Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3587/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ศาลชั้นต้นจะมิได้ตั้งประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องไว้เป็นประเด็นโดยตรงเช่นเดียวกับประเด็นว่าจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้องหรือไม่แต่ได้วินิจฉัยประเด็นทั้งสองรวมกันว่า การที่จำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทอันเป็นเช็คผู้ถือแก่ ป. ซึ่งนำไปขายลดแก่โจทก์โจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 904 จำเลยย่อมต้องรับผิดต่อโจทก์ตามเนื้อความในเช็คตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900 วรรคหนึ่ง 914 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายเท่ากับจำเลยไม่มีสิทธินำสืบตามข้อกล่าวอ้าง อันถือได้ว่าคดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทในปัญหาดังกล่าวทั้งสองข้อ ที่ศาลชั้นต้นไม่กำหนดประเด็นข้อพิพาทดังกล่าว เพิ่มขึ้นจึงชอบแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2538 และวันที่ 28 ธันวาคม2538 โจทก์ได้รับเช็คจากบุคคลผู้มีชื่อนำมาขายลดแก่โจทก์ สาขาบางซื่อโดยเป็นเช็คธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด สาขานนทบุรี รวม 6 ฉบับโดยมีจำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คทั้ง 6 ฉบับ ต่อมาเมื่อเช็คทั้ง 6 ฉบับถึงกำหนด โจทก์นำไปเรียกเก็บ ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินทุกฉบับ โดยให้เหตุผลว่ายังไม่มีการตกลงกับธนาคารโดยเช็คฉบับที่ 1และที่ 2 ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2539ฉบับที่ 3 ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2539ฉบับที่ 4 ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2539ฉบับที่ 5 ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2539และฉบับที่ 6 ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2539ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน651,668.37 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 610,920 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์จะแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนหรือไม่จำเลยไม่รับรองและนายอมร จันทรสมบูรณ์ มิใช่กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ หนังสือรับรองเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 เป็นเพียงสำเนาโดยเป็นเอกสารปลอม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเนื่องจากสำเนาสัญญาขายลดเช็คเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ระบุชัดแจ้งว่าผู้ที่ต้องรับผิดตามเช็คทั้ง 6 ฉบับตามฟ้องคือบริษัทประยูรอินเตอร์ฟู้ด จำกัดมิใช่จำเลย ทำให้จำเลยเสียเปรียบและหลงต่อสู้ จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาททั้ง 6 ฉบับตามฟ้อง แต่สั่งจ่ายให้แก่บริษัทประยูรอินเตอร์ฟู้ด

จำกัดโดยบริษัทประยูรอินเตอร์ฟู้ด จำกัด ยืมเช็คดังกล่าวไปจากจำเลย และตกลงว่าหากเกิดความเสียหายอย่างไร บริษัทประยูรอินเตอร์ฟู้ด จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบ โจทก์ต้องฟ้องบริษัทประยูรอินเตอร์ฟู้ด จำกัด มิใช่จำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นชี้สองสถานกำหนดประเด็นข้อพิพาท 1. หนังสือรับรองเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 เป็นเอกสารปลอมหรือไม่ 2. ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ โดยกำหนดให้โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายกล่าวอ้างนำสืบก่อนในประเด็นข้อ 1 ส่วนประเด็นข้อ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายศาลวินิจฉัยเองสำหรับที่จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทจริงแต่สั่งจ่ายให้แก่บริษัทประยูรอินเตอร์ฟู้ด จำกัด ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้ยืมเช็คจากจำเลยไปหากเกิดความเสียหายอย่างไร บริษัทดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบนั้นจำเลยมิได้ต่อสู้ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 916 บัญญัติไว้ว่าการโอนระหว่างโจทก์กับบริษัทประยูรอินเตอร์ฟู้ด จำกัด เป็นการคบคิดกันฉ้อฉลจึงไม่มีประเด็นตามข้อต่อสู้ของจำเลย

จำเลยยื่นคำร้องคัดค้านขอให้กำหนดประเด็นข้อพิพาทใหม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้ถูกต้องแล้ว ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนการกำหนดประเด็น แต่ให้รับคำคัดค้านติดสำนวนไว้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 610,920 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 102,750 บาท นับแต่วันที่ 13 มีนาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 100,987 บาท นับแต่วันที่ 13 มีนาคม 2539เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 99,880 บาท นับแต่วันที่ 14 มีนาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 101,240 บาทนับแต่วันที่ 22 มีนาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 100,180 บาท นับแต่วันที่ 21มีนาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 105,883 บาท นับแต่วันที่ 27 มีนาคม2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยทั้งหมดคิดถึงวันฟ้อง (วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2540) ไม่เกิน 40,748.37 บาทจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทตามฟ้องซึ่งเป็นเช็คผู้ถือทั้ง 6 ฉบับ ให้แก่บริษัทประยูรอินเตอร์ฟู้ดจำกัด ต่อมาบริษัทประยูรอินเตอร์ฟู้ด จำกัด นำเช็คพิพาททั้ง 6 ฉบับไปขายลดแก่โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำไปเรียกเก็บ

ปรากฏว่าธนาคารตามที่ระบุในเช็คปฏิเสธการจ่ายปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่กำหนดประเด็นข้อพิพาทชอบหรือไม่จำเลยยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นว่าประเด็นข้อพิพาทควรจะเป็นว่า 1. โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ 2. ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่3. จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้องหรือไม่พิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาว่า ตามคำให้การจำเลยได้ให้การแจ้งชัดว่าเช็คพิพาทตามฟ้องจำเลยให้บุคคลภายนอกยืมไปไม่มีมูลหนี้ ทั้งจำเลยมิได้สลักหลังเพื่อประกันความรับผิด ดังนั้น บุคคลภายนอกจึงไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาท การที่โจทก์รับเช็คพิพาทจากบุคคลภายนอกโจทก์จึงไม่ใช่ผู้ทรงเช็คตามมาตรา 904 เมื่อโจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยสุจริตและชอบด้วยกฎหมาย

โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง การที่โจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้ จึงเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริตตามมาตรา 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เห็นว่า แม้ศาลชั้นต้นจะมิได้ตั้งประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องข้อนี้ไว้เป็นประเด็นโดยตรงเช่นเดียวกับประเด็นข้อที่ว่า จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้องหรือไม่แต่ก็ได้วินิจฉัยประเด็นทั้งสองข้อรวมกันไปโดยวินิจฉัยว่า การที่จำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาททั้ง 6 ฉบับแก่บริษัทประยูรอินเตอร์ฟู้ด จำกัดซึ่งนำไปขายลดแก่โจทก์ เมื่อเช็คพิพาททั้ง 6 ฉบับเป็นเช็คผู้ถือ โจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คพิพาททั้ง 6 ฉบับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 904 และจำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาททั้ง 6 ฉบับ ย่อมต้องรับผิดต่อโจทก์ตามเนื้อความในเช็คตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 900 วรรคหนึ่ง 914 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เท่ากับจำเลยไม่มีสิทธินำสืบตามข้อกล่าวอ้าง อันถือได้ว่าคดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทในปัญหาดังกล่าวทั้งสองข้อ การที่ศาลชั้นต้นไม่กำหนดประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวเพิ่มขึ้นจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเทพ ศิริพากย์ · ระพินทร บรรจงศิลป · ชวลิต ศรีสง่า
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้