Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3546/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การแจ้งชื่อตนเองหรือผู้แทนของฝ่ายรับข้อเรียกร้องตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 16 นั้นกฎหมายมิได้กำหนดว่าจะต้องกระทำในรูปแบบใด เพียงแต่บังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือ ดังนั้นหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยที่ 1มอบอำนาจให้ลูกจ้างจำเลยสองคนมาเป็นผู้แทนในการเจรจาตกลงกับฝ่ายเรียกร้องจึงใช้บังคับได้ แม้หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจะมิได้ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรก็ตามการประนอมข้อพิพาทแรงงานตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ฯนั้นหมายถึงทั้งสองฝ่ายต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันเพื่อที่จะระงับข้อพิพาทแรงงานอันเกิดจากการเรียกร้องของลูกจ้างดังนั้นข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันโดยมีเหตุสืบเนื่องมาจากการยื่นข้อเรียกร้องของลูกจ้างนั้น ย่อมใช้บังคับได้ข้อบังคับของบริษัทที่ว่าต้องมีกรรมการลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทจึงจะผูกพันบริษัทนั้น หมายถึงบริษัททำการเอง ไม่ใช้แก่กิจการที่ผู้แทนบริษัททำแทนบริษัท

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทุกคนเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยมีอายุการทำงานอัตราค่าจ้างตามเอกสารท้ายฟ้อง จำเลยประกอบกิจการถลุงแร่แมงกานิส จำเลยปิดกิจการชั่วคราว 2 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2525 โดยจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างเพียงบางส่วน เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2525 โจทก์และลูกจ้างอื่นรวม 44 คนได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลยรวม 3 ข้อ หลังจากยื่นข้อเรียกร้องแล้วโจทก์และจำเลยไม่มีการเจรจากัน ลูกจ้างจึงแจ้งต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน สำนักแรงงานจังหวัดราชบุรี พนักงานประนอมข้อพิพาทได้ทำการไกล่เกลี่ย โดยจำเลยที่ 2 ได้มอบอำนาจให้นางสาวสุดารัตน์ วิรัตน์โยสินทร์ และนางสาวทิภาพร รอดทองเป็นผู้แทนในการเจรจา ในที่สุดโจทก์และผู้แทนของจำเลยที่ 2 สามารถตกลงกันได้และได้ทำข้อตกลงปรากฏตามเอกสารท้ายฟ้อง ตามข้อตกลงดังกล่าวหากลูกจ้างผู้ใดไม่ประสงค์จะทำงานต่อไป

จำเลยยินดีให้ออกจากงานโดยจำเลยจะจ่ายค่าชดเชยให้ตามอายุงานและตามอัตราในกฎหมายแรงงาน ปรากฏว่าเมื่อโจทก์ลาออกจากงาน จำเลยที่ 2ไม่ยอมรับข้อตกลงและไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายให้โจทก์ ขอให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงโดยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ 562,136.40 บาทจำเลยทั้งสองให้การว่า ใบมอบอำนาจที่มอบให้นางสาวทิภาพร รอดทองและนางสาวสุดารัตน์ วิรัตน์โยสินทร์ กระทำการแทนนั้น เป็นการมอบอำนาจที่ไม่สมบูรณ์ยังไม่ได้ติดอากรแสตมป์และไม่มีตราประทับของบริษัทจำเลยที่ 1และนางสาวทิภาพรกับนางสาวสุดารัตน์ ได้กระทำการนอกเหนือที่ได้รับมอบอำนาจจากจำเลยในการเจรจาตามข้อเรียกร้องของลูกจ้างลงวันที่ 22 มกราคม 2525 การที่โจทก์นำข้อตกลงที่ไม่มีผลผูกพันจำเลยมาบังคับเอาแก่จำเลยซึ่งมิได้ยินยอมและมีส่วนรู้เห็น จึงเป็นการไม่ชอบธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้พิพากษายกฟ้องในวันนัดพิจารณาคู่ความแถลงรับกันว่า ในการเจรจาตามข้อเรียกร้องของโจทก์ จำเลยได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้นางสาวทิภาพร รอดทองและนางสาวสุดารัตน์ วิรัตน์โยสินทร์ ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยเข้าเจรจากับฝ่ายลูกจ้างตามหนังสือมอบอำนาจที่ผู้ช่วยแรงงานจังหวัดส่งศาล หลังจากเจรจาแล้วทั้งสองฝ่ายได้ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามเอกสารท้ายฟ้อง โจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยานศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า หนังสือมอบอำนาจของจำเลยที่แต่งตั้งให้นางสาวทิภาพร และนางสาวสุดารัตน์ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยเข้าเจรจาทำความตกลงกับโจทก์เป็นการแจ้งชื่อผู้แทนให้เป็นผู้เข้าร่วมเจรจากับโจทก์ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

