Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3565/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ได้รับทุนศึกษาต่อต่างประเทศจากโจทก์ โดยได้ทำสัญญาว่าเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะเข้ารับราชการในกระทรวง ทบวง กรม ตามที่โจทก์กำหนด โดยต้องรับราชการต่อไปไม่น้อยกว่าสองเท่าของระยะเวลาที่ศึกษาต่อหากไม่ครบกำหนดเวลา จำเลยที่ 1 ยอมรับผิดชดใช้ทุนที่โจทก์จ่ายไปแล้วพร้อมเบี้ยปรับ การที่จำเลยที่ 1ไปปฏิบัติงาน ณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ สืบเนื่องมาจากรัฐมนตรีเจ้าสังกัดได้ขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี แม้จะมีการสั่งให้จำเลยที่ 1 ออกจากราชการ แต่ก็มิใช่สืบเนื่องมาจากจำเลยที่ 1 ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ขอลาออกจากราชการเพื่อไปปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจดังกล่าว ทั้งงานที่จำเลยที่ 1 ไปปฏิบัติเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติโดยรวมอันเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของทางราชการที่ส่งจำเลยที่ 1 ไปศึกษาวิชาในต่างประเทศ ระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 ไปปฏิบัติงาน ณ หน่วยงานดังกล่าวจึงเป็นการปฏิบัติราชการสามารถนำมารวมนับระยะเวลาชดใช้ทุนตามสัญญาด้วย ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้รับราชการครบกำหนดเวลาตามที่กำหนดไว้ตามสัญญา จำเลยที่ 1 ไม่ได้ผิดสัญญาจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ทุนและเบี้ยปรับจำนวนตามฟ้องให้แก่โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินชดใช้ทุนจำนวน 159,965.24 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้รับการคัดเลือกเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล (ทุน ก.พ.) ให้ไปศึกษาระดับปริญญาโท-เอก ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากับโจทก์ว่า เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจำเลยที่ 1 จะเข้ารับราชการในกระทรวง ทบวง กรม ตามที่โจทก์กำหนด โดยจะต้องรับราชการต่อไปอีกไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 ได้ศึกษาวิชาในต่างประเทศ ถ้าจำเลยที่ 1 รับราชการไม่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว จำเลยที่ 1 ยอมรับผิดชดใช้ทุน ก.พ. ที่โจทก์ได้จ่ายไปแล้ว รวมทั้งเบี้ยปรับอีกจำนวนหนึ่งเท่ากับทุน ก.พ. ดังกล่าวโดยลดลงตามส่วนที่จำเลยที่ 1 รับราชการชดใช้ไปบ้างแล้ว ทั้งนี้โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน

ครั้นเมื่อจำเลยที่ 1 สำเร็จการศึกษาแล้วโจทก์ได้จัดให้เข้ารับราชการในตำแหน่งอาจารย์ระดับ 4 ที่สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2524 เรื่อยมา ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีตามที่รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นรัฐมนตรีเจ้าสังกัดของจำเลยที่ 1 เสนอให้ไปปฏิบัติงาน ณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสังกัดสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ มีกำหนด 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2530 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2531 โดยไม่ต้องลาออกจากราชการ เมื่อครบกำหนดเวลา 1 ปี แล้ว รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยได้เสนอเรื่องขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรีให้จำเลยที่ 1 อยู่ปฏิบัติงานที่เดิมต่อไปอีกมีกำหนดเวลา 3 ปี

ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2531 เป็นต้นไป โดยให้ออกจากราชการและให้นับเวลาระหว่างนั้นเต็มเวลาราชการคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยเสนอ ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 อยู่ปฏิบัติงานที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2531 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2532 แล้วกลับเข้ารับราชการในสังกัดเดิม คือ ที่สถาบันวิจัยประชากรและสังคมตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2532 ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้ลาออกจากราชการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2535 กรณีมีปัญหาว่าระยะเวลา 355 วัน ซึ่งอยู่ในช่วงที่จำเลยที่ 1 ไปปฏิบัติงาน ณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดังกล่าวจะถือได้หรือไม่ว่าเป็นการปฏิบัติราชการชดใช้ทุนตามสัญญาการรับทุนด้วย

