Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3566/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยมอบให้โจทก์เป็นผู้หาบริษัทประกันภัยเข้าทำสัญญาประกันภัยกับจำเลย เมื่อสิ้นสุดอายุสัญญาแล้วจำเลยขอให้โจทก์จัดการต่ออายุกรมธรรม์ไปอีก 1 ปี โจทก์ได้จัดการให้และได้ชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทผู้รับประกันภัยแทนจำเลยไปแล้ว โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินจำนวนนี้จากจำเลย ดังนี้จำเลยจะยกข้อตกลงในสัญญาประกันภัยที่ว่าเมื่อจำเลยไม่ส่งเบี้ยประกันภัยในงวดต่อไป ถือว่าสัญญาประกันภัยเป็นอันสิ้นสุดลงนั้น มาต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัยแทนจำเลยไม่ได้ เพราะข้อตกลงดังกล่าวจำเลยจะยกเป็นข้อต่อสู้ได้เฉพาะกับบริษัทผู้รับประกันภัยซึ่งเป็นคู่สัญญาเท่านั้น การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยกรณีนี้ เป็นเรื่องตัวแทนเรียกเงินทดรองที่จ่ายไปคืนจากตัวการ มิใช่กรณีที่โจทก์เป็นผู้ค้าในการดูแลกิจการของผู้อื่น หรือรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้นรวมทั้งค่าที่ได้ออกเงินทดรองไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(7) กรณีเป็นเรื่องไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้เป็นอย่างอื่น ต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164บริษัทผู้รับประกันภัยได้จ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่เรือของจำเลยซึ่งเอาประกันภัยไว้ถูกปล้น โดยจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ไว้ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยยังมิได้ชำระเงินเบี้ยประกันภัยที่โจทก์จ่ายทดรองไปก่อนคืนให้แก่โจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิยึดหน่วงเงินจำนวนดังกล่าวไว้และมีสิทธินำมาหักกลบลบหนี้กับจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้มอบให้โจทก์จัดหาผู้รับประกันภัยเข้าทำสัญญาประกันภัยกับจำเลย เมื่อสัญญาประกันภัยหมดอายุลงแล้วจำเลยมอบให้โจทก์ต่ออายุสัญญาไปอีก 1 ปี จำเลยชำระเบี้ยประกันภัยเพียงหนึ่งงวดส่วนที่เหลืออีกสามงวดโจทก์ได้ชำระแทนจำเลยไปแต่จำเลยมีสิทธิได้รับเบี้ยประกันภัยคืนจากผู้รับประกันภัยบางส่วนและผู้รับประกันภัยได้จ่ายเงินชดเชยในกรณีเรือของจำเลยถูกปล้นเมื่อนำเงินดังกล่าวมาหักกับเงินเบี้ยประกันภัยที่โจทก์ชำระแทนจำเลยไปแล้ว จำเลยยังคงเป็นหนี้โจทก์อยู่ จึงขอให้จำเลยชำระหนี้จำนวนที่ค้างพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า เมื่อสัญญาประกันภัยสิ้นอายุลงแล้วจำเลยไม่เคยมอบให้โจทก์ต่ออายุให้อีก

เมื่อจำเลยไม่ชำระเบี้ยประกันภัยกรมธรรม์เป็นอันยกเลิก จำเลยไม่ต้องรับผิด ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเงินค่าชดเชยกรณีเรือจำเลยถูกปล้นซึ่งผู้รับประกันภัยชำระแก่โจทก์ไว้นั้นโจทก์จะนำมาหักกลบลบหนี้ไม่ได้ ขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์คืนเงินค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า เมื่อจำเลยยังไม่ได้ชำระเงินเบี้ยประกันภัยคืนให้โจทก์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิเรียกเงินค่าชดเชยดังกล่าวได้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินและดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามฟ้อง ให้ยกฟ้องแย้งจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าการที่จำเลยไม่ส่งเบี้ยประกันภัยในงวดต่อไป ถือว่าสัญญาประกันภัยเป็นอันสิ้นสุดลงนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าข้ออ้างนี้จำเลยจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้เฉพาะกับบริษัทผู้รับประกันภัยซึ่งเป็นคู่สัญญาเท่านั้น จำเลยจะยกข้อนี้ขึ้นต่อสู้กับโจทก์ซึ่งเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันแทนจำเลยไม่ได้ส่วนปัญหาเรื่องอายุความ กรณีของโจทก์เป็นเรื่องตัวแทนเรียกเงินทดรองที่จ่ายไปคืนจากตัวการ มิใช่กรณีที่โจทก์เป็นผู้ค้าในการดูแลกิจการของผู้อื่น หรือรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้นรวมทั้งค่าที่ได้ออกเงินทดรองไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 165(7) กรณีเป็นเรื่องไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้เป็นอย่างอื่นต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164ส่วนปัญหาเรื่องโจทก์ต้องรับผิดตามฟ้องแย้งหรือไม่

เห็นว่าการที่จำเลยฟ้องแย้งเรียกเอาเงินชดใช้ค่าเสียหายกรณีเรือถูกปล้นในระหว่างประกันภัยนั้นเป็นการฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยมีสิทธิได้รับจากบริษัทผู้รับประกันภัยโดยบริษัทผู้รับประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ไว้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยยังมิได้ชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่โจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิยึดหน่วงเงินจำนวนนี้ไว้ และมีสิทธินำมาหักกลบลบหนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341 เพราะเป็นมูลหนี้เดียวกัน เจ้าหนี้ลูกหนี้เป็นคน ๆ เดียวกันพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้