Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 356/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องผิดตำบล ถ้าจำเลยไม่หลงข้อต่อสู้ศาลพิพากษาลงโทษได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจลักสร้อยคอทองคำและพระเลี่ยมทองคำซึ่งบุตรผู้เสียหายสวมใส่อยู่ โดยจำเลยใช้กิริยาฉกฉวยกระชากสร้อยคอและพระเลี่ยมดังกล่าวไปซึ่งหน้า เหตุเกิดที่ตำบลชนะสงคราม อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร

จำเลยให้การปฏิเสธฟ้อง ชั้นพิจารณา จำเลยยื่นคำแถลงต่อสู้ในปัญหาข้อกฎหมายว่า ท้องสนามหลวงซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในตำบลพระบรมมหาราชวัง และหาใช่ตำบลชนะสงครามดังที่โจทก์ฟ้องและนำสืบไม่ แล้วจำเลยนำพยานบุคคลเข้าสืบเพียงปากเดียวถึงตำบลของสถานที่เกิดเหตุเท่านั้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าสถานที่เกิดเหตุนั้น ฝ่ายโจทก์ว่าอยู่ในตำบลชนะสงคราม ส่วนฝ่ายจำเลยเข้าใจว่าอยู่ในตำบลพระบรมมหาราชวังซึ่งแท้ที่จริงแล้วก็คือท้องสนามหลวงนั่นเอง จึงไม่ใช่สารสำคัญและไม่ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ท้องสนามหลวงซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในตำบลพระบรมมหาราชวัง ดังที่จำเลยกล่าวอ้าง แต่จำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ท้องสนามหลวงอยู่ในตำบลพระบรมมหาราชวัง แต่จำเลยก็ได้ถูกจับกุมในเวลาอันกระชั้นชิดกับเวลาเกิดเหตุนั่นเอง ซึ่งปรากฏว่าจำเลยก็มิได้นำสืบโต้แย้งในข้อนี้แต่ประการใด ฉะนั้น แม้โจทก์จะฟ้องผิดตำบลที่เกิดเหตุก็ตาม แต่ก็หาใช่แตกต่างในข้อสารสำคัญไม่ จำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้แต่ประการใด ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความมาได้ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๗๖/๒๕๐๐

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน เกษคุปต์ · ยง เหลืองรังษี · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายจินดา เกตุปัญญา
ศาลอุทธรณ์ - นายเสนีย์ วาทิน.
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2568

จำเลยดึงสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตรวจไปจากมือของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาโจทก์ร่วมปล่อยให้จำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจรางวัลได้ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการถือวิสาสะเท่านั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3672/2568

โจทก์บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า จำเลยลักเงินสดของผู้เสียหายไปรวม 5 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 9,804,760 บาท โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2568

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 17…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5893/2567

พฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมเข้าใจว่าจำเลยเป็น ห. จึงร้องถามว่าใช่ ห. หรือไม่ ผิดวิสัยของคนร้ายที่จะไม่ส่งเสียงให้เหยื่อรู้ตัวก่อนลงมือกระทำผิด ต่อมาเมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยพบกันอีกครั้งก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้