จากข้อเท็จจริงตามที่กล่าวมาเห็นได้ว่าการที่รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ออกจากราชการก็สืบเนื่องมาจากรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยทำหนังสือแจ้งความประสงค์ขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้จำเลยที่ 1 อยู่ปฏิบัติงาน ณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่อไปอีกมิใช่สืบเนื่องมาจากจำเลยที่ 1 ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ขอลาออกจากราชการเพื่อไปปฏิบัติงาน ณ หน่วยงานดังกล่าวซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจแต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีที่จำเลยที่ 1 ได้ลาออกจากราชการเพื่อไปปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจ อันจำเลยที่ 1 จะต้องชดใช้เงินฐานผิดสัญญาตามมติคณะรัฐมนตรีตามที่โจทก์อ้างในฎีกา เพราะเมื่อพิจารณามติคณะรัฐมนตรี ข้อ 3 ที่ระบุว่า

ผู้ผิดสัญญาจะต้องชดใช้เงินตามสัญญาในกรณี?3.2 ลาออกจากราชการเพื่อไปปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจแล้ว ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า ผู้ผิดสัญญาหรือผู้รับทุนจะต้องชดใช้เงินตามสัญญาเป็นกรณีที่ผู้ผิดสัญญาหรือผู้รับทุนนั้นได้ลาออกจากราชการไปโดยเด็ดขาด ซึ่งต่างกับกรณีของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ที่รัฐมนตรีเจ้าสังกัดได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการเพื่อไปปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจตามมติคณะรัฐมนตรีโดยมีกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงานมิใช่การขอลาออก ซึ่งก่อนหรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ให้ออกจากราชการดังกล่าว จำเลยที่ 1 ก็สามารถขอกลับเข้ารับราชการในสังกัดเดิมได้ และแม้ตามมติคณะรัฐมนตรีจะกำหนดไว้ว่า กรณีนอกเหนือหรือแตกต่างจากหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนดไว้ ให้กระทรวงการคลังเป็นผู้วินิจฉัยและโจทก์ได้หารือไปยังกระทรวงการคลัง ซึ่งกระทรวงการคลังได้ตอบข้อหารือว่าระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2531 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2532 ไม่ถือว่าเป็นการปฏิบัติราชการชดใช้ทุนตามสัญญาเนื่องจากมีการลาออกจากราชการ แต่เมื่อคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของสัญญาการรับทุน

เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าการที่ทางราชการส่งจำเลยที่ 1 ไปศึกษาวิชาในต่างประเทศก็เพื่อให้เกิดความรู้ความชำนาญงาน และกลับมารับราชการเพื่อประโยชน์อย่างยิ่งแก่ประเทศชาติสืบไป ประกอบข้อเท็จจริงที่ว่าเมื่อจำเลยที่ 1 สำเร็จการศึกษาแล้วก็ได้กลับมารับราชการตามที่โจทก์กำหนดตามสัญญาการรับทุนเรื่อยมา และการที่จำเลยที่ 1 ไปปฏิบัติงาน ณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งในครั้งแรกและครั้งที่สองก็สืบเนื่องมาจากรัฐมนตรีเจ้าสังกัดได้ขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี อันมิใช่สืบเนื่องมาจากจำเลยที่ 1 ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ขอลาออกจากราชการเพื่อไปปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจดังกล่าวในตอนต้น ทั้งงานที่จำเลยที่ 1 ปฏิบัติย่อมก่อให้เกิดประโยชน์แก่หน่วยงานดังกล่าว ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติโดยรวม

อันเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของทางราชการที่ส่งจำเลยที่ 1 ไปศึกษาวิชาในต่างประเทศ ดังนั้นระยะเวลา 355 วัน ซึ่งอยู่ในช่วงตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2531 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2532 อันเป็นระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 ไปปฏิบัติงาน ณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในช่วงที่สองนี้ จึงต้องนำมาคำนวณเป็นเวลาที่ต้องชดใช้ทุนโดยถือเป็นการปฏิบัติราชการชดใช้ทุนตามสัญญาการรับทุนด้วย ดังนี้กรณีถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้รับราชการครบกำหนดเวลาตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญาการรับทุน จำเลยที่ 1 ไม่ได้ผิดสัญญาจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ทุนและเบี้ยปรับจำนวนตามฟ้องให้แก่โจทก์ เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันก็ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เช่นเดียวกัน ที่ศาลทั้งสองพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายแพ้คดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญ แสนภักดี · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · วสันต์ ตรีสุวรรณ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายปรเมศร บัณฑราภิวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ - นายพิชัย คุ้มพงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้