Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3555/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีน 101 เม็ด แล้วจะสันนิษฐานว่าจำเลยที่ 1 มีไว้เพื่อจำหน่ายนั้น ย่อมเป็นข้อสันนิษฐานอันเป็นผลร้ายกับจำเลยที่ 1 โจทก์มีภาระการพิสูจน์ให้ได้ความแจ้งชัดโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 15 วรรคสอง เดิม บัญญัติว่า "การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ยี่สิบกรัมขึ้นไป ให้ถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย" ซึ่งตามฟ้องโจทก์ก็ได้ความว่าเมทแอมเฟตามีน 101 เม็ดดังกล่าวมีน้ำหนัก 9.019 กรัม เท่านั้น จึงไม่เข้าข้อสันนิษฐานของบทบัญญัติดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 57, 66, 91, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 58, 91 ริบของกลางทั้งหมด บวกโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 568/2542 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ และนับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ติดต่อกับโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1895/2544 ของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ และจำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษและคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57, 66 วรรคหนึ่ง, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี คำให้การของจำเลยที่ 1 ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอยู่บ้าง

มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ส่วนความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 4 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน เมื่อรวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานมีอาวุธปืนแล้ว เป็นจำคุก 5 ปี 6 เดือน ส่วนที่โจทก์ขอให้นำโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 568/2542 ของศาลชั้นต้น บวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 นั้น เนื่องจากคดีดังกล่าวจำเลยที่ 1 ผิดเงื่อนไขคุมประพฤติและศาลนำโทษจำคุกที่รอไว้มาลงแก่จำเลยที่ 1 แล้ว จึงไม่อาจบวกโทษดังกล่าวและที่โจทก์ขอให้นับโทษของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1895/2544 ของศาลชั้นต้น

เนื่องจากคดีดังกล่าวศาลยังมิได้มีคำพิพากษา จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ ส่วนจำเลยที่ 2 ลงโทษความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสจำเลยที่ 2 ได้กลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี คุมความประพฤติจำเลยที่ 2 โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง มีกำหนด 1 ปี ให้จำเลยที่ 2 กระทำกิจการบริการสังคมหรือบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยที่ 2 เห็นสมควร 20 ชั่วโมง

ห้ามจำเลยที่ 2 เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกประเภท ให้ละเว้นการคบหาสมาคมกับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกประเภทตามประมวลกฎฆมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบเมทแอมเฟตามีนที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์ อาวุธปืน กระสุนปืน และซองบรรจุกระสุนปืนของกลาง ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 67 (ที่แก้ไขใหม่), 91 (ที่แก้ไขใหม่)

ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 5 ปี ลดโทษให้จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน รวมโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนอีก 6 เดือน และฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก 1 ปี แล้ว เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี 10 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามมาตรา 91 (ที่แก้ไขใหม่) แต่โทษปรับขั้นต่ำให้ใช้ตามมาตรา 91 (เดิม) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยทั้งสองเสพเมทแอมเฟตามีน จำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีน 101 เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอาวุธปืนพกออโตเมติกขนาด .32 ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับ กระสุนปืนออโตเมติกขนาด .32 จำนวน 3 นัด และซองบรรจุกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีน 101 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกวิมล ฤทธิสาร และจ่าสิบตำรวจประสงค์ ใจชื้น ผู้ร่วมตรวจค้นจับกุมเบิกความทำนองเดียวกันว่า ก่อนจับกุมพยานทั้งสองได้สืบทราบว่าจำเลยที่ 1 ลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จึงรายงานให้พันตำรวจตรีกิตติ

มหารักษิต หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดทราบ พันตำรวจตรีกิตติเรียกประชุมวางแผนจับกุมและขอหมายค้นจากศาล แล้วพยานทั้งสองกับพวกไปที่บ้านจำเลยที่ 1 พบจำเลยที่ 1 จึงแสดงหมายค้น จำเลยที่ 1 ทิ้งสิ่งของเป็นขวดลงพื้นขวดแตกเมทแอมเฟตามีนกระจายอยู่ที่พื้นจำนวน 101 เม็ด ค้นในห้องเก็บของที่จำเลยเดินออกมาพบกระเป๋าสตางค์มีเงินสด 6,500 บาท ค้นตัวจำเลยพบเงินสดอีก 3,120 บาท ชั้นจับกุมจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพว่าเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของตนเองมีไว้เพื่อจำหน่าย เงินสดทั้งหมดได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน และโจทก์มีพันตำรวจตรีสมมาตร จันทรัตน์ พนักงานสอบสวนเบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ 1 ใหการรับสารภาพในชั้นสอบสวนว่าจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

เห็นว่า ร้อยตำรวจเอกวิมลและจ่าสิบตำรวจประสงค์เป็นพยานบอกเล่าที่ได้ฟังมาว่า จำเลยที่ 1 มีพฤติการณ์จำหน่ายเมทแอมเฟตามีน และเมื่อจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณาแล้ว ทำให้คำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนมีน้ำหนักน้อยไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยที่ 1 ในฐานความผิดดังกล่าวได้

ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนจำนวนมากถึง 101 เม็ด เป็นจำนวนมากเกินกว่าที่จำเลยที่ 1 จะใช้เสพเอง ฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีน 101 เม็ด แล้วจะสันนิษฐานว่าจำเลยที่ 1 มีไว้เพื่อจำหน่ายนั้น ย่อมเป็นข้อสันนิษฐานอันเป็นผลร้ายกับจำเลยที่ 1 โจทก์มีภาระการพิสูจน์ให้ได้ความแจ้งชัดโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง เดิม บัญญัติว่า "การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ยี่สิบกรัมขึ้นไป ให้ถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย" ซึ่งตามฟ้องโจทก์ก็ได้ความว่าเมทแอมเฟตามีน 101 เม็ดดังกล่าวมีน้ำหนัก 9.019 กรัม

เท่านั้น จึงไม่เข้าข้อสันนิษฐานของบทบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น โจทก์ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เมื่อพยานโจทก์มีแต่คำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเท่านั้น จึงไม่พอฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องข้อหาดังกล่าวมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์ · ทองหล่อ โฉมงาม · ปรีดี รุ่งวิสัย
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้