Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3567/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลแรงงานมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด ให้พิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวเพราะจำเลยไม่มาศาลในวันพิจารณา เมื่อจำเลยมาศาลในวันนัดสืบพยานและยื่นคำร้องว่าไม่จงใจขาดนัดขอให้ศาลอนุญาตให้ยื่นคำให้การแม้จะพ้นกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลแรงงานมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดซึ่งไม่อาจเพิกถอนคำสั่งนั้นได้ตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 41 ก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าจำเลยมาศาลในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 205 วรรคสอง ศาลแรงงานต้องพิจารณาว่าการขาดนัดของจำเลยเป็นไปโดยมิได้จงใจหรือมีเหตุอันสมควรหรือไม่ หากได้ความว่าจำเลยขาดนัดโดยมิได้จงใจหรือมีเหตุอันสมควรก็ชอบที่จะอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การและนัดพิจารณาคดีใหม่ถิ่นที่สำนักงานใหญ่หรือที่ตั้งทำการของนิติบุคคลอันนับว่าเป็นภูมิลำเนาของนิติบุคคลนั้น หมายถึงถิ่นอันเป็นที่ตั้งสำนักงานบริหารกิจการของนิติบุคคลตามความเป็นจริง หาใช่เพียงแต่ปรากฏตามทะเบียนว่าเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่เท่านั้นไม่ฉะนั้น เมื่อโจทก์ทราบว่าภูมิลำเนาของจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลเปลี่ยนไปแล้ว ก็จะถือเอาประโยชน์จาก การที่ในทะเบียนยังปรากฏว่าจำเลยมีสำนักงานใหญ่อยู่ ณ ภูมิลำเนาเดิมมิได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ตำแหน่งแม่บ้านใหญ่โรงแรมชวลิต ต่อมาจำเลยได้โอนกิจการโรงแรมชวลิตให้เป็นหน่วยงานหนึ่งของโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ และมีคำสั่งให้โจทก์ไปปฏิบัติงานในตำแหน่งแม่บ้านของตึกซึ่งมีแม่บ้านใหญ่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์เป็นผู้บังคับบัญชา การโอนนี้จำเลยมิได้สอบถามโจทก์ ไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบและโจทก์มิได้ยินยอมด้วย ถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้กระทำผิดขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระค่าชดเชยและค่าสินจ้างล่วงหน้าพร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จศาลแรงงานกลางสั่งรับคดีไว้พิจารณาและนัดพิจารณาในวันที่ 29 กรกฎาคม 2524 ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยได้โดยวิธีปิดหมาย ณ เลขที่ 869/1 ถนนเพชรบุรี เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นภูมิลำเนาจำเลยตามฟ้อง ในวันนัดพิจารณาจำเลยไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด ให้พิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว โดยนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 7 สิงหาคม 2524ในวันนัดสืบพยานโจทก์จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยได้ย้ายสำนักงานไปจากเลขที่ 869/1 ถนนเพชรบุรี ตั้งแต่ พ.ศ. 2519 ไปอยู่ที่โรงแรมชวลิต เลขที่ 171 ถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานเก่าได้ปิดแล้ว โจทก์ทำงานอยู่ที่โรงแรมชวลิตทราบความข้อนี้ดี จำเลยเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2524 จำเลยยังมิได้รับหมาย ไม่จงใจขาดนัด ขอให้ศาลอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า ตามหลักฐานที่โจทก์ส่งศาลปรากฏว่า จำเลยมีภูมิลำเนา ณ สถานที่ที่ปรากฏในฟ้อง เมื่อศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดแล้ว จำเลยมิได้มายื่นคำร้องหรือแถลงต่อศาลถึงความจำเป็นที่ไม่อาจมาศาลได้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง จึงไม่มีเหตุที่จะไต่สวนตามคำร้องของจำเลย ให้ยกคำร้องและให้โจทก์นำพยานเข้าสืบต่อไป จำเลยยื่นคำคัดค้านไว้แล้ว

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยมิได้ดำเนินกิจการโรงแรมชวลิตต่อไป ถือว่าจำเลยเลิกกิจการอันเป็นการเลิกจ้างโจทก์พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวเลิกจ้าง พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ขอให้ยกฟ้องหรือพิจารณาคดีใหม่ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า เมื่อศาลแรงงานมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด ให้พิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว เพราะจำเลยไม่มาศาลในวันนัดพิจารณาแล้ว การพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวจะดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างไรย่อมต้องนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าด้วยการพิจารณาโดยขาดนัด

เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลมตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว การที่จำเลยมาศาลในวันนัดสืบพยานและยื่นคำร้องว่าไม่จงใจขาดนัด ขอให้ศาลอนุญาตให้ยื่นคำให้การนั้น แม้จะพ้นกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดแล้วซึ่งศาลแรงงานกลางไม่อาจเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 41 ก็ตาม แต่ถือได้ว่า จำเลยซึ่งเป็นคู่ความฝ่ายที่ขาดนัดมาศาลในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 วรรคสอง ศาลแรงงานกลางต้องพิจารณาว่าการขาดนัดของจำเลยมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควรหรือไม่

หากได้ความว่าจำเลยขาดนัดโดยมิได้จงใจหรือมีเหตุอันสมควร ก็ชอบที่จะอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การและนัดพิจารณาคดีใหม่ แต่ถ้าเห็นว่าการขาดนัดนั้นเป็นไปโดยจงใจหรือไม่มีเหตุอันสมควร ก็ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปโดยไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การและในกรณีเช่นนี้สิทธิของจำเลยย่อมเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 วรรคสอง และมาตรา 205 วรรคสามถิ่นที่สำนักงานใหญ่หรือที่ตั้งทำการของนิติบุคคลอันนับว่าเป็นภูมิลำเนาของนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 71 นั้น หมายถึงถิ่นอันเป็นที่ตั้งสำนักงานบริหารกิจการของบุคคลนั้นตามความเป็นจริง หาใช่เพียงแต่ปรากฏตามทะเบียนว่าเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่เท่านั้นไม่

ฉะนั้น หากได้ความตามคำร้องของจำเลยว่า จำเลยได้ย้ายสำนักงานไปอยู่ที่โรงแรมชวลิต โดยโจทก์เองเป็นลูกจ้างของจำเลยทำงานอยู่ที่โรงแรมชวลิตทราบความดังกล่าวดี ภูมิลำเนาของจำเลยก็เปลี่ยนไปยังถิ่นที่ตั้งโรงแรมชวลิตแล้วเมื่อโจทก์ทราบถึงการเปลี่ยนภูมิลำเนาของจำเลยดีก็จะถือเอาประโยชน์จากการที่ในทะเบียนยังปรากฏข้อความว่าจำเลยมีสำนักงานใหญ่อยู่ ณ ภูมิลำเนาเดิมมิได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางดำเนินการไต่สวนคำร้องขอยื่นคำให้การของจำเลยแล้วมีคำสั่งและดำเนินการพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · สุรัช รัตนอุดม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้