พ.ศ. 2518 มาตรา 16 ผู้แทนของจำเลยมีอำนาจทำข้อตกลงแทนจำเลยได้ และข้อตกลงที่ผู้แทนของจำเลยทำกับโจทก์เกี่ยวกับข้อเรียกร้องของลูกจ้างลงวันที่ 22 มกราคม 2525 มิใช่กระทำนอกเหนืออำนาจ ข้อตกลงดังกล่าวจึงผูกพันจำเลย พิพากษาให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับลงวันที่ 29 มกราคม 2525 ให้จำเลยร่วมกันจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทุกคนเป็นจำนวน 562,136.40 บาทจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่มีข้อตกลงเกี่ยวกับข้อพิพาทแรงงานตามบันทึกข้อตกลงวันที่ 29 มกราคม 2525 นั้น เนื่องมาจากโจทก์และลูกจ้างคนอื่น ๆ ของจำเลยยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลย พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 16 บัญญัติว่า

"เมื่อได้รับข้อเรียกร้องแล้วให้ฝ่ายที่รับข้อเรียกร้องแจ้งชื่อตนเองหรือผู้แทนเป็นหนังสือให้ฝ่ายที่แจ้งข้อเรียกร้องทราบ ฯลฯ" แสดงว่าจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายรับข้อเรียกร้องมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องแจ้งชื่อตนเองหรือผู้แทนให้โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องทราบ ฉะนั้นการที่จำเลยได้มีหนังสือมอบหมายให้นางสาวทิภาพร และนางสาวสุดารัตน์เป็นผู้แทนในการเจรจาตกลงมีข้อความว่า "ข้าพเจ้านายณรงค์วิรัตน์โยสินทร์ กรรมการผู้จัดการบริษัทซำฮงอุตสาหกรรม จำกัด ขอมอบอำนาจให้นางสาวทิภาพร รอดทอง นางสาวสุดารัตน์ วิรัตน์โยสินทร์ มาเป็นผู้กระทำการแทนข้าพเจ้า ณ สำนักงานแรงงานจังหวัดราชบุรี ในการเจรจาและทำความตกลงกับตัวแทนลูกจ้างเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของลูกจ้าง

ลงวันที่ 2 มกราคม 2525ซึ่งยื่นต่อข้าพเจ้าเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2525" จึงเท่ากับจำเลยได้แจ้งชื่อผู้แทนให้ฝ่ายที่แจ้งข้อเรียกร้องทราบตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518มาตรา 16 การแจ้งชื่อผู้แทนของฝ่ายรับข้อเรียกร้องดังกล่าวกฎหมายมิได้กำหนดไว้โดยเฉพาะว่าจะต้องทำในรูปแบบใด จึงไม่จำเป็นต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร การที่จำเลยที่ 2 มีหนังสือแจ้งชื่อผู้แทนให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องทราบนั้น จำเลยที่ 2 ได้กระทำในฐานะกรรมการผู้จัดการหรือเป็นตัวแทนบริษัทจำเลยที่ 1 ตามหน้าที่ เป็นการกระทำแทนจำเลยที่ 1 จึงผูกพันจำเลยที่ 1ส่วนข้อบังคับของบริษัทจำเลยที่ 1 ที่ว่าต้องมีกรรมการคือจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทจึงจะผูกพันบริษัทนั้น

หมายถึงบริษัททำการเองไม่ใช้แก่กิจการที่ผู้แทนบริษัททำการแทนบริษัทเช่นกรณีนี้จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่าผู้แทนจำเลยทำข้อตกลงนอกเหนืออำนาจ เพราะบันทึกข้อตกลงกรณีที่ 2 ที่ให้จ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างที่ลาออกนั้น ไม่เกี่ยวข้องหรืออยู่ในข้อเรียกร้องของลูกจ้าง เห็นว่าตามข้อเรียกร้องของลูกจ้างลงวันที่ 22มกราคม 2525 ข้อ 1 เรื่องการจ่ายค่าจ้างระหว่างจำเลยที่ 1 ปิดกิจการชั่วคราวนั้นตามข้อเรียกร้องของลูกจ้างขอให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าจ้างให้หนึ่งในสามของค่าจ้างปกติ ข้อนี้ในการประนอมข้อพิพาทแรงงานทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาตกลงแยกออกเป็น 2 กรณีคือ กรณีที่ 1 ลูกจ้างที่ประสงค์จะทำงานต่อไปบริษัทจำเลยที่ 1จะจ่ายค่าจ้างให้หนึ่งในสี่ของค่าจ้างปกติคือต่ำกว่าอัตราค่าจ้างที่ฝ่ายลูกจ้างเรียกร้องกรณีที่ 2 ถ้าลูกจ้างคนใดไม่ประสงค์จะทำงานอยู่ต่อไปบริษัทจำเลยที่ 1 ตกลงจ่ายค่าชดเชยให้ตามอัตราค่าชดเชยในประกาศกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

เห็นได้ว่าข้อตกลงทั้งสองกรณีสืบเนื่องมาจากข้อเรียกร้องข้อ 1 ของลูกจ้างดังกล่าวโดยวิธีประนีประนอม คือทั้งสองฝ่ายยอมผ่อนผันให้แก่กัน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะระงับข้อพิพาทแรงงานอันเกิดจากข้อเรียกร้องของลูกจ้างดังกล่าว จำเลยจะอ้างว่าผู้แทนจำเลยทำข้อตกลงนอกเหนืออำนาจเพราะไม่เกี่ยวกับข้อเรียกร้องของลูกจ้างหาได้ไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต วราโห · ขจร หะวานนท์ · พิพัฒน์ จักรางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้