Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 357/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะหลังจากศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีแล้วนั้น เมื่อศาลชั้นต้นยังไม่สั่งรับฎีกาของคู่ความฝ่ายที่มรณะ คดีย่อมยังอยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะวินิจฉัยสั่งได้ การที่ศาลจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความตามมาตรา 42แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้น จะต้องเป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมรณะในระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลนั้นเองเมื่อคู่ความมรณะระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลอุทธรณ์ เป็นเวลาเกินกว่าหนึ่งปีแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์มิได้สั่งจำหน่ายคดี จนกระบวนพิจารณาได้ผ่านจากชั้นศาลอุทธรณ์มาเป็นกระบวนพิจารณาชั้นศาลฎีกาโดยศาลชั้นต้นได้สั่งให้ทายาทของผู้มรณะเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่และได้สั่งรับฎีกาแล้ว ย่อมมิใช่เป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมรณะในระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลฎีกา ศาลฎีกาจะสั่งจำหน่ายคดีมิได้ (วรรคท้าย วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 40/2515)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินโฉนดที่ ๓๐๑๖ เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครอง และให้ขับไล่จำเลยที่ ๑ และที่ ๕ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป จำเลยที่ ๑, ๒, ๓, ๕ และ ๘ ต่อสู้คดี จำเลยที่ ๔, ๖, ๗ และ ๙ ขาดนัดยื่นคำให้การ และจำเลยที่ ๗ขาดนัดพิจารณาด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินโฉนดที่ ๓๐๑๖ เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองให้ขับไล่จำเลยที่ ๑ และที่ ๕ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปและห้ามจำเลยทั้งหมดเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยที่ ๑, ๒, ๓, ๕ และ ๘ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ ๒๓กรกฎาคม ๒๕๑๓ ต่อมาจึงปรากฏว่าจำเลยที่ ๕ ตายตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๑๑ นางเชื้อ ทรัพย์สาร บุตรสาว จำเลยที่ ๕ ร้องขอรับมรดกความแทนจำเลยที่ ๕ ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาต จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๕ โดยนางเชื้อ ทรัพย์สารผู้รับมรดกความและที่ ๘ ฎีกา โจทก์แก้ฎีกาและคัดค้านมาในคำแก้ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งเรื่องรับมรดกความ เพราะเป็นกระบวนพิจารณาในชั้นฎีกา และผู้ร้องได้ร้องขอเข้ามาเมื่อจำเลยที่ ๕ ตายเกิน ๑ ปี แล้วศาลต้องสั่งจำหน่ายคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๒ วรรค ๒ ดังนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๔๙/๒๕๐๘ ในปัญหาตามคำแก้ฎีกาของโจทก์ ข้อเท็จจริงได้ความว่า

นางเชื้อทรัพย์สาร ยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ ๕ พร้อมกับยื่นฎีกามาฉบับเดียวกันกับจำเลยที่ ๑, ๒, ๓ และ ๘ ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะฎีกาของจำเลยที่ ๑, ๒, ๓ และ ๘ ส่วนฎีกาของจำเลยที่ ๕ ศาลชั้นต้นสั่งว่าจะสั่งต่อเมื่อได้ไต่สวนคำร้องขอรับมรดกความแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นยังไม่สั่งรับฎีกาของจำเลยที่ ๕คดีจึงยังอยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นชอบที่จะวินิจฉัยสั่งเรื่องนางเชื้อ ทรัพย์สาร ผู้ร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ ๕ ได้ มีปัญหาต่อไปว่า เมื่อศาลชั้นต้นสั่งให้นางเชื้อ ทรัพย์สารผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ ๕ และรับฎีกาของนางเชื้อ ทรัพย์สาร แล้ว ศาลฎีกาจะต้องสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๕ ออกจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๒ วรรค ๒ เพราะผู้ร้องร้องขอเข้ามาเมื่อจำเลยที่ ๕ มรณะเกินกว่าหนึ่งปีแล้วหรือไม่ ศาลฎีกาได้พิจารณาปัญหาข้อนี้โดยที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่าการที่ศาลจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความตามมาตรา ๔๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้นจะต้องเป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมรณะในระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลนั้นเองสำหรับคดีนี้

จำเลยที่ ๕ มรณะระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลอุทธรณ์แม้จะเป็นเวลาเกินกว่าหนึ่งปี ก็ไม่ปรากฏว่ามีการจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๕ในชั้นศาลอุทธรณ์แต่อย่างใดกระบวนพิจารณาได้ผ่านจากชั้นอุทธรณ์มาเป็นกระบวนพิจารณาชั้นศาลฎีกา โดยศาลชั้นต้นได้สั่งให้นางเชื้อ ทรัพย์สาร ผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ ๕ ผู้มรณะ และได้สั่งรับฎีกาของผู้ร้องแล้วจึงมิใช่เป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมรณะในระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลฎีกา ศาลฎีกาจะสั่งจำหน่ายคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๒ มิได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๔๙/๒๕๐๘ ระหว่างนายสงวน วิทยวิภาต โจทก์ นางหมุยยู้ แซ่โค้ว จำเลย ซึ่งโจทก์อ้างประกอบข้อคัดค้านนั้น รูปคดีไม่ตรงกันกับคดีนี้ สำหรับประเด็นในเนื้อหาแห่งคดี ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นพ้องด้วยกับสองศาลล่าง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธานินทร์ กรัยวิเชียร · ประสาท สุคนธมาน · เฉลิม กรพุกกะณะ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายดำรง สายเชื้อ
ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ จามรมาน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้