Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2525 (เลขอ้างอิง 35581)

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าโรงภาพยนตร์จากจำเลยร่วมโดยมีข้อสัญญาว่าจำเลยที่ 1 ตกลงรับช่วงจ้างคนงานจากจำเลยร่วมให้ทำงานกับจำเลยที่ 1 ต่อไป ลูกจ้างของจำเลยร่วมจึงเปลี่ยนมาเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 สัญญาจ้างระหว่างจำเลยร่วมกับลูกจ้างจึงเป็นอันระงับ อันเป็นกรณีนายจ้างเดิมโอนสิทธิของตนให้แก่นายจ้างใหม่ โดยความยินยอมของลูกจ้าง เพราะลูกจ้างได้ทำงานให้แก่จำเลยที่1 จนถึงวันเลิกจ้างเป็นเวลาสองเดือนเศษดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 เลิกจ้างลูกจ้าง จำเลยที่ 1 จึงมีหน้าที่จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้า และแม้ต่อมาจำเลยที่ 1 จะได้เลิกสัญญากับจำเลยร่วม ก็ไม่มีผลทำให้หน้าที่ของจำเลยที่ 1 ที่มีต่อลูกจ้างต้องเปลี่ยนแปลงไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้าง สินจ้างแทนการบอกกล่าวเลิกจ้าง ค่าชดเชยพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ทุกสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 1 ได้ใช้สิทธิตามกฎหมายเลิกสัญญาระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมแล้ว เพราะจำเลยร่วมเป็นฝ่ายผิดสัญญา คู่สัญญาจึงต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 คือโจทก์ทุกคนต้องกลับคืนไปสู่ความรับผิดชอบของจำเลยร่วมเช่นเดิมและจำเลยร่วมจะต้องรับผิดต่อโจทก์แต่เพียงผู้เดียว ทั้งกรณีไม่ใช่เป็นการโอนสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 577 นั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์สัญญาเช่าโรงภาพยนตร์ ฉบับลงวันที่ 1 เมษายน 2524 ระหว่างจำเลยร่วมและจำเลยที่ 1 แล้ว ตามสัญญาดังกล่าวจำเลยที่ 1 เช่าโรงภาพยนตร์พร้อมเครื่องอุปกรณ์เพื่อใช้ดำเนินกิจการโรงภาพยนตร์มีกำหนด 3 ปี

นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2524 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2527 อัตราค่าเช่าเดือนละ 60,000 บาท ตามสัญญาข้อ 10 มีความว่า "ผู้เช่าตกลงรับช่วงจ้างคนงานตามบัญชีคนงานของผู้ให้เช่าที่จ้างอยู่ในปัจจุบัน โดยให้ผู้เช่าจ้างทำงานต่อไป นับแต่วันทำสัญญานี้" ตามสัญญาข้อ 10 นี้ โจทก์ทุกคนซึ่งเคยเป็นลูกจ้างจำเลยร่วมจึงเปลี่ยนมาเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 สัญญาจ้างระหว่างจำเลยร่วมกับโจทก์เป็นอันระงับ และเกิดสัญญาจ้างใหม่ระหว่างจำเลยที่ 1 กับโจทก์ขึ้นแทนที่ นอกจากนี้โจทก์ยังบรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 รับโอนโจทก์ไปเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 โดยให้นับอายุการทำงานต่อเนื่องจากเดิม ตลอดจนรับโอนสิทธิและหน้าที่ไปด้วย จำเลยที่ 1 มิได้ให้การปฏิเสธในข้อนี้ และตามสัญญาเช่าก็มิได้มีข้อความเกี่ยวกับฐานะระหว่างจำเลยที่ 1 กับโจทก์ทุกคนเป็นอย่างอื่น

นอกเหนือไปจากสัญญาข้อ 10 ดังนี้ จึงต้องฟังว่าโจทก์ทุกคนมิได้เป็นลูกจ้างของจำเลยร่วมอีกต่อไป และกรณีนี้เป็นกรณีที่นายจ้างเดิมโอนสิทธิของตนให้แก่นายจ้างใหม่ โดยความยินยอมของลูกจ้าง เพราะลูกจ้างทำงานให้แก่นายจ้างใหม่นับจากวันจ้างจนถึงวันเลิกจ้างเป็นเวลา 2 เดือน 15 วันทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 577 ขณะจำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์ โจทก์ทุกคนจึงเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยร่วม ฉะนั้นผู้ที่มีหน้าที่จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้าก็ได้แก่จำเลยที่ 1 หาใช่จำเลยร่วมไม่ ส่วนภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 เลิกสัญญาเช่ากับจำเลยร่วมแล้ว คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะกลับคืนสู่ฐานะเดิมเพียงใดนั้น

เฉพาะปัญหาที่เกี่ยวกับฐานะของโจทก์ซึ่งเคยเป็นลูกจ้างของจำเลยร่วม ตามหนังสือสัญญาเช่าโรงภาพยนตร์ไม่ได้กล่าวถึงการรับลูกจ้างกลับคืนไว้ การที่โจทก์จะกลับไปเป็นลูกจ้างของจำเลยร่วมหรือไม่ก็ต้องเป็นไปตามข้อตกลงที่โจทก์กับจำเลยร่วมจะได้จัดทำกันขึ้นใหม่ หากทั้งสองฝ่ายมีความประสงค์เช่นนั้น การเลิกสัญญาเช่าโรงภาพยนตร์ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยร่วมไม่มีผลทำให้โจทก์ทุกคนกลับไปเป็นลูกจ้างของจำเลยร่วมไปในตัว ฉะนั้นแม้จำเลยที่ 1 จะเลิกสัญญาเช่าโรงภาพยนตร์กับจำเลยร่วมก็ไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ที่มีต่อโจทก์ดังวินิจฉัยแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัช รัตนอุดม · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้