Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3582/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อการซื้อขายแท่นพิมพ์พิพาทเป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาดตามสภาพที่เป็นอยู่ จำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาโดยอ้างว่าส่งมอบแท่นพิมพ์ไม่ตรงตามคำพรรณนา สิทธิเรียกร้องของโจทก์เป็นการที่บุคคลผู้เป็นพ่อค้าเรียกเอาค่าที่ได้ส่งมอบของที่ขายและจำเลยใช้แท่นพิมพ์ที่ซื้อพิมพ์หนังออกขาย จึงเป็นการที่ได้ทำเพื่ออุตสาหกรรมของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง ซึ่งมีอายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) เดิม เมื่อโจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายแท่นพิมพ์พิพาทวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 และโจทก์ส่งมอบแท่นพิมพ์พิพาทวันที่ 27 พฤษภาคม 2528 นับถึงวันที่ 9 มกราคม 2530 อันเป็นวันฟ้องยังไม่ถึง 5 ปี คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาซื้อแท่นพิมพ์มิลเลอร์ใช้แล้วตามสภาพที่เป็นอยู่ในขณะนั้นไปจากโจทก์ในราคา 4,050,000 จำเลยได้ชำระเงินให้โจทก์แล้วเป็นเงิน 1,050,000 บาท คงค้างชำระ 3,000,000 บาท โจทก์ได้มอบแท่นพิมพ์ให้แก่จำเลยรับไว้ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2528 แต่จำเลยไม่ชำระเงิน ส่วนที่เหลือให้แก่โจทก์ ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 3,356,250 บาทพร้อมดอกเบี้ยนับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยทำสัญญาซื้อแท่นพิมพ์ตามฟ้องจริง หากจำเลยจะต้องรับผิดก็รับผิดชำระไม่เกิน 2,000,000 บาท เนื่องจากโจทก์ยอมลดหนี้ให้แก่จำเลย โจทก์ไม่ฟ้องคดีภายใน 1 ปี นับแต่วันส่งมอบแท่นพิมพ์คดีโจทก์จึงขาดอายุความแล้ว จำเลยซื้อแท่นพิมพ์โดยเชื่อคำพรรณาของโจทก์แต่แท่นพิมพ์ไม่สามารถพิพม์ได้ตรงตามคำพรรณา ถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจำเลยจึงไม่ชำระราคาให้แก่โจทก์และบอกเลิกสัญญา ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์คืนเงินค่าแทนพิมพ์จำนวน 1,125,945.20 บาท พร้อมดอกเบี้ย กับชดใช้ค่าเสียหาย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งจำเลยว่า โจทก์เคยตกลงจะลดราคาแท่นพิมพ์ให้แก่จำเลยจริง โดยมีเงื่อนไขให้จำเลยออกเช็คชำระหนี้ให้แก่โจทก์ โดยมีธนาคารเป็นผู้ค้ำประกัน แต่จำเลยไม่ได้ปฎิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวข้อตกลงนั้นจึงไม่มีผลบังคับโจทก์จำเลยตกลงซื้อขายแท่นพิมพ์ที่ใช้แล้ว จำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแย้ง ให้จำเลยชำระเงิน 3,000,000บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อการซื้อขายแท่นพิมพ์พิพาทเป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาดตามสภาพที่เป็นอยู่ จำเลยจึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาโดยอ้างเหตุว่าโจทก์ส่งมอบแท่นพิมพ์ไม่ตรงตามคำพรรณา โจทก์ไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาอันจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย และสิทธิเรียกร้องตามฟ้องโจทก์เป็นการที่บุคคลผู้เป็นพ่อค้าเรียกเอาค่าที่ได้ส่งมอบของที่ขาย และจำเลยได้ใช้แท่นพิมพ์ที่ซื้อพิมพ์หนังสือออกจำหน่าย จึงเป็นการที่ได้ทำเพื่ออุตสาหกรรมของฝ่ายลูกหนี้นั้นเองซึ่งมีกำหนดอายุความ 4 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 (1) (เดิม) โจทก์และจำเลยทำสัญญาซื้อขายแท่นพิมพ์พิพาทเมื่อวันที่ 17พฤษภาคม 2528 และโจทก์ส่งมอบแท่นพิมพ์พิพาทแก่จำเลยเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2528 นับถึงวันฟ้องคือวันที่ 9มกราคม 2530 ยังไม่ถึง 5 ปี

คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความแล้วศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า แม้โจทก์จะเคยตกลงลดยอดหนี้ให้จำเลยจาก 3,000,000 บาท ลงเหลือ 2,000,000 บาท ก็ตาม แต่การลดหนี้ดังกล่าวเป็นการลดโดยมีเงื่อนไข ปรากฎว่าจำเลยไม่ได้ดำเนินการตามเงื่อนไข ฉะนั้นต้องถือว่าเงื่อนไขต่าง ๆสิ้นสุดลงแล้ว จำเลยจึงต้องรับผิดชำระหนี้ที่ค้างอยู่เดิมจำนวน 3,000,000 บาท ต่อโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิระ บุญพจนสุนทร · สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้