยไม่จำต้องไปทำหนังสือหรือจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองกันต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน แม้หนังสือซื้อขายที่ดินพิพาทเป็นโมฆะเพราะมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตาม แต่เมื่อโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท การที่จำเลยบุกรุกเข้ามาทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองได้ และเมื่อจำเลยบุกรุกเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทแต่ละครั้งไม่เกิน 1 ปี โจทก์ย่อมไม่ขาดสิทธิที่จะฟ้องขับไล่เรียกการครอบครองที่ดินพิพาทคืนจากจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ที่ดิน น.ส.๓ ก. เลขที่ดิน ๒๙ หมู่ที่ ๔ ตำบลเขาดิน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เนื้อที่ ๔ ไร่ ๒ งาน ๕๐ วา เป็นของโจทก์ และบังคับจำเลยให้โอนที่ดินให้แก่โจทก์ ถ้าไม่ไปโอนก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา ให้จำเลยทั้งสองออกจากที่พิพาทและห้ามเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไป

จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง โจทก์เคยเช่าที่ดินพิพาทจากจำเลยทั้งสองและยังติดค้างค่าเช่าอยู่ ๖,๖๐๐ บาท จำเลยทวงถามแล้ว โจทก์ไม่ชำระขอให้พิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ชำระค่าเช่านาที่ค้างจำนวน ๖,๖๐๐ บาท แก่จำเลยทั้งสอง

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่เคยเช่าที่ดินพิพาทและค้างค่าเช่ากับจำเลย ตามเอกสารท้ายคำให้การและฟ้องแย้ง เอกสารดังกล่าวจำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมขึ้น ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ที่ดินตาม น.ส.๓ ก. เลขที่ดิน ๒๙ หมู่ที่ ๕ ตำบลเขาดิน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสองเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยทั้งสองโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากไม่ไปโอนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยกับให้ยกฟ้องแย้งจำเลย

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เลขที่ ๒๙ เนื้อที่ ๔ ไร่ ๒ งาน ๕๐ ตารางวา ตำบลเขาดิน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ห้ามมิให้จำเลยทั้งสองเข้าเกี่ยวข้อง ให้ยกคำขออื่นของโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ล้วนแต่เป็นญาติพี่น้องของจำเลยที่ ๑ ไม่มีสาเหตุและส่วนได้เสียกับฝ่ายใด จึงเชื่อว่าพยานโจทก์เบิกความไปตามความจริงโดยมิได้เข้าข้างฝ่ายใด ทั้งจำเลยที่ ๑ ยังรับว่าได้ขายที่ดินให้แก่โจทก์จริง ส่วนที่จำเลยที่ ๑ นำสืบว่าที่ดินที่จำเลยที่ ๑ ขายให้แก่โจทก์เป์นที่ดินอยู่เหนือบ้านของโจทก์ มิใช่ที่ดินพิพาทนั้นเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีพยานหลักฐานมาสนับสนุน จึงรับฟังไม่ได้ การที่โจทก์ไม่ได้คัดค้านในการที่จำเลยที่ ๑ นำที่ดินไปขายให้ผู้อื่นแล้วซื้อกลับคืนมาและนำไปจำนองไว้กับธนาคารแล้วไถ่ถอนคืนมาอีกตลอดจนการนำที่ดินไปขอออก น.ส.๓ ก. นั้น เชื่อว่าเป็นเพราะโจทก์เห็นว่า จำเลยที่ ๑ ได้มอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ตามสัญญาซื้อขายแล้วและจำเลยที่ ๑ ได้รับรองกับโจทก์ว่าเมื่อขอออก

น.ส.๓ ก. ที่ดินพิพาทแล้วจะโอนให้แก่โจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์และส่งมอบการครอบครองที่ดินที่พิพาทให้แก่โจทก์เข้าครอบครองแล้ว ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินย่อมโอนการครอบครองกันได้เพียงการส่งมอบทรัพย์สินที่ครอบคองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๘ ดังนั้น โจทก์จึงมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยไม่จำต้องไปทำหนังสือหรือจดทะเบียนโอนสิทธิการครอบครองกันต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดินแต่อย่างใด ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

จำเลยทั้งสองฎีกาประการสุดท้ายว่า หนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินเอกสารหมาย จ.๒ ทำไม่ถูกต้องตามแบบ ย่อมตกเป็นโมฆะ และโจทก์ฟ้องคดีนี้เกิน ๑๐ ปีแล้ว จึงขาดอายุความ จะนำเอกสารหมาย จ.๒ มาฟ้องบังคับเอากับจำเลยไม่ได้

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้หนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทเอกสารหมาย จ.๒ เป็นโมฆะ เพราะมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท การที่จำเลยทั้งสองบุกรุกเข้ามาทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองได้โดยไม่จำต้องอาศัยเอกสารหมาย จ.๒ ประกอบกับได้ความจากที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยบุกรุกเข้ามาทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท ๒ ครั้ง ครั้งแรกนำรถแทรกเตอร์เข้ามาไถนา โจทก์ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจ จำเลยก็หยุดไถนาโจทก์คงเข้าครอบครองทำนาตามเดิม ครั้งที่สองบุกรุกเข้ามาหว่านข้าวก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ประมาณ ๗ - ๘ เดือน จึงเห็นได้ว่าจำเลยบุกรุกเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทแต่ละครั้งไม่เกิน ๑ ปี ดังนั้น โจทก์ย่อมไม่ขาดสิทธิที่จะฟ้องขับไล่เรียกการครอบครองที่ดินพิพาทคืนจากจำเลย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้นดุจกัน ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นางอัปษร หิรัญบูรณะ
ศาลอุทธรณ์ - นายไพริน มะนุญพร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้