Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2525 (เลขอ้างอิง 35607)

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องให้จำเลยซึ่งเป็นคนขับรถฝ่ายหนึ่งรับผิดฐานละเมิดแม้เหตุที่รถชนกันจะเกิดจากความประมาทร่วมของคนขับรถทั้งสองฝ่ายเมื่อโจทก์มิได้มีส่วนร่วมในความประมาทนั้นด้วย จำเลยก็ต้องรับผิดต่อโจทก์เต็มตามจำนวนความเสียหาย มิใช่รับผิดเพียงกึ่งหนึ่งกรมธรรม์ประกันภัยที่ว่า '50,000 บาท ต่อหนึ่งคน 50,000 บาทต่อหนึ่งครั้ง' มีความหมายว่าถ้าบุคคลภายนอกได้รับความเสียหายหลายคนก็ต้องเฉลี่ยค่าสินไหมทดแทนกันไปในจำนวนเงิน 50,000 บาทเท่านั้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องทั้งสามสำนวน

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามสำนวน พร้อมดอกเบี้ย โจทก์ทั้งสามสำนวน และจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ทั้งสาม สำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "เหตุที่รถทั้ง 2 คันเฉี่ยวชนกันนี้เกิดจากความประมาทของนายพรหมคนขับรถบรรทุกน้ำมันของจำเลยที่ 1และคนขับรถยนต์บรรทุกคนโดยสาร ซึ่งจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ ฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาข้อที่ 3 โจทก์ทั้งสามสำนวนฎีกาว่า

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทร่วมของคนขับรถทั้งสองฝ่าย จึงพิพากษาให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเพียงครึ่งเดียวเป็นการไม่ชอบเพราะโจทก์ (ผู้ตาย) เป็นบุคคลภายนอกมิได้มีส่วนร่วมในความประมาทด้วยนั้น เห็นว่าผู้ตายซึ่งโจทก์ลึกสิทธิมาฟ้องเรียกค่าเสียหายนั้น เป็นแต่เพียงบุคคลภายนอกที่นั่งมาในรถยนต์บรรทุกคนโดยสารเท่านั้น มิได้มีส่วนทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งก่อให้เกิดความเสียหายด้วย จึงเฉลี่ยให้โจทก์รับผิดด้วยไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสามรับผิดใช้ค่าเสียหายเพียงกึ่งหนึ่ง จึงไม่ชอบ" ฯลฯ"ปัญหาข้อที่ 5 จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า เหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ปรากฏว่าผู้เอาประกันภัยไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขในสัญญากรมธรรม์ประกันภัยข้อ 1.7 ดังนั้น

จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดตามเงื่อนไขข้อ 1.9เห็นว่า เป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่าหากจำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิดด้วย ตามเงื่อนไขในสัญญากรมธรรม์ประกันภัยข้อ 2.1 จำเลยที่ 3 จำกัดความรับผิดไม่เกินจำนวนเงินที่ระบุไว้ในตารางสัญญาข้อ 2.1 กล่าวคือ 50,000 บาทต่อ 1 คน และต้องเป็นไปตามค่าเสียหายที่แท้จริงเท่านั้น แม้จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้บุคคลหลายคนก็ตามก็จำกัดความรับผิดไว้ไม่เกินจำนวน 50,000 บาทต่อ 1 ครั้งนั้น ปรากฏตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย ล.1 ข้อ 2.1มีว่า "50,000 บาท ต่อหนึ่งคน 50,000 บาทต่อหนึ่งครั้ง" เห็นว่าเงื่อนไขดังกล่าวมีความหมายว่า จำเลยที่ 3 จะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามผู้เอาประกันภัยให้กับบุคคลภายนอกคนหนึ่งไม่เกิน 50,000 บาท และครั้งหนึ่งไม่เกิน 50,000 บาท

ถ้าบุคคลภายนอกได้รับความเสียหายคนก็ต้องเฉลี่ยค่าสินไหมทดแทนกันไป จำเลยที่ 3 จึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ทั้งสามสำนวนตามส่วนเฉลี่ยของค่าเสียหายตามที่โจทก์แต่ละสำนวนได้รับในจำนวนเงิน 50,000 บาท เท่านั้น ฎีกาจำเลยที่ 3 ข้อนี้ฟังขึ้นอนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมว่า"ให้จำเลยทั้งสามชำระค่าธรรมเนียมทั้งสองศาลในนามของโจทก์ผู้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาทั้งสามสำนวนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ชนะคดี และให้ใช้ค่าทนายความทั้งสองศาลแทนโจทก์สำนวนละ1,200 บาท" นั้นยังไม่ชัดเจนสมควรแก้ไขเสียใหม่พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์สำนวนที่ 1 เป็นเงิน 68,000 บาท แก่โจทก์สำนวนที่ 2 เป็นเงิน98,000 บาท และแก่โจทก์สำนวนที่ 3 เป็นเงิน 68,000 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จโดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดต่อโจทก์ทั้ง 3 สำนวนตามส่วนเฉลี่ยของค่าเสียหายที่โจทก์แต่ละสำนวนได้รับในจำนวนเงิน 50,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แทนโจทก์ทุกสำนวน เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ชนะคดีในศาลอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความให้สำนวนละ 1,200 บาทค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่เป็นค่าธรรมเนียมศาลที่รวมอยู่ในจำนวนเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่จำเลยทั้งสามนำมาวางศาลใช้แทนโจทก์เพื่อยื่นฎีกานั้น ให้แยกออกมาซื้อแสตมป์ฤชากรปิดสำนวน ในนามของโจทก์ทั้ง 3 สำนวนที่ได้รับยกเว้นให้ฟ้องคดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับไปทุกฝ่าย"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลูตม์ สวัสดิทัต · บรรเทอง ภู่กฤษณา · สุรัช รัตนอุดม
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้